EES ยุโรป ใช้แล้ว! คนไทยผ่าน ตม. ยังไง ต้องสแกนนิ้วไหม

EES ยุโรป 2569 ใช้แล้ว! คนไทยผ่าน ตม. อย่างไร ต้องสแกนนิ้ว–ถ่ายรูปไหม?

Spread the love

ใครกำลังวางแผน เที่ยวยุโรป 2569 โดยเฉพาะประเทศในเขตเชงเก้น ควรรู้จักระบบ EES หรือ Entry/Exit System เพราะปัจจุบันยุโรปเปลี่ยนจากการประทับตราพาสปอร์ตแบบเดิม มาใช้ระบบดิจิทัลสำหรับบันทึกข้อมูลการเข้า–ออก รวมถึงข้อมูลชีวมิติอย่างภาพใบหน้าและลายนิ้วมือที่เกี่ยวข้อง

นักท่องเที่ยวไทยที่ถือ วีซ่าเชงเก้นระยะสั้น (Short-stay Schengen Visa) ก็อยู่ภายใต้ระบบ EES เช่นกัน แล้วต้องลงทะเบียนก่อนเดินทางไหม? ต้องสแกนนิ้วทุกครั้งหรือเปล่า? เด็กต้องทำไหม? ถ้ามีไฟลต์ต่อควรเผื่อเวลาแค่ไหน? Travelzeed จะมาสรุปให้ครบแบบเข้าใจง่ายก่อนออกเดินทาง

EES ยุโรป สรุปสั้น ๆ

EES (Entry/Exit System) คือระบบบันทึกการเข้าและออกพรมแดนภายนอกของพื้นที่เชงเก้นแบบดิจิทัล สำหรับผู้เดินทางที่ไม่ใช่พลเมือง EU และเดินทางระยะสั้น ระบบเริ่มทยอยเปิดใช้ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2568 และเปิดใช้งานเต็มรูปแบบตั้งแต่ 10 เมษายน 2569 โดยบันทึกข้อมูลหนังสือเดินทาง วันและสถานที่เข้า–ออก รวมถึงข้อมูลชีวมิติที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยยืนยันตัวตนและตรวจสอบระยะเวลาพำนัก

EES คืออะไร และตอนนี้เริ่มใช้แล้วหรือยัง?

EES ย่อมาจาก Entry/Exit System เป็นระบบที่สหภาพยุโรปนำมาใช้เพื่อบันทึกข้อมูลของผู้เดินทางจากประเทศนอก EU ที่เดินทางเข้าสู่พื้นที่ที่ใช้ EES ในลักษณะ Short Stay

จากเดิมที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองใช้ตราประทับในหนังสือเดินทางเพื่อบันทึกวันเข้าและออก ปัจจุบันข้อมูลเหล่านี้ถูกบันทึกแบบดิจิทัลแทน ทั้งข้อมูลพาสปอร์ต วันและสถานที่เดินทางเข้า–ออก รวมถึงข้อมูลชีวมิติที่เกี่ยวข้อง

ระบบ EES เปิดใช้งานเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 ดังนั้นสำหรับคนไทยที่กำลังเดินทางไปยุโรปในปีนี้ EES ไม่ใช่ระบบในอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่อาจพบได้จริงเมื่อผ่านจุดตรวจสอบหนังสือเดินทางและคัดกรองผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ

EES ต่างจากวีซ่าเชงเก้นยังไง?

หลายคนอาจสงสัยว่าเมื่อมี EES แล้ว คนไทยยังต้องขอวีซ่าเชงเก้นหรือไม่ คำตอบคือ ยังต้องขอตามปกติ เพราะทั้งสองอย่างทำหน้าที่แตกต่างกัน

หัวข้อEESSchengen Visa
หน้าที่หลักบันทึกและตรวจสอบการเข้า–ออกอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าเดินทางตามเงื่อนไขที่กำหนด
ทำตอนไหนระหว่างผ่านด่านพรมแดนยื่นก่อนเดินทาง
คนไทยเกี่ยวข้องหรือไม่นักท่องเที่ยวไทยแบบ Short Stay อยู่ภายใต้ระบบคนไทยทั่วไปต้องใช้
EES ใช้แทนวีซ่าได้ไหมไม่ได้–

พูดง่าย ๆ คือ วีซ่าเชงเก้นเป็นเอกสารที่อนุญาตให้เดินทาง ส่วน EES เป็นระบบที่บันทึกว่าคุณเดินทางเข้าและออกเมื่อใด ดังนั้นการมี Schengen Visa ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการยกเว้น EES และ EES ก็ไม่สามารถใช้แทนวีซ่าได้

EES เป็นระบบที่บันทึกว่าคุณเดินทางเข้าและออกเมื่อใด

คนไทยไปยุโรปต้องผ่าน EES ไหม?

นักท่องเที่ยวสัญชาติไทยที่เดินทางระยะสั้นด้วย Short-stay Schengen Visa อยู่ภายใต้ระบบ EES และข้อมูลการเข้า–ออกจะถูกบันทึกทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็ไม่ใช่คนไทยทุกคนที่เดินทางไปยุโรปจะต้องลงทะเบียน EES เพราะผู้ที่เดินทางด้วยสถานะอื่น อาจได้รับการยกเว้น เช่น ผู้ถือ Long-stay Visa หรือ Residence Permit ที่เข้าเงื่อนไขตามที่ EU กำหนด

เด็กต้องผ่าน EES ไหม?

เด็กที่เดินทางระยะสั้นยังอาจอยู่ในขอบเขตของระบบ EES แต่ เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีไม่ต้องให้ลายนิ้วมือสำหรับ EES อย่างไรก็ตาม ยังอาจมีขั้นตอนตรวจหนังสือเดินทางหรือถ่ายภาพใบหน้าตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

แล้วเด็กต้องผ่าน EES ไหม?

เด็กที่เดินทางระยะสั้นยังอาจมีข้อมูลอยู่ในกระบวนการ EES เช่นเดียวกับผู้เดินทางทั่วไป แต่มีข้อแตกต่างสำคัญคือ เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีไม่ต้องให้ลายนิ้วมือสำหรับ EES

สำหรับครอบครัวที่เดินทางพร้อมเด็กจึงไม่ควรเข้าใจว่าบุตรหลาน “ไม่เกี่ยวกับ EES เลย” เพียงเพราะไม่ต้องสแกนลายนิ้วมือ เพราะยังอาจมีขั้นตอนตรวจหนังสือเดินทางและภาพใบหน้าตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอน EES เมื่อเดินทางถึงสนามบินยุโรป

ขั้นตอนจริงอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามประเทศ สนามบิน และอุปกรณ์ของแต่ละด่าน แต่โดยทั่วไปจะมีลำดับประมาณนี้

  1. ตรวจหรือสแกนพาสปอร์ต: เมื่อเดินทางถึง จุดตรวจหนังสือเดินทาง ระบบหรือเจ้าหน้าที่จะอ่านข้อมูลจากหนังสือเดินทาง
  2. ถ่ายภาพใบหน้า: ผู้เดินทางที่อยู่ภายใต้ EES อาจได้รับการถ่ายภาพใบหน้าเพื่อสร้างหรือตรวจสอบข้อมูลชีวมิติ
  3. ตรวจข้อมูลลายนิ้วมือ: ขึ้นอยู่กับสถานะของผู้เดินทางและข้อมูลที่มีอยู่แล้วในระบบ
  4. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการเดินทาง: EES ไม่ได้มาแทนเจ้าหน้าที่ ตม. เจ้าหน้าที่ยังสามารถสอบถามวัตถุประสงค์การเดินทาง ระยะเวลาที่จะอยู่ ที่พัก ตั๋วขากลับ หรือเอกสารประกอบได้ตามปกติ
  5. ระบบบันทึกวันเข้า: เมื่อผ่านด่านเรียบร้อย ข้อมูลวันและสถานที่เข้า Schengen จะถูกบันทึกแบบดิจิทัล

คนไทยต้องสแกนนิ้วใหม่ทุกครั้งไหม?

ประเด็นนี้มักทำให้เข้าใจผิดมากที่สุด

สำหรับผู้ถือ Short-stay Schengen Visa ลายนิ้วมือโดยทั่วไปมีอยู่ใน Visa Information System หรือ VIS จากตอนยื่นขอวีซ่าแล้ว ดังนั้นลายนิ้วมือเหล่านั้นจะไม่ถูกบันทึกซ้ำเข้า EES

อย่างไรก็ตาม ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอาจยังมีการ ตรวจลายนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวตน กับข้อมูลที่มีอยู่ในระบบ จึงควรเข้าใจว่า “คนไทยที่ถือวีซ่าเชงเก้นอาจถูกตรวจลายนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวตน แต่ไม่ได้หมายความว่า EES จะเก็บลายนิ้วมือใหม่ทุกครั้งที่เดินทาง” หากเคยมีข้อมูลอยู่ใน EES แล้ว การเดินทางครั้งต่อไปโดยทั่วไปจะเป็นการตรวจยืนยันข้อมูลเดิมมากกว่าการลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด แต่อาจมีการตรวจหรืออัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมหากจำเป็น

EES ทำให้ผ่าน ตม. นานขึ้นไหม?

ไม่มีเวลาตายตัวว่าการผ่าน EES จะเพิ่มขึ้นกี่นาที เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • จำนวนผู้โดยสาร
  • จำนวนช่องตรวจคนเข้าเมือง
  • เป็นการผ่าน EES ครั้งแรกหรือไม่
  • มี Self-service Kiosk หรือ eGate หรือไม่
  • ช่วงเวลาที่เดินทาง
  • สนามบินและประเทศที่เดินทางเข้า

หากเดินทางช่วงไฮซีซัน วันหยุดยาว หรือมีเที่ยวบินลงพร้อมกันจำนวนมาก ควรเผื่อเวลามากกว่าปกติ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องต่อเครื่อง

Self-service Kiosk

มีไฟลต์ต่อในยุโรป ต้องวางแผนอย่างไร?

เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะหลายเที่ยวบินจากไทยต้องต่อเครื่องที่เมืองใหญ่ในยุโรปก่อนถึงปลายทาง

ตัวอย่างเช่น Bangkok → Frankfurt → Rome

แม้ปลายทางสุดท้ายคือกรุงโรม แต่ Frankfurt เป็นจุดแรกที่เดินทางจากประเทศไทยเข้าสู่พื้นที่ Schengen ดังนั้นต้องผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทางและขั้นตอน EES ที่ Frankfurt ก่อนเดินทางต่อไป Rome เวลาต่อเครื่องจึงไม่ควรดูเพียงระยะทางระหว่าง Gate แต่ควรเผื่อเวลาให้กับ ลงเครื่อง → เดินไปด่าน ตม. → ตรวจหนังสือเดินทาง/EES → Security หากมี → ไป Gate เที่ยวบินต่อ

โดยเฉพาะการซื้อตั๋วคนละ Booking หรือ Self-transfer ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะหากใช้เวลาผ่านด่านนานจนพลาดเที่ยวบินถัดไป อาจไม่ได้รับความคุ้มครองเหมือนตั๋วที่ออกต่อเนื่องใน Booking เดียวกัน

Travelzeed Tip: ก่อนจองไฟลต์ต่อ ควรตรวจว่าสนามบินใดเป็นจุดแรกที่เข้าสู่ Schengen และหลีกเลี่ยง Connection Time ที่กระชั้นชิดเกินไป

EES เกี่ยวข้องกับกฎ 90 วันใน 180 วันอย่างไร?

EES ช่วยบันทึกวันเข้าและออกแบบดิจิทัล ทำให้ตรวจสอบระยะเวลาพำนักของผู้เดินทางได้แม่นยำขึ้น และช่วยตรวจพบกรณี Overstay สำหรับการเดินทางระยะสั้น หลักสำคัญที่ควรรู้คือ ไม่เกิน 90 วันภายในช่วงเวลา 180 วัน แต่ผู้ถือวีซ่าต้องดูจำนวนวันที่อนุญาตในวีซ่าของตัวเองด้วย เพราะไม่ได้หมายความว่าวีซ่าทุกใบจะสามารถอยู่ได้เต็ม 90 วัน

ตัวอย่าง หากเดินทางรอบแรก 30 วัน และรอบถัดมาอีก 40 วัน จำนวนวันที่ใช้ไปในช่วงที่เกี่ยวข้องจะเป็น 70 วัน ไม่ใช่เมื่อออกจากยุโรปแล้วจะเริ่มสิทธิ์ 90 วันใหม่ทันที ผู้ที่ถือ Multiple-entry Visa และเดินทางยุโรปบ่อยจึงควรนับจำนวนวันให้ดีทุกครั้งก่อนจองทริปใหม่

EES กับ ETIAS เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน

EES คือระบบบันทึกการเข้าและออกที่ด่านพรมแดน

ส่วน ETIAS คือระบบอนุมัติการเดินทางสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางจากประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าตามเงื่อนไขของ ETIAS

สำหรับคนไทย การเดินทางท่องเที่ยวระยะสั้นเข้า Schengen โดยทั่วไปยังต้องใช้ Schengen Visa ดังนั้น ETIAS ไม่ได้มาแทนวีซ่าเชงเก้นของคนไทย

Checklist คนไทยก่อนเดินทางยุโรป

ก่อนออกเดินทาง ควรเช็กให้ครบดังนี้

  • Passport ที่ยังมีอายุตามเงื่อนไข
  • Schengen Visa ที่ถูกต้อง
  • ตรวจวันหมดอายุ จำนวน Entry และจำนวนวันที่อนุญาต
  • Boarding Pass หรือ Flight Itinerary
  • Booking โรงแรม
  • ตั๋วขากลับหรือตั๋วเดินทางต่อ
  • ประกันการเดินทาง
  • Itinerary
  • ตรวจจำนวนวันที่อยู่ใน Schengen
  • ตรวจสนามบินแรกที่เข้าสู่ Schengen
  • เผื่อเวลาสำหรับตรวจหนังสือเดินทาง ตม. หากมีไฟลต์ต่อ
  • เตรียมตอบคำถามพื้นฐาน เช่น พักที่ไหน มากี่วัน และเดินทางกลับเมื่อใด

สรุป EES ยุโรป 2569 คนไทยต้องเตรียมอะไร?

นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางระยะสั้นยังต้องใช้ Schengen Visa ตามปกติ โดย EES จะบันทึกข้อมูลเข้า–ออกแบบดิจิทัลและตรวจยืนยันข้อมูลชีวมิติที่เกี่ยวข้อง ก่อนเดินทางควรเตรียม Passport, Visa และตรวจจำนวนวันตามกฎ 90/180 วันให้พร้อม หากมีไฟลต์ต่อ ควรเผื่อเวลาสำหรับผ่านตรวจหนังสือเดินทาง และ EES ด้วย ถ้าอยากเที่ยวแบบสบายใจ Travelzeed มีโปรแกรม ทัวร์ยุโรป หลากหลายเส้นทาง พร้อมทีมงานช่วยดูแลรายละเอียดการเดินทางตั้งแต่ก่อนออกเดินทางจนจบทริป

คำถามที่พบบ่อย
 

โปรแกรมทัวร์แนะนำ

‹
›
Facebook Comments
Scroll to Top