ดื่มด่ำธรรมชาติไปกับ 15 เส้นทางรถไฟสายโรแมนติกในยุโรป

ลองเปลี่ยนบรรยากาศบินลัดฟ้าข้ามประเทศด้วยเครื่องบิน มาเป็นนั่งรถไฟชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงามตลอดเส้นทางไปพร้อมกับซึมซับบรรยาศสุดโรแมนติกที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก วันนี้ Travelzeed รวบรวม 15 เส้นทางรถไฟสายโรแมนติกในยุโรปมาให้เพื่อนๆได้รับชมความงดงามตระการตาของธรรมชาติสองข้างทางระหว่างการเดินทางสุดแสนประทับใจ

1. Trans-Siberian Railway | Russia 

รถไฟสายทรานส์-ไซบีเรียน จัดเป็นเส้นทางรถไฟข้ามเมืองที่มีระยะทางยาวที่สุดในโลก เชื่อมเมืองหลวงของรัสเซีย
กรุงมอสโคว (Moscow) ไปสู่วลาดีวอสตอค (Vladivostok) เมืองขนาดใหญ่ทางด้านทิศตะวันออกของประเทศรัสเซีย
ไม่ไกลจากพรมแดนจีน และเกาหลีเหนือ ระยะทางทั้งหมด 9,200 กิโลเมตร (5,700 ไมล์) ใช้เวลาเดินทาง 6 วัน ผ่านทัศนียภาพสองข้างทาง ที่งดงามดั่งภาพวาด ด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี ป่าไม้เขียวชอุ่ม เทือกเขายูรัลและทะเลสาบไบคาล

  2. The Orient Express | Britain

ดิ โอเรียนท์เอ็กซ์เพรส หนึ่งในสายรถไฟโบราณอันเลื่องชื่อที่มีความหรูหรา สะดวกสบาย เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 1883 เชื่อมเส้นทางระหว่างลอนดอน ประเทศอังกฤษ สู่ เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี แต่ปัจจุบันเส้นทางรถไฟถูกตัดให้สั้นลงเป็นหลายสาย ไม่ว่าจะเป็นลอนดอนไปเวนิส ประเทศอิตาลี หรือ ลอนดอน ไป กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ขบวนรถไฟถูกปรับปรุงให้มีความหรูหราสมกับมาตรฐานที่เคยเป็นอย่างเดิม นอกจากความสวยงามระหว่างเดินทางแล้ว บนขบวนยังมีบริการแชมเปญให้ผู้โดยสารจิบไปพร้อมกับชื่นชมธรรมชาติอีกด้วย

3. Bernina Express | Switzerland

หากใครมีโอกาสไปเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดก็คือการขึ้นรถไฟสายเบอร์นิน่า เอ็กซ์เพรส ที่ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดในยุโรป เปิดบริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1910 เชื่อมต่อระหว่างเมืองคูร์ (Chur) เมืองหลวงของรัฐ Graubünden รัฐขนาดใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไปยังเมือง Poschiavo ของสวิตเซอร์แลนด์ และเมือง Tirano ของอิตาลี หรือจะนั่งจาก Tirano ไปเที่ยว St.Moritz ก็มีเส้นทางเปิดให้บริการเช่นกัน ระหว่างการเดินทางผู้โดยสารจะได้ดื่มด่ำกับทิวทัศน์งดงามผ่านหน้าต่างบานใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Morteratsch Glacier ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขา Bernina วิวของทะเลสาบ หรือยอดภูเขา Piz Bernina ที่ตั้งตระหง่านอยู่อย่างสง่างาม นอกจากนี้รถไฟจะวนรอบสะพาน Brusio Spiral Viaduct เป็นวงกลม 360 องศา และ เป็น 1 ใน 3 เส้นทางรถไฟที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นรถไฟเส้นทางสายมรดกโลก โดย Bernina Express ใช้เวลาเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางประมาณ 4 ชั่วโมง

4. The Golden Pass | Switzerland

รถไฟสายโรแมนติก โกลเด้น พาส เปิดให้บริการวิ่งเชื่อมระหว่างเมือง Montreux (มองเทรอซ์) เมืองเล็กๆแสนน่ารักที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบเจนีวา ไปเมือง Lucerne ( ลูเซิร์น) ทางตอนกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยระหว่างทางจะแวะจอดที่เมือง Zweisimmen และ Interlaken ด้วย โดยระยะทางจาก Montreux ไป Lucerne นั้น มีความยาว 191 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง หน้าต่างบนรถไฟ Golden Pass จะเป็นแบบ Panoramic ทำให้สามารถชมวิวทิศทัศน์แม่น้ำลำคลอง หุบเขาเนินเขา หมู่บ้านสไตล์เบิร์นเนอร์โอเบอร์แลนด์ ทิวต้นสนอันร่มรื่นไร่องุ่นอันแสนโรแมนติก ได้แบบพาโนรามา 360 องศาได้สุดลูกหาลูกตา

5. Glacier Express | Switzerland

รถไฟสาย กราเซียร์ เอ็กซ์เพรส เป็นเส้นทางการเดินทางที่งดงามอีกเส้นทางหนึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แถมยังเป็นรถไฟด่วนที่ได้ฉายาว่า “ช้าที่สุดในโลก” เนื่องจากต้องใช้เวลาในการเดินทางมากถึงประมาณ 7 ชั่วโมง แต่นั่นก็ทำให้สามารถเห็นบรรยากาศที่สวยงามทั้งสองฝากฝั่งได้อย่างเต็มอิ่ม เส้นทางรถไฟสุดหรูที่มีตู้โดยสารแบบพาโนรามานี้แล่นระหว่างเมือง Zermatt ที่มีชื่อเสียงด้านการปีนเขาและสกีรีสอร์ท ไปยัง Davos หรือ St. Moritz โดยจะแล่นเผ่านเทือกเขาแอลป์ ลัดเลาะไปตามไหล่เขา ตัดสลับกับอุโมงค์ที่เจาะผ่านภูเขาเข้าไป และวิวของแม่น้ำที่ทอแสงประกายสวยงาม

6. The West Highland Line | Scotland

เวสท์ ไฮแลนด์ เส้นทางรถไฟที่ได้รับการโหวตว่าเป็นเส้นทางที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดในโลก โดยเริ่มต้นเส้นทางที่เมือง Glasgow ประเทศสก็อตแลนด์ มุ่งหน้าขึ้นเหนือสู่เมืองท่า Mallaig ของประเทศ ใช้ระยะเวลาเดินทางราว 5-6 ชั่วโมง รถไฟที่ใช้ระบบเครื่องจักรไอน้ำแบบเก่านี้ขับเคลื่อนเป็นที่รู้จักในชื่อ Hogwart’s Express ในภาพยนตร์ชื่อดังก้องโลกอย่าง Harry Potter ด้วยภูมิประเทศในเขต West Highland ทางภาคเหนือของสก็อตแลนด์ ทำให้ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าสีเขียวและภูเขาสูงชันตลอดแนว

7. Cinque Terre Line | Italy

เมื่อพูดถึงประเทศอิตาลี หลายคนคงนึกถึงหมู่บ้านสีสันสดใสริมทะเล พร้อมด้วยไร่องุ่นและมะกอกอันเป็นเอกลักษณ์ของบรรยากาศความเป็นเมดิเตอร์เรเนียน ภาพในจินตนาการเหล่านี้จะกลายมาเป็นความจริงที่ปรากฏตรงหน้าเพียงโดยสารรถไฟสายชิงเคว เทเร (Cinque Terre) ซึ่งเดินทางเชื่อมระหว่างเมือง Levanto ลัดเลาะตามแนวภูเขาไปยังเมือง La spezia ตลอดเส้นประกอบไปด้วยสถานที่สวยงามมากมาย เช่น หมู่บ้านชิงเคว เทเร เป็นสถานที่ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านของชาวประมงที่สวยที่สุดในโลก และมีอายุถึง 500 ปี ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลนัก การเดินทางข้ามเมืองนี้จึงใช้เวลาเพียง 50 นาทีเท่านั้น

8. Rauma Line | Norway

คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประเทศนอร์เวย์นั้นมีทิวทัศน์ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติที่สวยงามเป็นอันดับต้นๆของโลก จึงไม่น่าแปลกใจที่รถไฟสาย Rauma Line ที่เชื่อมต่อระหว่างเมือง Dombås กับ Åndalsnes นี้จะได้รับการโหวตจากนิตยสารท่องเที่ยว Lonely Planet ว่าเป็นเส้นทางรถไฟสายธรรมชาติที่สวยที่สุดในยุโรปเช่นกัน  ด้วยเวลา 90 นาทีของเดินทางผู้โดยสารจะเพลิดเพลินไปกับยอดเขาสูงมากมาย ที่มีทั้งผาหินชันและต้นไม้เขียวชอุ่มค่อยๆ ลาดลงมาเจอแม่น้ำรอม่า

9. Bergen Line | Norway

แบร์เกน เป็นเส้นทางรถไฟเชื่อมระหว่างเมือง Oslo เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ไปยังเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศอย่าง Bergen และถือเป็นสายที่อยู่ในระดับความสูงที่สูงสุดของยุโรปเหนือ โดยข้ามผ่านที่ราบ Hardangervidda ที่ความสูง 4,058 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ด้วยระยะทาง 371 กิโลเมตร ผู้โดยสารจะสามารถนั่งชื่นชมความตระการตาของทัศนียภาพที่ถูกรังสรรค์ขึ้นโดยธรรมชาติได้นานถึง 7 ชั่วโมง

10. The Flåm Railway | Norway

Flåmbana เป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่ได้รับการจัดอันดับว่าสวยงามที่สุดในโลก เชื่อมระหว่าง Flåm (ฟลอม) ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งในประเทศนอร์เวย์ กับ สถานี Myrdal โดยใช้เวลาทั้งหมดราว 1 ชั่วโมง ซึ่งเส้นทางเชื่อมสองเมืองนี้ยังมีความชันมากที่สุดสายหนึ่งในโลกอีกด้วย ตลอดสองข้างทางประกอบไปด้วยแม่น้ำ ลำธาร ภูเขาลาดชัน หมู่บ้านเล็กๆ ธารน้ำแข็ง และไฮไลท์ที่สำคัญคือน้ำตก Kjosfossen ขนาดมหึมา ที่รถไฟจะจอดเพื่อให้นักท่องเที่ยวลงไปเก็บภาพความประทับใจกันอย่างจุใจ

11. The Balkan Express | Serbia

บอลข่าน เอ็กซ์เพรส เป็นรถไฟด่วนจาก Port of Bar ท่าเรือทางทะเลหลักของประเทศมอนเตเนโกรบนคาลสมุทรเอเดรียติก มุ่งหน้าสู่ เบลเกรด เมืองหลวงของประเทศเซอร์เบีย ที่ผู้โดยสารจะได้ซึมซับบรรยากาศสุดประทับใจผ่านคาบสมุทรบอลข่าน ใช้ระยะเวลาเดิน 10 ชั่วโมง นอกจากนี้รถไฟสายนี้ยังขับผ่านสะพานรถไฟที่สูงที่สุดในโลกอย่าง Mala Rijeka อีกด้วย

12. The Rhine Line | Germany

ในบรรดาเส้นทางรถไฟที่วิ่งเชื่อมเมืองในประเทศเยอรมนี  The Rhine Line เป็นสายที่ได้รับยกย่องว่าเป็นสายที่สวยงามที่สุด เส้นทางล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่นนี้เริ่มต้นจาก Mainz (ไมนทซ์) เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของรัฐ Rheinland-Pfalz ถึง Koblenz (โคเบลนซ์) ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ทางเหนือของ Frankfurt ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง นอกจากวิวหลักของไร่องุ่น และหมู่บ้านแล้ว ยังสามารถชื่นชมความงามของแม่น้ำ Rhine และ Moselle ที่ไหลมาบรรจบกันที่ Koblenz ได้อีกด้วย

13. Mittenwald Railway | Austria

มิทเทนวาลด์ หรือที่รู้จักอย่างแพร่หลายในชื่อ Karwendelbahn  ทางรถไฟจากเมืองอินส์บรูค(Innsbruck) หัวเมืองใหญ่อันดับ 5 ของประเทศออสเตรียและถือเป็นเมืองหลวงของรัฐ Tyrol ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศ ไปยังเมือง Garmisch-Partenkirchen ในรัฐ Bavaria ของประเทศเยอรมนี เส้นทางรถไฟนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1912 โดยจะวิ่งลัดเลาะเทือกเขาแอลป์ที่พาดผ่านประเทศออสเตรียกับเยอรมนีไป ทำให้สองข้างทางอุดมสมบูรณ์ไปด้วยหญ้าเขียวชอุ่ม ธารน้ำใส ทะเลสาบหลายแห่ง และภูเขาสูงชันที่ตั้งฉากเป็นพื้นหลังอย่าง Zugspitze ระยะทางประมาณ 64 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 1 ชั่วโมง 15 นาที

14. The Douro Line| Portugal

โดรู เป็นเส้นทางรถไฟทางภาคเหนือของประเทศโปรตุเกส เมืองโปร์ตู ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโดรู ประกอบไปด้วยหุบเขาที่มีแม่น้ำตัดผ่านหลายสาย ไร่องุ่นขั้นบันได ลาดเขาเขียวชอุ่ม และหมู่บ้านเล็กๆตลอดเส้นทาง ที่จะทำให้ผู้โดยสารเพลิดเพลินไปกับความเงียบสงบตลอดเส้นทาง จากเมืองโปร์ตูสู่หมูบ้านทางเหนือของ Pocinho รถไฟสายโดรูนี้ใช้เวลาขับเคลื่อนทั้งหมด 3 ชั่วโมงครึ่ง

15. The Inlandsbanan | Sweden

ทางรถไฟ Inland หรือ Inlandsbanan เป็นทางรถไฟในสวีเดนที่มีความยาวประมาณ 1300 กม. ที่จะนำคุณไปสู่ดินแดนสวีเดนที่ห่างไกล โดยวิ่งจากเมือง Kristinehamn ทางใต้ โดยผ่าน Mora และ Östersund ไปยัง Gällivare ทางตอนเหนือ เส้นทางรถไฟสายนี้ผ่านแม่น้ำทั้งสายเล็กสายใหญ่ที่ไหลไปยังทะเลบอลติก และเส้นทางราบจะผ่านเนินเขาเป็นครั้งคราว นอกจากนี้ระหว่างทางยังอาจได้เห็นกวางเรนเดียร์หรือสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ อีกด้วย

 

  แหล่งข้อมูล : tourradar telegraphtheculturetrip  |  worldofwanderlust

👍Facebook https://www.facebook.com/Travelzeed/

👍สอบถามข้อมูลโปรแกรมทัวร์ https://line.me/R/ti/p/@travelzeed

👍LINE@ @travelzeed    

Facebook Comments
บอกต่อเพื่อนๆ :