ฮอกไกโด คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของการ เที่ยวญี่ปุ่น วันนี้ Travelzeed ได้รวบรวม 20 ที่เที่ยวฮอกไกโด 2026 มาฝากกัน แบบครบทุกแนว ทั้งธรรมชาติ เมืองน่าเที่ยว จุดถ่ายรูป และแลนด์มาร์กสำคัญ เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่และคนที่เคยไปมาแล้ว แต่อยากเปิดมุมใหม่ของฮอกไกโด
หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวฮอกไกโด และสงสัยว่า ฮอกไกโดเที่ยวฤดูไหนสวยที่สุด, ไปครั้งแรกควรเริ่มที่ไหน, หรือ มีที่เที่ยวอะไรห้ามพลาดบ้าง บทความนี้มีคำตอบแบบสรุปอ่านง่าย พร้อมข้อมูลที่อัปเดตสำหรับปี 2026 เพื่อช่วยให้คุณเลือกเส้นทางเที่ยวได้เหมาะกับสไตล์ งบประมาณ และช่วงเวลาที่ต้องการเดินทางมากที่สุด
เนื้อหาทั้งหมดอ้างอิงจากประสบการณ์การจัดเส้นทางท่องเที่ยวจริง แหล่งข้อมูลท่องเที่ยวทางการ และพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย เพื่อให้คุณได้ไอเดีย ที่เที่ยวฮอกไกโด ที่ใช้งานได้จริง วางแผนง่าย และเที่ยวได้อย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะเดินทางเองหรือเลือกเที่ยวกับทัวร์
ทำความเข้าใจ “โซนเที่ยวฮอกไกโด” ก่อนเริ่มวางแผน
📍 โซนซัปโปโร – โอตารุ (มือใหม่ต้องเริ่มตรงนี้)
เหมาะกับคนไปฮอกไกโดครั้งแรก เมืองใหญ่ เดินทางสะดวก มีทั้งสวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ และย่านช็อปปิ้ง
เวลาเดินทางคร่าว ๆ: ซัปโปโร – โอตารุ ประมาณ 30–45 นาที โดยรถไฟ (ไปเช้า-เย็นกลับได้)
📍 โซนฟุราโน่ – บิเอะ (ธรรมชาติ + ถ่ายรูป)
จุดเด่นคือวิวธรรมชาติ ทุ่งดอกไม้ บ่อน้ำสีฟ้า และหมู่บ้านบรรยากาศนิทาน
เวลาเดินทางคร่าว ๆ: จากซัปโปโรประมาณ 2–2.5 ชั่วโมง (รถไฟ + รถบัส)
📍 โซนอาซาฮิคาวะ (ครอบครัว + สายกิน)
เมืองใหญ่อันดับสองของฮอกไกโด มีสวนสัตว์ชื่อดัง ราเมนต้นตำรับ และสวนดอกไม้
เวลาเดินทางคร่าว ๆ: ซัปโปโร – อาซาฮิคาวะ ประมาณ 1.5 ชั่วโมง โดยรถไฟ
📍 โซนฮาโกดาเตะ (วิว + ประวัติศาสตร์)
เมืองท่าทางใต้ของฮอกไกโด มีจุดชมวิวกลางคืนระดับโลกและแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์
เวลาเดินทางคร่าว ๆ: ซัปโปโร – ฮาโกดาเตะ ประมาณ 3.5–4 ชั่วโมง โดยรถไฟ
📍 โซนอาบาชิริ – ทะเลโอค็อตสค์ (ประสบการณ์พิเศษ)
เหมาะกับคนที่อยากเห็นธารน้ำแข็งลอยและพิพิธภัณฑ์เฉพาะทาง
เวลาเดินทางคร่าว ๆ: จากซัปโปโรใช้เวลาค่อนข้างนาน เหมาะกับทริปหลายวัน
- 1. ภูเขาฮาโกดาเตะ (Mount Hakodate)
- 2. ฟุราโนะสกีรีสอร์ท (Furano Ski Area)
- 3. บ่อน้ำสีฟ้า (Aoiike Blue Pond)
- 4. สวนสาธารณะโกเรียวคาคุ (Goryokaku Park)
- 5. คลองโอตารุ (Otaru Canal)
- 6. พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ (Otaru Music Box Museum)
- 7. คิตะอิจิ กลาส (Kitaichi Glass)
- 8. นิงเกิ้ลเทอเรส (Ningle Terrace)
- 9. หมู่บ้านอนเซ็นนิเซะโกะ (Niseko Onsen Village)
- 10. ทะเลโอค็อตสค์ (Sea of Okhotsk)
- 11. พิพิธภัณฑ์โอค็อตสค์ ริวเฮียว (Okhotsk Ryuhyo Museum)
- 12. พิพิธภัณฑ์เรือนจำอะบาชิริ (Abashiri Prison Museum)
- 13. สวนสัตว์อาซาฮิยามะ (Asahiyama Zoo)
- 14. พิพิธภัณฑ์โรงกลั่นสาเกโอโตโกยามะ (Otokoyama Sake Brewery Museum)
- 15. หมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาว่า (Asahikawa Ramen Village)
- 16. ชิโรอิ โคอิบิโตะ พาร์ค (Shiroi Koibito Park)
- 17. อาซาฮิดาเกะ (Asahidake)
- 18. ฟาร์มอุเอโนะ (Ueno Farm)
- 19. สวนโอโดริ (Odori Park)
- 20. พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum)
- บทส่งท้าย
20 ที่เที่ยว ฮอกไกโด ที่ห้ามพลาดเด็ดขาดในปี 2026
1. ภูเขาฮาโกดาเตะ (Mount Hakodate)
Image: Shutterstock (Phuong D. Nguyen)
หนึ่งในจุดชมวิวกลางคืนที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น มองเห็นเมืองฮาโกดาเตะโค้งรับกับอ่าวเป็นรูปพัดอย่างชัดเจน ช่วงเย็นแนะนำให้นั่งกระเช้าขึ้นไปก่อนพระอาทิตย์ตก จะได้เห็นทั้งแสงเย็นและแสงไฟยามค่ำคืน บรรยากาศโรแมนติกมาก เหมาะทั้งคู่รักและสายถ่ายรูป มาเที่ยวฮอกไกโดครั้งแรก ที่นี่คือจุดที่ไม่ควรพลาด
2. ฟุราโนะสกีรีสอร์ท (Furano Ski Area)
Image: Shutterstock (somkiat jangsate)
ลานสกีชื่อดังของฮอกไกโดที่ขึ้นชื่อเรื่องหิมะคุณภาพดี ฟู นุ่ม เล่นสนุก เหมาะทั้งมือใหม่และคนที่เล่นสกีเป็นอยู่แล้ว มีลานหลายระดับให้เลือก ช่วงฤดูร้อน ฟุราโน่จะเปลี่ยนบรรยากาศเป็นเมืองธรรมชาติอากาศดี ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มาได้ทั้งปี ไม่ใช่แค่หน้าหนาวเท่านั้น
3. บ่อน้ำสีฟ้า (Aoiike Blue Pond)
Image: Shutterstock (Romix Image)
สระน้ำสีฟ้าใสแปลกตา เกิดจากแร่ธาตุธรรมชาติ ทำให้สีของน้ำเปลี่ยนไปตามแสง ช่วงหน้าร้อนจะเห็นสีฟ้าอมเขียวชัดเจน ส่วนหน้าหนาวจะกลายเป็นบรรยากาศขาวโพลนสุดแฟนตาซี เป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดนิยมของบิเอะ ใครชอบธรรมชาติแบบเรียบ ๆ แต่สวยมาก ที่นี่ตอบโจทย์สุด ๆ
4. สวนสาธารณะโกเรียวคาคุ (Goryokaku Park)
Image: Shutterstock (Shawn.ccf)
สวนสาธารณะรูปดาวที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหนในญี่ปุ่น สามารถขึ้นหอคอยชมวิวเพื่อมองเห็นรูปทรงดาวได้แบบเต็ม ๆ ช่วงซากุระบานและฤดูใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศจะสวยเป็นพิเศษ เป็นที่เที่ยวที่รวมทั้งประวัติศาสตร์และความสวยงามไว้ในที่เดียว
5. คลองโอตารุ (Otaru Canal)
Image: Shutterstock (7maru)
คลองเก่าแก่ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองโอตารุ เต็มไปด้วยกลิ่นอายยุโรป สองฝั่งคลองเรียงรายด้วยโกดังเก่า ร้านค้า และคาเฟ่น่ารัก ช่วงฤดูหนาวจะมีหิมะและไฟประดับ ทำให้บรรยากาศโรแมนติกมาก เดินเล่นชิล ๆ ถ่ายรูปเพลินได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
6. พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ (Otaru Music Box Museum)
Image: Shutterstock (Lifestyle Travel Photo)
พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมกล่องดนตรีนับพันชิ้น เสียงดนตรีลอยอบอวลทั่วอาคาร ภายในตกแต่งสไตล์คลาสสิก เดินเพลินเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอีกใบ เหมาะมากสำหรับคนชอบของน่ารักและของฝากไม่เหมือนใคร เป็นอีกจุดที่ช่วยเติมเสน่ห์ให้โอตารุได้อย่างดี
7. คิตะอิจิ กลาส (Kitaichi Glass)
Image: Shutterstock (THANAN KONGDOUNG)
ร้านเครื่องแก้วชื่อดังของโอตารุ งานแก้วทุกชิ้นทำอย่างประณีต ภายในร้านมีทั้งโซนขาย โซนจัดแสดง และคาเฟ่แสงเทียนสุดคลาสสิก แสงสะท้อนจากแก้วทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและสวยมาก เหมาะกับการแวะพักและหาของฝากคุณภาพดี
8. นิงเกิ้ลเทอเรส (Ningle Terrace)
Image: Shutterstock (Sean Pavone)
นิงเกิ้ลเทอเรสเป็นหมู่บ้านร้านค้าเล็ก ๆ กลางป่าสนในเมืองฟุราโน่ รายล้อมด้วยบ้านไม้สไตล์นิทานที่จำหน่ายงานแฮนด์เมดจากศิลปินท้องถิ่น บรรยากาศเงียบสงบ เดินเล่นสบาย เหมาะกับคนที่ชอบงานคราฟต์และมุมถ่ายรูปสวย ๆ ช่วงฤดูหนาวจะปกคลุมด้วยหิมะและไฟประดับยามค่ำคืน ให้ความรู้สึกอบอุ่นและโรแมนติกมาก ถือเป็นหนึ่งในที่เที่ยวฮอกไกโดที่ควรแวะ โดยเฉพาะใครมาเที่ยวฟุราโน่ไม่ควรพลาดเลย
9. หมู่บ้านอนเซ็นนิเซะโกะ (Niseko Onsen Village)
Image: Shutterstock (tkyszk)
หมู่บ้านออนเซ็นชื่อดังระดับโลก ล้อมรอบด้วยภูเขาและธรรมชาติ หน้าหนาวสามารถแช่ออนเซ็นกลางหิมะ ฟินแบบญี่ปุ่นแท้ หน้าร้อนก็อากาศดี เงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อน เป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวสายชิล
10. ทะเลโอค็อตสค์ (Sea of Okhotsk)
Image: Shutterstock (happyduck100)
ทะเลฝั่งเหนือของฮอกไกโดที่ขึ้นชื่อเรื่องธารน้ำแข็งลอย (Drift Ice) ในฤดูหนาว เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หาได้ยากในญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถ ล่องเรือตัดน้ำแข็งที่อะบาชิริ ชมธารน้ำแข็งได้ ถือเป็นประสบการณ์เที่ยวฮอกไกโดที่ไม่เหมือนใคร
11. พิพิธภัณฑ์โอค็อตสค์ ริวเฮียว (Okhotsk Ryuhyo Museum)
Image: Shutterstock (Various images)
พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงน้ำแข็งจากทะเลโอค็อตสค์ของจริง ภายในมีโซนอุณหภูมิติดลบ ให้สัมผัสความหนาวแบบขั้วโลก เหมาะทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ได้ความรู้ควบคู่ความตื่นเต้น เป็นอีกจุดที่ช่วยเข้าใจธรรมชาติของฮอกไกโดมากขึ้น
12. พิพิธภัณฑ์เรือนจำอะบาชิริ (Abashiri Prison Museum)
Image: Shutterstock (PaulWong)
เรือนจำเก่าที่ถูกอนุรักษ์ไว้เป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงชีวิตนักโทษในอดีตอย่างสมจริง เดินชมแล้วได้ทั้งความรู้และมุมมองประวัติศาสตร์ เป็นที่เที่ยวที่แตกต่างจากแลนด์มาร์กทั่วไป
13. สวนสัตว์อาซาฮิยามะ (Asahiyama Zoo)
Image: Shutterstock (Jo Panuwat D)
สวนสัตว์อาซาฮิยามะเป็นสวนสัตว์ชื่อดังของฮอกไกโด ที่ออกแบบให้สัตว์ใช้ชีวิตใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด จุดเด่นคือการจัดแสดงแบบใกล้ชิด ทำให้ผู้เข้าชมได้เห็นพฤติกรรมสัตว์อย่างเป็นธรรมชาติ ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือขบวนเพนกวินเดินเล่นในฤดูหนาว ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก เหมาะทั้งครอบครัว คู่รัก และคนที่มาเที่ยวฮอกไกโดครั้งแรก
14. พิพิธภัณฑ์โรงกลั่นสาเกโอโตโกยามะ (Otokoyama Sake Brewery Museum)
Image: Shutterstock (retirementbonus)
พิพิธภัณฑ์สาเกเก่าแก่ของอาซาฮิคาวะ เรียนรู้ขั้นตอนการผลิตสาเกแบบดั้งเดิม มีโซนให้ชิมสาเกท้องถิ่น เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นเชิงลึก
15. หมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาว่า (Asahikawa Ramen Village)
Image: Shutterstock (retirementbonus)
หมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาว่าเป็นศูนย์รวมร้านราเมนชื่อดังของเมืองอาซาฮิคาว่า มาไว้ในที่เดียว เดินเลือกกินได้สะดวก ไฮไลต์คือราเมนน้ำซุปโชยุเข้มข้น หอม กลมกล่อม สไตล์ต้นตำรับฮอกไกโด แต่ละร้านมีสูตรเฉพาะตัว ให้ลองเปรียบเทียบรสชาติแบบสนุก ๆ เหมาะมากสำหรับสายกินที่มาเที่ยวฮอกไกโดและอยากชิมราเมนของแท้ในตำนาน
16. ชิโรอิ โคอิบิโตะ พาร์ค (Shiroi Koibito Park)
Image: Shutterstock (Moartar)
สวนธีมช็อกโกแลตชื่อดังของซัปโปโร แหล่งกำเนิดคุกกี้สุดฮิตของฮอกไกโด ภายในสามารถชมกระบวนการผลิตช็อกโกแลต พร้อมโซนจัดแสดงและกิจกรรมทำขนมสุดน่ารัก บรรยากาศสวนสไตล์ยุโรปสวยงาม ถ่ายรูปได้ทุกฤดู โดยเฉพาะหน้าหนาวและช่วงคริสต์มาส เหมาะทั้งครอบครัว คู่รัก และสายของหวานที่มาเที่ยวฮอกไกโดแล้วไม่อยากพลาดแลนด์มาร์กนี้
17. อาซาฮิดาเกะ (Asahidake)
Image: Shutterstock (osap)
ยอดเขาที่สูงที่สุดในฮอกไกโด ตั้งอยู่ในอุทยานไดเซ็ตสึซัง เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มาเร็วที่สุดในญี่ปุ่น ธรรมชาติรอบ ๆ ยังสมบูรณ์มาก เหมาะกับสายธรรมชาติและสายถ่ายรูปวิวภูเขา
18. ฟาร์มอุเอโนะ (Ueno Farm)
Image: Shutterstock (KUROKAWA MOKU)
สวนดอกไม้สไตล์อังกฤษในเมืองอาซาฮิคาวะ ที่ผสมผสานธรรมชาติของฮอกไกโดได้อย่างลงตัว ภายในเต็มไปด้วยดอกไม้หลากหลายชนิดหมุนเวียนตามฤดูกาล เดินเล่นเพลิน ถ่ายรูปได้ทุกมุม บรรยากาศเงียบสงบ อบอุ่น เหมาะกับการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวฮอกไกโดที่เหมาะสำหรับสายธรรมชาติและคนรักสวนสวย ๆ
19. สวนโอโดริ (Odori Park)
Image: Shutterstock (Tanya Jones)
สวนสาธารณะใจกลางเมืองซัปโปโร ทอดยาวกว่า 1 กิโลเมตร แบ่งเมืองออกเป็นโซนเหนือ–ใต้ ที่นี่เป็นสถานที่จัดงานอีเว้นท์ใหญ่ของฮอกไกโดตลอดปี ทั้งเทศกาลหิมะซัปโปโร ซากุระ และอีเว้นท์ตามฤดูกาล บรรยากาศร่มรื่น เดินเล่นสบาย มีวิวหอทีวีซัปโปโรเป็นแลนด์มาร์กเด่น เหมาะทั้งแวะพักผ่อน ถ่ายรูป และซึมซับบรรยากาศเมืองแบบโลคอลของซัปโปโร
20. พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum)
Image: Shutterstock (9Bon)
พิพิธภัณฑ์เบียร์แห่งเดียวในญี่ปุ่น เล่าเรื่องราวประวัติของเบียร์ซัปโปโรตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ภายในจัดแสดงขั้นตอนการผลิตเบียร์และวิวัฒนาการของวัฒนธรรมการดื่มในญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถเลือกชิมเบียร์สดสูตรพิเศษที่มีเฉพาะที่นี่ เหมาะเป็นจุดแวะเที่ยวสบาย ๆ และปิดท้ายทริปซัปโปโรได้อย่างลงตัว
🇯🇵 กำลังมองหาทัวร์ฮอกไกโดอยู่ใช่ไหม?
ถ้าอยากเที่ยวฮอกไกโดแบบสบาย ไม่ต้องวางแผนเอง 👉 ดู โปรแกรมทัวร์ฮอกไกโด จาก Travelzeed รวมเส้นทางยอดนิยม ซัปโปโร – โอตารุ – ฟุราโน่ – อาซาฮิคาวะ
✔ ไกด์ไทยดูแลตลอดทริป
✔ โรงแรมดี เดินทางสะดวก
✔ เหมาะทั้งครอบครัว คู่รัก และมือใหม่
























