ถ้าพูดถึงภาพจำของประเทศไอซ์แลนด์ หลายคนอาจนึกถึงธารน้ำแข็ง ภูเขาไฟ หรือแสงเหนือบนท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่บนชายฝั่งตอนใต้ของประเทศ ยังมีสถานที่หนึ่งที่สะท้อนพลังของธรรมชาติได้อย่างชัดเจนที่สุด นั่นคือ เรย์นิสฟยาร์ดรา (Reynisfjara)
ที่นี่คือหาดทรายสีดำสนิทซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟเมื่อหลายล้านปีก่อน ตัดกับคลื่นมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือที่ซัดเข้าฝั่งอย่างทรงพลัง เบื้องหลังผืนทรายดำคือกำแพงเสาหินบะซอลต์ทรงหกเหลี่ยมเรียงตัวเป็นระเบียบราวกับถูกออกแบบโดยสถาปนิกธรรมชาติ ทำให้ชายหาด Reynisfjara กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่โดดเด่นและแตกต่างที่สุดของไอซ์แลนด์
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก เรย์นิสฟยาร์ดรา ให้ลึกยิ่งขึ้น ทั้งที่มา ความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยา ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด รวมถึงสิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินทาง เพื่อให้การเที่ยวไอซ์แลนด์ของคุณทั้งน่าประทับใจและปลอดภัยในทุกย่างก้าว
ทำความรู้จัก Reynisfjara คืออะไร?
Reynisfjara หรือที่เรียกว่า หาดทรายดำเรย์นิสฟยาร์ดรา คือหนึ่งในชายหาดที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์ มีทรายสีดำสนิทจากหินลาวา และกำแพงหินบะซอลต์เป็นแท่งหกเหลี่ยมเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
Image: Shutterstock (Himmel-S)
Image: Travelzeed
Reynisfjara อยู่ที่ไหน? เดินทางยังไง?
Reynisfjara หรือที่คนไทยเรียกว่า หาดทรายดำเรย์นิสฟยาร์ดรา ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ใกล้หมู่บ้านวิก (Vík í Mýrdal) เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่ใต้สุดของประเทศ
ชายหาด Reynisfjara อยู่ห่างจากเรคยาวิก (Reykjavík) ประมาณ 180 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถราว 2.5-3 ชั่วโมง เส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนวงแหวนหมายเลข 1 (Ring Road) ซึ่งเป็นเส้นหลักที่นักท่องเที่ยวใช้เดินทางตามแนว South Coast Iceland
วิธีการเดินทาง
-
ขับรถเช่าเอง (สะดวกที่สุด)
ใช้ถนนหมายเลข 1 (Ring Road) มุ่งหน้าไปทางตะวันออก เลี้ยวตามป้าย Reynisfjara ก่อนถึงหมู่บ้านวิก มีลานจอดรถใกล้ชายหาด เดินไม่ไกลก็ถึงจุดชมวิวเลย
เหมาะสำหรับ: คนที่เช่ารถเที่ยว South Coast หรือคนที่ต้องการแวะหลายจุด
หมายเหตุ: ฤดูหนาวควรใช้รถที่เหมาะกับถนนลื่น และตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง
-
ทัวร์วันเดียว (South Coast Day Tour)
หากไม่ต้องการขับรถเอง สามารถเลือกแพ็กเกจ South Coast Day Tour จากเรคยาวิกได้ โดยส่วนมาก Reynisfjara เป็นหนึ่งในจุดแวะหลักอยู่แล้ว หรือถ้าอยากจอง ทัวร์ไอซ์แลนด์ จากไทยที่มีพาชมหาดทรายดำเรย์นิสฟยาร์ดรา Travelzeed ก็มีแนะนำนะคะ
ข้อดี: ไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพถนน พร้อมมีไกด์อธิบายข้อมูลเชิงธรณีวิทยาและความปลอดภัยด้วย
ไฮไลท์ของชายหาด เรย์นิสฟยาร์ดรา (Reynisfjara) ที่ห้ามพลาด
นอกจากความสวยงามทางธรรมชาติแล้ว พื้นที่ชายฝั่งตอนใต้ของไอซ์แลนด์ รวมถึงบริเวณใกล้เคียงกับ Reynisfjara ยังเคยถูกใช้เป็น โลเคชันถ่ายทำซีรีส์ชื่อดังอย่าง Game of Thrones ด้วยภูมิประเทศที่ดิบและทรงพลัง ทำให้ที่นี่ถูกเลือกให้เป็นฉากแฟนตาซีที่ดูสมจริงมาก ๆ จะมีจุดไฮไลท์หลัก ๆ อะไรบ้างไปดูกันเลย
1) หาดทรายสีดำ (black sand beach)
Image: Shutterstock (Wirestock Creators)
ผืนทรายสีดำสนิทที่ทอดยาวไปตามแนวมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ต้องบอกก่อนว่าทรายสีดำนี้ไม่ได้เกิดจากดินทั่วไป แต่เกิดจากหินลาวาภูเขาไฟที่แตกละเอียดเมื่อเวลาผ่านไปหลายพันปี คลื่นทะเลทำหน้าที่บดและขัดเกลาเศษหินเหล่านี้จนกลายเป็นเม็ดทรายสีดำเนียนละเอียด แล้วทำไมถึงเป็นสีดำล่ะ? เพราะองค์ประกอบหลักคือหินบะซอลต์ (Basalt) ซึ่งมีแร่ธาตุสีเข้ม เช่น เหล็กและแมกนีเซียม นั่นเอง
2) เสาหินบะซอลต์ทรงหกเหลี่ยม (Columnar Basalt)
Image: Shutterstock (Palmi Gudmundsson)
Image: Travelzeed
เสาหินบะซอลต์ (Columnar Basalt) สีเทาเข้มทรงหกเหลี่ยมเรียงตัวเป็นกันเป็นระเบียบเหมือนถูกออกแบบโดยสถาปนิก แต่ในทางธรณีวิทยา โครงสร้างนี้เรียกว่า Columnar Basalt เกิดจากลาวาภูเขาไฟที่เย็นตัวอย่างรวดเร็วและหดตัวจนเกิดรอยแตกเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม ซึ่งเป็นรูปทรงที่กระจายแรงได้สมดุลที่สุด บางแท่งมีความสูงหลายเมตร เรียงตัวแน่นเหมือนผนังหิน ทำให้บริเวณนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่โด่งดังที่สุดของไอซ์แลนด์
3) โขดหินเรย์นิสดรังการ์ (Reynisdrangar)
Image: Shutterstock (Wirestock Creators)
โขดหินเรย์นิสดรังการ์ (Reynisdrangar) กลุ่มเสาหินที่ตั้งอยู่กลางทะเล นอกชายฝั่งเรย์นิสฟยาร์ดรา ตามตำนานพื้นบ้านของไอซ์แลนด์ เล่าว่าโขดหินเหล่านี้คือโทรลล์ที่พยายามลากเรือขึ้นฝั่ง แต่ถูกแสงอาทิตย์สาดส่องก่อนทันกลับเข้าถ้ำ จึงกลายเป็นหินไปตลอดกาล
แต่ในมุมวิทยาศาสตร์ ก็คือ เสาหินทะเล (Sea Stacks) ที่เกิดจากการกัดเซาะของคลื่นมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือเป็นเวลานานหลายพันปี
4) ถ้ำฮัลซาเนฟเชลลีร์ (Hálsanefshellir)
Image: Shutterstock (Eric Cirone)
Image: Travelzeed
ถ้ำทะเลที่ซ่อนตัวอยู่ใต้แนวกำแพงหินบะซอลต์ ภายในถ้ำจะเห็นเสาหินบะซอลต์เรียงตัวเป็นลวดลายเหมือนกำแพงเรขาคณิตธรรมชาติ แสดงให้เห็นชั้นหินลาวาที่เย็นตัวและแตกตัวในรูปแบบเดียวกับกำแพงด้านนอก ถึงจะดูสวยแต่ก็มีข้อควรระวัง นั่นคือ คลื่นสามารถซัดเข้าถ้ำได้รวดเร็ว ควรระวังระยะห่างจากขอบน้ำไม่เข้าใกล้ขอบน้ำมากเกินไป
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเที่ยว เรย์นิสฟยาร์ดรา
นอกจากความสวยงามและความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแล้ว ชายหาดแห่งนี้ก็ยังขึ้นชื่อเรื่องคลื่น Sneaker Waves อีกด้วย
แล้ว Sneaker Waves คืออะไรล่ะ?
Sneaker Waves เป็นคลื่นชายฝั่งขนาดใหญ่และทรงพลังที่ซัดเข้าหาฝั่งอย่างกะทันหัน โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า มักเกิดขึ้นหลังจากช่วงที่คลื่นสงบ ทำให้คาดเดาได้ยากและเป็นอันตรายมาก
ข้อควรปฏิบัติ
- เว้นระยะจากขอบน้ำ
- อย่าหันหลังให้ทะเล
- สังเกตแนวคลื่นสูงสุดก่อนเลือกจุดยืน
- หลีกเลี่ยงการยืนใกล้น้ำ เพื่อถ่ายภาพ
- ควรเคารพพื้นที่และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
Image: Travelzeed
ควรไปเที่ยวเรย์นิสฟยาร์ดรา เดือนไหนดีที่สุด?
ชายหาด Reynisfjara สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ละฤดูกาลจะให้บรรยากาศที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ในช่วง ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) อากาศเย็นสบาย แสงกลางวันยาว เหมาะกับการถ่ายภาพและเดินชมชายหาดอย่างปลอดภัย เหมาะสำหรับนักเดินทางมือใหม่ ที่เพิ่งเดินทางมาเที่ยวครั้งแรก
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม) นักท่องเที่ยวเริ่มบางตา คนน้อย บรรยากาศเงียบสงบมากขึ้น และในช่วงกลางคืนที่ท้องฟ้าเปิด มีโอกาสเห็นแสงเหนือด้วย
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน-มีนาคม) ให้บรรยากาศดิบและทรงพลัง คลื่นทะเลแรงขึ้นและสภาพอากาศเปลี่ยนเร็ว เหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์และติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
ส่วน ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-พฤษภาคม) ธรรมชาติเริ่มฟื้นตัว นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยเยอะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบชิล ๆ
Image: Shutterstock (Roberto Lo Savio)
เรย์นิสฟยาร์ดรา เหมาะกับใคร?
- คนชอบถ่ายภาพ Landscape
- ผู้สนใจธรณีวิทยาและภูเขาไฟ
- นักเดินทางสายธรรมชาติ
- ผู้วางแผนเที่ยว South Coast Iceland











