ถ้าให้พูดตรง ๆ ปัญหาของคนอยากไปจีนส่วนใหญ่ไม่ใช่ ไม่รู้จะไปทำอะไร แต่คือไม่รู้จะไป เที่ยวจีนเมืองไหนดี เพราะประเทศจีนมันใหญ่มากจริง ๆ แค่พิมพ์ในกูเกิลก็เจอชื่อเมืองเป็นสิบ ๆ แล้ว แต่ละเมืองก็ดูน่าไปหมด จะเลือกปักกิ่งดีไหม หรือจะลองไปฉงชิ่งที่กำลังดังในโซเชียล หรือถ้าอยากเห็นภูเขาแบบในหนัง Avatar ต้องไปจางเจียเจี้ยใช่มั้ย?
วันนี้ Travelzeed ไม่ได้จะบอกว่าเมืองไหน “ดีที่สุด” เพราะมันไม่มีแค่คำตอบเดียว แต่จะช่วยให้คุณ เลือกเมืองได้ตรงสไตล์ตัวเองมากขึ้น ก่อนจะไปดูรายละเอียดทริปจริง ดูแพ็กเกจทัวร์จีนทั้งหมดของ Travelzeed
ก่อนเลือกเมือง ลองถามตัวเองสั้น ๆ ก่อน
ฟังดูง่าย แต่หลายคนข้ามขั้นตอนนี้ไปเลย แล้วก็จบด้วยการเลือกเมืองตามเพื่อน หรือตามที่เห็นใน Reel ซึ่งบางทีก็โอเค แต่บางทีก็ไปแล้วรู้สึกว่า ไม่ค่อยใช่สไตล์เราเลย ก็เลยอยากให้ลองถามตัวเองด้วย 3 ข้อนี้ก่อนก็พอ
1. อยากได้บรรยากาศแบบไหน? จีนมีทั้งเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ เมืองทันสมัยระดับโลก และธรรมชาติที่อลังการมาก ๆ ถ้ารู้ว่าตัวเองอยากได้ฟีลแบบไหน จะตัดตัวเลือกได้เร็วมาก
2. ชอบเที่ยวเมืองใหญ่ หรือธรรมชาติมากกว่า? ถ้าชอบเดินในเมือง ช้อปปิ้ง คาเฟ่ ถ่ายรูปตึกสูง ๆ เมืองอย่างเซี่ยงไฮ้ก็ตอบโจทย์นะ แต่ถ้าอยากเห็นภูเขา น้ำตก หรือทะเลสาบที่มีหมอกบาง ๆ ตอนเช้า จางเจียเจี้ยหรือจิ่วจ้ายโกวน่าจะถูกใจกว่า
3. มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กไปด้วยไหม? บางเมืองมีบันไดเยอะ ทางเดินชัน หรืออากาศหนาวจัดในบางฤดู ถ้าเดินทางแบบครอบครัว เมืองที่โปรแกรมไม่เร่งรีบ เที่ยวสบาย อย่างเฉิงตูมักจะเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า
เมืองยอดนิยมปี 2026 มีที่ไหนบ้าง
เมืองด้านล่างนี้คือ ตัวเลือกยอดนิยม ที่ถูกพูดถึงบ่อยในปี 2026 แต่หัวใจคือเลือกให้ตรงสไตล์เรา แล้วค่อยไปเช็ครอบทริปจริงอีกที
1. ปักกิ่ง – จีนคลาสสิกที่มือใหม่ไม่ควรพลาด
Image: shutterstock (ABCDstock)
ถ้าอยากเห็นกำแพงเมืองจีน พระราชวังต้องห้าม หรือจัตุรัสเทียนอันเหมินด้วยตาตัวเอง ปักกิ่งคือภาพจำของคำว่าจีนแบบดั้งเดิม เพราะไฮไลต์ชัด เดินทางสะดวก และให้ความรู้สึกเหมือนได้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์อีกครั้ง เหมาะมากสำหรับเหมาะกับสายประวัติศาสตร์
ถ้าคุณชอบเมืองที่มีเรื่องเล่าและแลนด์มาร์กระดับไอคอนของจีน ปักกิ่งตอบโจทย์มาก
2. เซี่ยงไฮ้ – จีนในมุมอินเตอร์
Image: shutterstock (iamlukyeee)
เมืองที่มีตึกสูง คาเฟ่สวย ๆ และย่านเมืองเก่าที่ผสมความเป็นอดีตกับความทันสมัยได้อย่างลงตัวมากเซี่ยงไฮ้เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวจีนแบบไม่ย้อนยุคเกินไป เดินทางง่าย เมืองสะอาด และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมากพอสมควร
ใครชอบฟีลเมืองใหญ่ เดินถ่ายรูปแนวสตรีท ช้อปเพลิน ๆ เซี่ยงไฮ้คือสายนี้เลย
3. ฉงชิ่ง – เมืองภูเขาฟีลหนังไซไฟ
Image: shutterstock (Sumeth anu)
รถไฟทะลุตึก สะพานซ้อนกันหลายชั้น เป็นเมืองที่สร้างบนภูเขาทั้งเมือง จึงทำให้ทุกมุมดูแปลกตาไปหมดและสำหรับสายคอนเทนต์บอกเลยว่าถ่ายรูปได้ไม่มีเบื่อแน่นอน ฉงชิ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่คนไทยเริ่มพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่อยากได้ภาพจีนที่ต่างจากเมืองทั่วไป
ถ้าคุณอยากได้จีนมุมใหม่ แบบไวรัลในโซเชียล ฉงชิ่งคือชื่อเมืองที่ติดลิสต์แทบทุกคน
4. เฉิงตู – เที่ยวชิล ผ่อนคลาย เมืองหมีแพนด้า
Image: shutterstock (Foreverhappy)
เฉิงตูจะให้บรรยากาศที่รู้สึกผ่อนคลายกว่าเมืองใหญ่อื่น ๆ มีศูนย์อนุรักษ์แพนด้า วัดโบราณ และยังถือว่าเป็นประตูสู่ธรรมชาติในมณฑลเสฉวนอีกด้วย เหมาะกับการพาครอบครัวมาเที่ยว หรือคนที่อยากได้ทริปแบบชิล ๆ เที่ยวสบายไม่ต้องเร่งรีบ
เมืองนี้เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบไม่ต้องรีบ และชอบบรรยากาศสบาย ๆ
5. จางเจียเจี้ย – วิวอลังการระดับโลก
Image: shutterstock (aphotostory)
ภูเขาหินรูปเสาสูง และสะพานแก้วที่ตั้งอยู่กลางหุบเขา ทำให้จางเจียเจี้ยเป็นสถานที่ที่ตอบคำถามว่า อยากได้ธรรมชาติแบบอลังการต้องไปไหน ได้ชัดที่สุดเลย
เลือกตามสไตล์การเที่ยวของคุณ
ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่า เมืองไหนใช่สำหรับคุณ ลองดูจากสไตล์ด้านล่างนี้เพิ่มเติมก็ได้นะคะ จะตัดตัวเลือกได้ไวมากขึ้น
-
สายธรรมชาติ ภูเขา น้ำตก ทะเลสาบ
ถ้าคุณอยากไปเที่ยวสถานที่ที่มีภูเขาสูง หมอกเยอะ ๆ ทะเลสาบสีมรกต หรือน้ำตกกลางหุบเขา เมืองที่มีจุดเด่นด้านธรรมชาติจะตอบโจทย์มากกว่าเมืองใหญ่แน่นอน
สองเมืองที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในกลุ่มนี้คือ จางเจียเจี้ย ที่ขึ้นชื่อเรื่องภูเขาหินรูปเสาและสะพานแก้วชื่อดัง กับ จิ่วจ้ายโกว ที่มีความโดดเด่นเรื่องทะเลสาบใสสีมรกต เหมาะมากกับคนที่ชอบถ่ายภาพวิวกว้าง ๆ และอยากสัมผัสอุทยานระดับโลก
-
สายหิมะ อยากหนาวจริง ๆ
บางคนไม่ได้อยากเจอแค่อากาศเย็น แต่อยากเห็นหิมะตก คลุมทั้งเมือง และเดินกลางอุณหภูมิติดลบแบบเต็ม ๆ แนะนำ ฮาร์บิน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลกเรื่องเทศกาลน้ำแข็งและน้ำแข็งแกะสลักยักษ์ในช่วงฤดูหนาว
-
สายถ่ายรูปและคอนเทนต์
ถ้าชอบมุมมองที่แปลกตา วิวเมืองที่ไม่เหมือนใคร หรือบรรยากาศที่ดูมีเรื่องเล่า เมืองที่โดดเด่นในกลุ่มนี้คือ ฉงชิ่ง กับภาพลักษณ์เมืองภูเขาให้ฟีลเหมือนอยู่ดูหนังไซไฟที่ แถมยังเป็นกระแสในโซเชียลอีกด้วย และอีกเมืองที่อยากแนะนำคือ ลี่เจียง เมืองเก่าที่มีภูเขาล้อมรอบ มองไปทางไหนก็มีแต่ภูเขา เดินถ่ายรูปได้ทั้งวันก็ไม่เบื่อ
-
ครอบครัวที่อยากเดินสบาย ไม่เร่งรีบ
สำหรับทริปที่มีทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ความสะดวกสบายคือสิ่งสำคัญที่สุด เลยอยากแนะนำเป็นมือง เฉิงตู ทั้งเรื่องบรรยากาศ การเดินทาง และกิจกรรมที่บอกเลยว่าเหมาะกับทุกวัยแน่นอน
เทียบ 4 เมืองยอดฮิต
| เมือง | เหมาะกับใคร | เดินเยอะไหม | ฟีลการเที่ยว | เหมาะกับกี่วัน |
| ปักกิ่ง | มือใหม่ / สายประวัติศาสตร์ | ปานกลาง | คลาสสิก | 5 – 6 วัน |
| เซี่ยงไฮ้ | สายเมือง / ช็อปปิ้ง | น้อย-ปานกลาง | ทันสมัย อินเตอร์ | 4 – 5 วัน |
| ฉงชิ่ง | สายถ่ายรูป / คอนเทนต์ | ปานกลาง-เยอะ | ล้ำ / เท่ / ฟีลไซไฟ | 5 – 6 วัน |
| เฉิงตู | สายครอบครัว | น้อย | เดินชิล / ธรรมชาติ | 5 – 6 วัน |
สามารถเช็กราคาและโปรโมชั่นได้ที่นี่ 👉ดูทัวร์จีนทุกเส้นทาง
เมืองจีนที่กำลังมาแรงในปี 2026
นอกจากเมืองยอดนิยมเดิม ๆ ปีนี้มีเมืองที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย
ฉงชิ่ง ยังคงแรงต่อเนื่อง ภาพรถไฟทะลุตึกและไฟกลางคืนไม่มีเบื่อ ฮาร์บิน กลายเป็นกระแสทุกฤดูหนาว ใครอยากเห็นหิมะจริง ๆ ต้องที่นี่ ชิงเต่า เริ่มดึงดูดคนที่อยากได้บรรยากาศริมทะเลแบบมีกลิ่นอายยุโรป มองโกเลียใน เปิดโลกให้คนที่อยากได้ประสบการณ์ทุ่งหญ้ากว้างสุดสายตา จิ่วจ้ายโกว ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องในกลุ่มสายธรรมชาติ และ ลี่เจียง ยังเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของคนที่อยากได้บรรยากาศเมืองเก่าโรแมนติก
Image: shutterstock (Weiming Xie)
สรุปสั้น ๆ เลือกเที่ยวจีนเมืองไหนดี
- อยากได้ประวัติศาสตร์ระดับโลก → ปักกิ่ง
- อยากเมืองทันสมัย เดินสบาย → เซี่ยงไฮ้
- อยากวิวธรรมชาติอลังการ → จางเจียเจี้ย
- อยากหิมะจริงจัง ติดลบ → ฮาร์บิน
- อยากถ่ายรูปไฟกลางคืนสุดล้ำ → ฉงชิ่ง
- อยากชิล เที่ยวสบาย ไม่เร่ง → เฉิงตู
- อยากได้บรรยากาศโรแมนติกเมืองเก่า → ลี่เจียง
เมื่อเลือกได้แล้ว สามารถเช็ครอบเดินทางที่เหมาะกับช่วงเวลาของคุณได้ที่นี่เลย










