ถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 มีเรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนกดจองตั๋ว ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้มีประกาศ การปรับขึ้น ค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (Passenger Service Charge: PSC) หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “ภาษีสนามบิน” จากเดิม 730 บาท พุ่งขึ้นเป็น 1,120 บาทต่อคน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ครอบคลุมสนามบินในเครือ AOT ทั้ง 6 แห่ง
วันนี้ Travelzeed ได้รวมรวมข้อมูลทุกอย่างที่ต้องรู้ ทั้งอัตราใหม่ วันที่มีผล สนามบินที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงผลต่อราคาตั๋วและค่าทัวร์ต่างประเทศ
ทำความรู้จัก ภาษีสนามบิน กัน
ก่อนจะไปถึงตัวเลขที่ปรับขึ้น ขอทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า “ภาษีสนามบิน” ที่หลายคนพูดถึงกันนั้น จริง ๆ แล้วมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge หรือ PSC) เป็นค่าธรรมเนียมที่ผู้โดยสารต้องชำระให้กับท่าอากาศยานเพื่อแลกกับการใช้บริการโครงสร้างพื้นฐานของสนามบิน ไม่ว่าจะเป็นอาคารผู้โดยสาร ระบบรักษาความปลอดภัย เครื่องมือตรวจสัมภาระ ไปจนถึงระบบสะพานเทียบเครื่องบิน
AOT ยืนยันชัดว่า ค่า PSC ไม่ใช่ภาษี และไม่ใช่รายได้เพื่อการแสวงหากำไร แต่เป็นรายได้ที่จะถูกนำไปพัฒนาสนามบินโดยตรง และเป็นไปตามการอนุมัติของคณะกรรมการการบินพลเรือน และหลักเกณฑ์สากลขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ International Civil Aviation Organization : ICAO)
ภาษีสนามบิน กับ ภาษีน้ำมัน ต่างกันยังไง
หลายคนมักสับสนระหว่างสองค่านี้ ความแตกต่างคือ:
- ภาษีสนามบิน (PSC) เก็บโดยท่าอากาศยาน ขึ้นอยู่กับว่าคุณบินจากสนามบินไหน และอัตราถูกกำหนดโดย AOT ตามมาตรฐานสากล ICAO
- ภาษีน้ำมัน (Fuel Surcharge) เก็บโดยสายการบิน เป็นค่าชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผันผวน ปรับขึ้นลงตามราคาน้ำมันโลก ซึ่งในปี 2569 นี้ก็ปรับขึ้นไปสูงมากแล้วเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
** พูดง่าย ๆ คือ เวลาคุณซื้อตั๋วเครื่องบิน ราคาที่เห็นจะรวมทั้งสองส่วนนี้ไว้ด้วยกัน ซึ่งในปี 2569 นี้ทั้งคู่ขยับขึ้นพร้อมกันพอดี **
ภาษีสนามบิน ในปี 2569 ปรับขึ้นเท่าไหร่?
-
อัตราใหม่ของค่าบริการผู้โดยสารระหว่างประเทศ
AOT ประกาศปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) จากเดิม 730 บาท เป็น 1,120 บาทต่อคน สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นคือ 390 บาทต่อคน หรือคิดเป็นการปรับขึ้นราว 53% จากอัตราเดิม ซึ่งถือว่าเป็นการปรับครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีของ AOT
-
เริ่มใช้วันไหน
อัตราใหม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป โดยตั๋วที่ออกตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 จะถูกคิดในอัตราใหม่ ถ้าใครจองและออกตั๋วก่อนหน้านั้น อัตราเก่าจะยังคงอยู่ในตั๋วใบนั้น
-
เที่ยวบินในประเทศได้รับผลกระทบไหม
สำหรับการเดินทางภายในประเทศ จะไม่ได้รับผลกระทบอัตราค่าบริการยังคงเดิมที่ 130 บาทต่อคน เพื่อเป็นการช่วยสงเสริมและสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวภายในประเทศของภาครัฐ สำหรับใครที่มีแพลนบินในไทยไม่ต้องตกใจนะคะ บินได้ในราคาเท่าเดิม
ตารางเปรียบเทียบอัตราเดิม vs อัตราใหม่
| ประเภทผู้โดยสาร | อัตราเดิม | อัตราใหม่ | ส่วนต่าง |
| ขาออกระหว่างประเทศ | 730 บาท | 1,120 บาท | เพิ่มขึ้น 390 บาท |
| ขาออกภายในประเทศ | 130 บาท | 130 บาท | ไม่เปลี่ยนแปลง |
สนามบินที่ได้รับผลกระทบ
การปรับขึ้นอัตราค่าบริการในครั้งนี้ ครอบคลุมท่าอากาศยานหลักของประเทศไทยภายใต้การดูแลของ AOT ทั้ง 6 แห่ง ได้แก่
- สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK): สนามบินหลักของไทย รองรับผู้โดยสารต่างประเทศมากที่สุด และเป็นสนามบินที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของเที่ยวบินระหว่างประเทศหลักทั้งหมด รวมถึงจะได้รับเงินจากการปรับ PSC ครั้งนี้ไปพัฒนาโครงการ SAT-1 โดยตรง
- สนามบินดอนเมือง (DMK): สนามบินหลักของสายการบินราคาประหยัด เช่น AirAsia, Thai Lion Air และ Nok Air ที่มีเส้นทางบินต่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะแระเทศในอาเซียน ผู้โดยสารของสนามบินนี้จะรู้สึกถึงการปรับขึ้นชัดเจน เพราะเดิมตั๋วสายการบินราคาประหยัดมักราคาต่ำ การบวก PSC เพิ่ม 390 บาทคิดเป็นสัดส่วนที่ไม่น้อย
- สนามบินเชียงใหม่ (CNX): สนามบินหลักของภาคเหนือที่มีเส้นทางบินต่างประเทศหลายเส้นทาง โดยเฉพาะเส้นทางไปจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และสิงคโปร์ นักท่องเที่ยวที่ชอบเดินทางจากเชียงใหม่แบบบินตรงจะต้องรับอัตราใหม่ด้วย
- สนามบินภูเก็ต (HKT): สนามบินท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุดในภาคใต้ รองรับเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ (Charter Flight) และเที่ยวบินตรงจากยุโรป รัสเซีย และจีนเป็นจำนวนมาก กระทบโดยตรงกับนักท่องเที่ยวขาออกจากภูเก็ต
- สนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (CEI): สนามบินในภาคเหนือที่กำลังขยายเส้นทางบินต่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางไปจีนตอนใต้ที่มาแรงในช่วงหลัง
- สนามบินหาดใหญ่ (HDY): สนามบินที่ทางภาคใต้ตอนล่าง มีเส้นทางบินต่างประเทศไปมาเลเซียและสิงคโปร์ที่เป็นที่นิยมของนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวในพื้นที่
ทำไมถึงมีการปรับขึ้นภาษีสนามบิน
- การพัฒนาอาคารผู้โดยสารและระบบสนามบิน: AOT ระบุว่าการปรับค่า PSC ครั้งนี้ เป็นไปตามมติคณะกรรมการการบินพลเรือน และหลักเกณฑ์สากลของ ICAO เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการดำเนินงาน ความโปร่งใส และมาตรฐานการให้บริการสนามบิน
- รองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น: จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้สนามบินต้องขยายทั้งเกตผู้โดยสาร ระบบสัมภาระ และพื้นที่รองรับผู้เดินทาง โดยอัตราเดิมไม่เพียงพอต่อการพัฒนาระยะยาว
- ยกระดับมาตรฐานสนามบินไทย: AOT ต้องการผลักดันสนามบินไทย โดยเฉพาะ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้เป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค จึงจำเป็นต้องลงทุนด้านระบบดิจิทัล ความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม
- โครงการ SAT-1 และระบบอัตโนมัติใหม่: รายได้จากค่า PSC จะถูกนำไปพัฒนาโครงการต่าง ๆ เช่น อาคาร SAT-1 ที่สุวรรณภูมิ การปรับปรุงอาคารผู้โดยสารดอนเมือง และระบบเช็กอินอัตโนมัติ CUPPS เพื่อช่วยลดเวลารอและเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง





