หากคุณกำลังวางแผนไปญี่ปุ่นปีนี้ แต่ยังลังเลว่า เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดีที่สุด หรือ ไปญี่ปุ่นเดือนไหนดี บทความนี้คือคู่มือ “ตัดสินใจ/วางแผน” ที่สรุปให้ครบทั้งเดือนที่เหมาะกับสไตล์คุณ เทศกาลเด่น งบประมาณ และ เตรียมตัวไปญี่ปุ่น 2569 แบบอ่านจบแล้วเลือกเดือนได้ทันที (ฉบับคนไทยเข้าใจง่าย)
ไปญี่ปุ่นเดือนไหนดีที่สุดสำหรับคุณ
|
สไตล์เที่ยวของคุณ |
เดือนที่เหมาะที่สุด |
เหตุผล |
|
สายโรแมนติก – ซากุระ |
มี.ค.–เม.ย. |
ซากุระบานสวย บรรยากาศหวานมาก |
|
สายถ่ายรูปใบไม้แดง |
ต.ค.–พ.ย. |
สีแดง–ส้มเต็มภูเขา รูปสวยทุกช็อต |
|
สายหิมะ-สกี-ออนเซ็น |
ธ.ค.–ก.พ. |
หนาวจริง หิมะเยอะ ออนเซ็นฟิน |
|
สายประหยัดคุ้มราคา |
มิ.ย.–ก.ย. |
ตั๋ว–โรงแรมมักถูก คนไม่แน่น |
|
สายงานเทศกาลญี่ปุ่นแท้ |
ก.ค.–ส.ค. |
ดอกไม้ไฟ งานประเพณีใหญ่ทั่วประเทศ |
|
สายพาครอบครัวไปเที่ยว |
เม.ย.–ก.ค. |
อากาศดี + กิจกรรมกลางแจ้งเยอะ |
|
สายชิล ไม่ชอบคนเยอะ |
ปลาย พ.ค.–มิ.ย. |
ไม่พีก เที่ยวสบาย ราคาดี |
ถ้าคุณตอบตัวเองได้ว่า “อยากได้ซากุระ/ใบไม้แดง/หิมะ/งบประหยัด” ตารางนี้จะช่วยล็อกเดือนที่ใช่ได้เร็วที่สุด
เที่ยวญี่ปุ่น ทั้ง 12 เดือน – ไปญี่ปุ่นเดือนไหนดีแบบละเอียด
ส่วนนี้คือหัวใจของบทความ เพราะหลายคน “วางแผนเที่ยวตามเดือนลาพักร้อน” มากกว่าตามฤดู มาดูทีละเดือนแบบละเอียดกันเลยค่าาา
1) เที่ยวญี่ปุ่น เดือนมกราคม
เดือนมกราคม คือช่วงที่ญี่ปุ่นเข้าสู่หน้าหนาวเต็มตัว อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ -5 ถึง 7 องศา โดยเฉพาะทางตอนเหนืออย่าง ฮอกไกโด ซัปโปโร นิเซโกะ ที่หิมะฟูหนา การไปญี่ปุ่นเดือนนี้จึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากเปิดประสบการณ์ winter wonderland แบบแท้ ๆ
จากประสบการณ์ของทีม Travelzeed ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เลือกไปญี่ปุ่นช่วงปีใหม่และหลังปีใหม่มักเน้นกิจกรรมสกี เล่นสโนว์บอร์ด และพักรีสอร์ตที่มีออนเซ็นในโซน นากาโน่ กุนมะ ฮอกไกโด แต่ต้องยอมรับว่าช่วงต้นเดือนมกราคม ค่าใช้จ่ายโดยรวมจะสูงกว่าปกติ ทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พัก เพราะเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ของทั้งคนญี่ปุ่นและต่างชาติ ถ้าอยากได้ราคาดีกว่า แนะนำเลี่ยงช่วง 28 ธ.ค. – 3 ม.ค. ไปเป็นสัปดาห์ที่สองของเดือนแทน จะได้อากาศหนาวเท่าเดิม แต่ราคาน่ารักขึ้นมากค่ะ
2) เที่ยวญี่ปุ่น เดือนกุมภาพันธ์
กุมภาพันธ์ยังคงหนาวจัด โดยเฉพาะทางตอนเหนือ อุณหภูมิอยู่ประมาณ -5 ถึง 8 องศา แต่นับว่าเป็นเดือนที่หลายคนรอคอย เพราะมีงานระดับโลกอย่าง Sapporo Snow Festival และบรรยากาศเมืองเก่าที่ถูกแต่งด้วยไฟอย่าง Otaru Snow Light Path ซึ่งทีม Travelzeed พาลูกค้าไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกปี และเสียงตอบรับดีมาก
แค่สำหรับคนไทยที่ไม่คุ้นกับอากาศติดลบ เดือนนี้ต้องเตรียมเสื้อผ้าให้ดีเป็นพิเศษ ทั้ง ฮีตเทคหลายชั้น ถุงมือกันลม รองเท้ากันลื่น เพราะพื้นถนนในซัปโปโร หรืออาซาฮิคาวะ มักจะกลายเป็นน้ำแข็ง อาจจะทำให้ลื่นได้ง่ายค่ะ
3) เที่ยวญี่ปุ่น เดือนมีนาคม
เดือนมีนาคมคือช่วงเปลี่ยนผ่านจากหน้าหนาวไปสู่ฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิประมาณ 5-14 องศา ทำให้การเดินเที่ยวในเมืองอย่าง โตเกียว โอซาก้า ฟุกุโอกะ จะสบายขึ้นมาก ไม่หนาวจัดเท่าช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ สำหรับคนไทยที่อยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่ต้องรับมือกับหิมะหนัก ๆ เดือนมีนาคมถือว่าเป็นช่วงที่ดีมาก
และในช่วงปลายเดือนคือช่วงที่ซากุระเริ่มบานในทางตอนใต้และภูมิภาคคิวชู เช่น ฟุกุโอกะ และค่อย ๆ ไล่ขึ้นมาทาง โอซาก้า-เกียวโต-โตเกียว แต่เพราะดอกไม้ไม่ได้มีปุ่มเปิดปิดตายตัว การวางแผนจึงควรเผื่อวันบานเร็วหรือบานช้าสัก 3-5 วัน ขอแนะนำว่าถ้าอยากเห็นซากุระในโตเกียวให้เลือกเดินทางช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคมต่อเนื่องต้นเมษายน เพื่อเพิ่มโอกาสเห็นซากุระพีคแบบไม่ต้องลุ้นดวงมากจนเกินไป (แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละปีด้วยนะคะ)
4) เที่ยวญี่ปุ่น เดือนเมษายน
คำถามที่ว่า “เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดี? ถ้าอยากเห็นซากุระสวยที่สุด?” แน่นอนค่ะว่า ต้องเป็น เดือนเมษายน (อ้างอิงจาก สมาคมพยากรณ์อากาศญี่ปุ่น) อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 10-20 องศา อาการกำลังดี เดินเที่ยวทั้งวันไม่เหนื่อยง่าย และแทบทุกเมืองยอดฮิตตั้งแต่ โตเกียว โยโกฮาม่า นาโกย่า โอซาก้า เกียวโต ไปจนถึงภูมิภาคโทโฮคุบางส่วน จะมีจุดชมซากุระให้เลือกเต็มไปหมด
แน่นอนว่าในช่วงเมษายน คือ High Season ของการไปญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบินและแพ็กเกจทัวร์จะเต็มเร็วมาก โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ ถ้าอยากไปญี่ปุ่นเดือนเมษายนแบบสบายใจ แนะนำให้จองตั้งแต่ล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 เดือน และอย่าลืมเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางในจุดยอดฮิต เช่น สถานีรถไฟ หรือสวนสาธารณะใหญ่ ๆ เพราะคนทั้งญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติจะไปรวมตัวกันที่จุดเดียวกันแทบทุกเมือง
5) เที่ยวญี่ปุ่น เดือนพฤษภาคม
เดือนพฤษภาคมถือเป็นหนึ่งในเดือนที่ทีม Travelzeed แนะนำบ่อยมาก สำหรับลูกค้าคนไทยที่ถามว่า “ถ้าไม่เน้นซากุระ แต่ขออากาศดี ๆ ไปญี่ปุ่นเดือนไหนดี?” เพราะอุณหภูมิจะอยู่ที่ 15-23 องศา ไม่หนาวเกินไป และไม่ร้อนจนเหงื่อแตก ทำให้เหมาะกับการเดินเล่นตามย่านเมืองเก่าอย่าง เกียวโต นารา คานาซาวะ หรือจะเดินชมธรรมชาติแถบภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบต่าง ๆ ก็ดีเหมือนกัน
แต่ช่วงต้นเดือนอาจมี Golden Week ซึ่งเป็นวันหยุดยาวของคนญี่ปุ่นเอง ส่งผลให้บางเมืองมีนักท่องเที่ยวในประเทศเยอะกว่าปกติ และราคาที่พักอาจขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ถ้าขยับทริปมาเป็นกลางเดือนหรือตอนปลายเดือน บรรยากาศจะผ่อนคลายมากขึ้น คนไม่หนาแน่นเท่าช่วงซากุระ และยังคงได้อากาศดีเหมาะกับผู้สูงอายุและเด็กที่ไม่ชอบอากาศสุดขั้วเกินไปค่ะ
6) เที่ยวญี่ปุ่น เดือนมิถุนายน
มิถุนายนเป็นเดือนที่ญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่ช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะแถบ โตเกียว โอซาก้า เกียวโต อุณหภูมิประมาณ 18–28 องศา แม้จะมีฝนสลับแดด แต่ข้อดีคือ ค่าตั๋วเครื่องบินและที่พักมักถูกกว่าช่วงอื่น เหมาะมากสำหรับคนอยากไปญี่ปุ่นในงบจำกัด หรือไปซ้ำแต่เน้นเที่ยวเมือง ดูคาเฟ่ ช้อปปิ้งในห้างและเอาท์เล็ท
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ เทศกาลดอกไฮเดรนเยีย (Ajisai Matsuri) ที่จะบานสวยอยู่ตามวัดและสวนหลายแห่ง เช่น วัดฮาเซเดระ (Hasedera Temple) แถวคามาคุระ ถ้าวางแผนดี ๆ เน้นเที่ยวสถานที่ในร่มผสมกับจุดชมดอกไม้ ก็จะได้ทริปญี่ปุ่นที่คุ้มค่าแบบไม่ต้องแย่งคนเยอะ กลายเป็นคำตอบว่า “ไปญี่ปุ่นเดือนไหนดีให้ถูกและไม่วุ่นวาย” ได้อย่างสบายเลยนะ
7) เที่ยวญี่ปุ่น เดือนกรกฎาคม
กรกฎาคม คือช่วงหน้าร้อนจริง ๆ ของญี่ปุ่น อุณหภูมิประมาณ 25-33 องศา โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างโตเกียวหรือโอซาก้า แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเดือนที่มีสีสันมากที่สุดเดือนหนึ่ง เพราะเต็มไปด้วยงานดอกไม้ไฟ (Hanabi) และเทศกาลดังอย่าง เทศกาลกิออนมัตสึริ (Gion Matsuri) ที่เกียวโต อีกทั้งยังเป็นเดือนที่ทุ่งลาเวนเดอร์ที่ ฟุราโนะ – บิเอะ ในฮอกไกโด บานสวยสุด ๆ ไปเลย
จากประสบการณ์พาลูกค้าไปฮอกไกโด ในช่วงกรกฎาคม ทริปมักเต็มเร็วสุด ๆ เพราะอากาศที่นั่นจะเย็นสบายกว่าแถบคันโตและคันไซ เหมาะกับคนที่อยากหนีร้อนจากกรุงเทพแล้วไปเดินเล่นในทุ่งดอกไม้สวย ๆ ถ่ายรูปแบบไม่ต้องใส่เสื้อโค้ทหนา เหลือแค่เตรียมหมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดดดี ๆ เท่านั้นเอง ถึงแม้ว่าอากาศจะเย็น แต่แดดแสบผิวเลยนะ
8) เที่ยวญี่ปุ่น เดือนสิงหาคม
สิงหาคมเป็นอีกเดือนที่ร้อนที่สุดของญี่ปุ่น แต่ก็อัดแน่นไปด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบที่หลายคนอยากสัมผัสสักครั้ง อุณหภูมิประมาณ 28-35 องศา มีเทศกาลมากมาย อย่าง เทศกาลโอบง (Obon Festival) และเทศกาลเต้นรำระดับประเทศอย่าง เทศกาลอาวะ โอโดริ (Awa Odori) ที่โทคุชิมะ หรือเทศกาลเนบุตะ (Nebuta) ในอาโอโมริ ที่ตกแต่งขบวนแห่ด้วยโคมไฟขนาดใหญ่
สำหรับคนที่ถามว่า “ถ้าอยากเห็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมจริง ๆ ต้องเที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหน ” แนะนำเดือนสิงหาคมเลยค่ะ แต่ต้องรับมือเรื่องอากาศร้อนได้ดีนะ แนะนำว่าเที่ยวสลับระหว่างกิจกรรมกลางแจ้งกับแอร์เย็น ๆ ในห้าง หรือเลือกบินไปโซนที่อากาศเย็นกว่าอย่าง ฮอกไกโด แทนเมืองหลักก็ได้เหมือนกันค่ะ
9) เที่ยวญี่ปุ่น เดือนกันยายน
กันยายนเป็นเดือนรอยต่อที่อุณหภูมิลดลงมาอยู่ที่ 21-28 องศา อากาศเริ่มเย็นสบายขึ้น โดยเฉพาะช่วงปลายเดือน บางพื้นที่ทางตอนเหนืออย่างฮอกไกโดจะเริ่มมีใบไม้เปลี่ยนสีให้เห็นก่อนใคร ทำให้เดือนนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ฟีล เริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วง แต่ยังไม่อยากใส่เสื้อกันหนาวหนัก ๆ
ข้อควรระวังคือ กันยายนอาจมีไต้ฝุ่นพัดผ่านในบางปี โดยเฉพาะแถวคันโตและคันไซ ดังนั้นถ้าจะไปช่วงนี้ ควรเผื่อแผนสำรอง เช่น เลือกที่เที่ยวในร่มเพิ่ม และติดตามพยากรณ์อากาศล่วงหน้าด้วยนะคะ
10) เที่ยวญี่ปุ่น เดือนตุลาคม
ตุลาคมคืออีกหนึ่งคำตอบยอดฮิตของคำถามว่า “ถ้าอยากได้ทั้งอากาศดีและวิวสวย ควรไปญี่ปุ่นเดือนไหนดี” เพราะอุณหภูมิจะอยู่ที่ 13-22 องศาเซล แน่นอนว่าอากาศเย็นสบาย เดินทั้งวันได้แบบไม่เหนื่อยง่าย และใบไม้ก็เริ่มเปลี่ยนสีในหลายพื้นที่ ตั้งแต่ภูเขาทางเหนือไล่ลงสู่ภูมิภาคคันโตและคันไซ
เมืองอย่าง นารา เกียวโต นิกโก้ นากาโน่ เริ่มมีต้นไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลือง–ส้ม–แดง ทำให้ได้ฟีล Autumn แบบกำลังดี สำหรับคนที่เคยไปซากุระมาแล้วและอยากลองบรรยากาศใหม่ ๆ มักจะเลือกเดือนตุลาคมเป็นตัวเลือกแรก ๆ ใครอยากไปช่วงนี้แนะนำให้รีบจองนะคะ เพราะแพ็กเกจเดือนนี้มักเต็มเร็วพอ ๆ กับเมษายน เพราะถือเป็น high demand อีกช่วงหนึ่งเลยค่ะ
11) เที่ยวญี่ปุ่น เดือนพฤศจิกายน
พฤศจิกายน เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาทองของคนที่ชอบใบไม้เปลี่ยนสีเลยค่ะ อุณหภูมิจะลดลงมาที่ 7-15 องศา อากาศกำลังเย็นสบาย ไม่หนาวจัด แต่ก็เย็นพอให้ใส่โค้ทสวย ๆ ถ่ายรูป โดยเฉพาะเมืองอย่าง เกียวโต นารา โทโฮคุ นากาโน่ จะมีภาพภูเขา วัด และสวนที่เต็มไปด้วยสีแดง–ส้ม–เหลืองสลับกันอย่างสวยงาม
ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เคยไปช่วงนี้ มักบอกว่า “รูปสวยทุกช็อต ไม่ต้องแต่งเยอะ” ถือเป็นคำตอบที่ตรงมากสำหรับคนที่ถามว่า เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดีให้รูปออกมาสวยที่สุด แต่ก็มีข้อเสียเล็กน้อยคือ สถานที่ยอดนิยมหลายแห่งคนจะค่อนข้างแน่น โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ แนะนำเผื่อเวลาเดินทางและเลือกไปช่วงเช้าตรู่ จะได้ภาพสวย ๆ แบบไม่ติดคน
12) เที่ยวญี่ปุ่น เดือนธันวาคม
มาถึงเดือนสุดท้ายของปี ธันวาคมคือการผสมผสานระหว่างบรรยากาศคริสต์มาสและหน้าหนาว อุณหภูมิประมาณ 0-10 องศา เมืองใหญ่ต่าง ๆ อย่าง โตเกียว โอซาก้า นาโกย่า จะเต็มไปด้วย เทศกาลไฟประดับ (Winter Illumination) มากมาย ที่สวยและตระการตาสุด ๆ ไปเลย ส่วนในแถบฮอกไกโดและภูเขาสูงก็เริ่มมีหิมะตกมากขึ้น เหมาะมากกับคู่รักหรือครอบครัวที่อยากพาเด็ก ๆ ไปสัมผัสหิมะแรกในชีวิต
สำหรับคนที่มีวันหยุดช่วงคริสต์มาส-ปีใหม่ การไปญี่ปุ่นเดือนธันวาคมอาจต้องเตรียมงบเพิ่มนิดหนึ่ง เพราะเป็นอีกช่วง High Season แต่ถ้าขยับทริปมาเป็นต้นเดือนธันวาคมจะได้ทั้งบรรยากาศไฟประดับ สัมผัสอากาศหนาวเย็นแบบไม่โหดเกินไป และราคายังไม่พุ่งสูงเท่าช่วง 25-31 ธ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่คนเดินทางหนาแน่นที่สุดของเดือนค่ะ
เทศกาลเด่นแต่ละเดือน – ถ้าอยากเที่ยวให้สนุก ต้องรู้!
|
เดือน |
เทศกาลที่น่าสนใจ |
|
มกราคม |
Hatsumode (ไหว้พระปีใหม่), กิจกรรมเล่นหิมะทั่วประเทศ |
|
กุมภาพันธ์ |
Sapporo Snow Festival, Otaru Snow Light Path |
|
มีนาคม |
เริ่มเทศกาลซากุระ (บางภูมิภาค) |
|
เมษายน |
Hanami, งานชมซากุระทั่วประเทศ |
|
พฤษภาคม |
Festival of Flowers, Koinobori |
|
มิถุนายน |
Hydrangea Festival (ดอกอะจิไซ) |
|
กรกฎาคม |
Gion Matsuri, ทุ่งลาเวนเดอร์ฟุราโนะ |
|
สิงหาคม |
Awa Odori, Nebuta Festival, งานดอกไม้ไฟ |
|
กันยายน |
งานไหว้พระจันทร์ Tsukimi |
|
ตุลาคม |
Autumn Festival, Halloween Japan |
|
พฤศจิกายน |
โมมิจิพีค ใบไม้แดงทั่วประเทศ |
|
ธันวาคม |
งานไฟคริสต์มาส, Winter Illumination |
งบประมาณ เที่ยวญี่ปุ่น – ไปเดือนไหนคุ้มสุด?
สำหรับคนที่วางแผนไปญี่ปุ่น การเลือกช่วงเดือนเดินทางมีผลอย่างมากต่อ “งบรวมทั้งทริป” โดยเฉพาะตั๋วเครื่องบินและโรงแรม ซึ่งเปลี่ยนแปลงตามฤดูอย่างชัดเจน โดยวันนี้จะขอยกตัวอย่างการสรุปค่าใช้จ่ายแบบเฉลี่ย สำหรับ ทริปญี่ปุ่น 5 วัน 4 คืน นะคะ
งบแบบประหยัด (Low Season)
ช่วงนี้ถือว่าเหมาะที่สุดสำหรับคนที่ต้องการ “ไปญี่ปุ่นให้คุ้มที่สุด” เพราะราคาตั๋วและที่พักมักลดลงจากช่วง High Season เหมาะมากสำหรับนักศึกษา ครอบครัวที่ต้องการประหยัด หรือคนที่ไปญี่ปุ่นซ้ำหลายครั้งและไม่ซีเรียสเรื่องฤดู โดยจำแนกค่าใช้จ่ายแบบคร่าว ๆ ดังนี้
- ตั๋วเครื่องบิน: 9,500 – 15,000 บาท
- ที่พัก: 1,200 – 1,500 บาท/คืน (โตเกียว–โอซาก้า)
- ค่าเดินทางในประเทศญี่ปุ่น: 2,500 – 4,500 บาท
- ค่าอาหาร/กิจกรรม: 4,000 – 7,000 บาท
➡ รวมงบทั้งทริปโดยประมาณ: 18,000 – 25,000 บาท
งบปานกลาง (Shoulder Season)
เป็นช่วงที่อากาศกำลังดี และยังไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวพีก ราคาจึงสมเหตุสมผล เหมาะสำหรับคนที่อยากได้อากาศดี เดินเที่ยวสบาย และยังควบคุมงบประมาณได้ดี
➡ รวมงบเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 23,000 – 29,000 บาท
งบช่วงไฮซีซั่น (High Season)
ช่วงนี้เป็นที่นิยมของทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ราคาทุกอย่างสูงขึ้นอย่างชัดเจน แม้งบจะสูง แต่ก็ถือว่าคุ้มสำหรับคนที่อยากเห็นซากุระพีค (เมษายน), ใบไม้แดงสวยที่สุดของปี (ตุลาคม–พฤศจิกายน) หรือหิมะเต็มพื้นที่ (ธันวาคม–กุมภาพันธ์)
- ตั๋วเครื่องบินอาจขึ้นถึง: 16,000 – 22,000 บาท
- โรงแรมจะเต็มเร็ว โดยเฉพาะโตเกียว–โอซาก้า–เกียวโต
➡ รวมงบทั้งทริป: 30,000 – 45,000+ บาท
เตรียมตัวไปญี่ปุ่น 2569 (Checklist สั้น ๆ ฉบับย่อ)
Checklist ก่อนเดินทาง (ฉบับเที่ยวสบาย)
- พาสปอร์ตอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน
- จองตั๋ว/โรงแรม/ทัวร์ล่วงหน้า (ช่วงพีคควร 2–4 เดือน)
- อินเทอร์เน็ต (eSIM/ซิม/พ็อกเก็ตไวไฟ)
- บัตรเดินทาง/แอปสำคัญ (แผนที่/แปลภาษา)
- ประกันการเดินทาง (แนะนำมาก โดยเฉพาะหน้าหนาว/สกี)
- เงินสด + บัตรเครดิต/เดบิต (บางร้านยังรับเงินสด)
การเตรียมเสื้อผ้าฉบับย่อ
- ถ้าเจอ ต่ำกว่า 10°C: ฮีตเทค + โค้ทกันลม + ถุงมือ/ผ้าพันคอ
- ถ้าอยู่ช่วง 10–20°C: เสื้อแขนยาว + แจ็กเก็ตบาง/คาร์ดิแกน
- ถ้าเป็น 25–35°C: เสื้อบาง ระบายอากาศ + หมวก + กันแดด + พัดลมมือถือ
- ถ้าไปพื้นที่หิมะ: รองเท้ากันลื่น/อุปกรณ์กันลื่น สำคัญมาก
อ่านละเอียดเรื่องอากาศและการแต่งตัว: ฤดูของญี่ปุ่นมีกี่ฤดู











