ถ้าใครเคยดูการ์ตูนอนิเมะแล้วเห็นฉากตัวละครใส่ชุดยูกาตะ เดินเล่นริมแม่น้ำ ท่ามกลางเสียงหัวเราะและดอกไม้ไฟที่ค่อย ๆ บานเต็มท้องฟ้ายามค่ำคืน จนแอบคิดว่า อยากไปอยู่ในฉากนั้นสักครั้ง บอกเลยว่า เทศกาลพลุญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า Hanabi Taikai (花火大会) คือบรรยากาศแบบนั้นในชีวิตจริง
คำว่า Hanabi ในภาษาญี่ปุ่นแปลตรงตัวว่า ดอกไม้ไฟ (Hana = ดอกไม้, Bi = ไฟ) และเทศกาลฮานาบิก็ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของการเที่ยวญี่ปุ่นช่วงหน้าร้อนที่มีประวัติยาวนานหลายร้อยปี โดยในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ของทุกปี ทั่วทั้งญี่ปุ่นจะเต็มไปด้วยงานเทศกาลพลุนับพันแห่ง ตั้งแต่งานใหญ่ชื่อดังในเมืองอย่างโตเกียว ไปจนถึงงานท้องถิ่นเล็ก ๆ ตามชนบท ซึ่งแต่ละที่ก็มีเสน่ห์และบรรยากาศเฉพาะตัวแตกต่างกันไป
และวันนี้ Travelzeed ได้คัด 7 เทศกาลพลุญี่ปุ่น ที่บอกเลยว่าคนรักดอกไม้ไฟไม่ควรพลาดมาแนะนำกัน สำหรับใครที่กำลังวางแผน เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน หรืออยากสัมผัสบรรยากาศงานฮานาบิแบบในอนิเมะจริง ๆ ลองมาดูกันว่ามีงานไหนน่าไปบ้าง!
1. เทศกาลพลุแม่น้ำสุมิดะ (Sumida River Fireworks Festival) จ.โตเกียว
Image: shutterstock (Hsiun)
ถ้าจะพูดถึง งานพลุโตเกียว ต้องพูดถึงงานนี้ก่อนเลย งานพลุริมแม่น้ำสุมิดะ เป็นหนึ่งในงานพลุที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น มีประวัติยาวนานกว่า 290 ปี ย้อนไปถึงสมัยเอโดะ เทศกาลนี้เริ่มจากพิธีกรรมอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ภาวะทุพภิกขภัยครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1732 ก่อนจะกลายมาเป็นงานเฉลิมฉลองประจำปีที่คนโตเกียวรักมาจนถึงทุกวันนี้
ในคืนเดียวมีพลุถูกยิงขึ้นไปกว่า 20,000 ดอก จาก 2 จุดพร้อมกันที่บริเวณสะพานซากุระและสะพานโคมางาตะ ริมแม่น้ำย่านอาซากุสะ สิ่งที่ทำให้งานนี้พิเศษคือบรรยากาศรอบข้างทั้งหมด ย่านอาซากุสะที่คนแน่นขนัด กลิ่นอาหารจากซุ้มอาหารญี่ปุ่นสองข้างทาง และภาพพลุสะท้อนลงมาในแม่น้ำสุมิดะ นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันพลุระหว่างช่างพลุ 10 ทีมชั้นนำของญี่ปุ่น ให้คนดูเป็นคนโหวตว่าชอบของใครที่สุด
- วันจัดงาน: 25 กรกฎาคม 2026 (เวลา 19:00 – 20:30 น.)
- จุดชมพลุ: ริมแม่น้ำสุมิดะ ย่านอาซากุสะ – สุมิดะ โตเกียว
- เดินทาง: นั่งรถไฟสาย Ginza Line หรือ Asakusa Line ลงสถานี Asakusa
- Tip: ไปก่อนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เพราะคนเยอะมาก หาจุดนั่งริมฝั่งแม่น้ำให้ได้ก่อนฟ้ามืด หรือมองจากบริเวณโตเกียวสกายทรี ก็สวยเหมือนกันและคนน้อยกว่า
2. เทศกาลดอกไม้ไฟนางาโอกะ (Nagaoka Fireworks Festival) จ.นีงาตะ
Image: shutterstock (Hit1912)
คนญี่ปุ่นหลายคนบอกว่านี่คือ เทศกาลพลุญี่ปุ่นที่ดังที่สุดและสวยที่สุด เรียกได้ว่าเป็น 1 ใน 3 งานพลุที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ อยู่ที่เมืองนากาโอกะ จังหวัดนีงาตะ งานนี้จัดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1946 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากการทิ้งระเบิดเมืองนากาโอกะเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 1945 และแสดงถึงการฟื้นฟูของเมืองที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง วันจัดงานคือ 2 – 3 สิงหาคมทุกปีโดยไม่เปลี่ยนแปลง
ไฮไลท์พลุที่ทุกคนรอดูคือชุด Reconstruction Phoenix Fireworks จะมียิงพลุกว่า 20,000 ดอกพร้อมเพลง Jupiter ของ Ayaka Hirahara ที่บรรเลงควบคู่กัน นอกจากนี้ยังมีพลุชุดพิเศษ Sanshaku-dama ลูกยักษ์ขนาด 90 ซม. ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในพลุที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- วันจัดงาน: 2 – 3 สิงหาคม 2026 (เวลา 19:25 – 21:10 น. ทั้งสองคืน)
- จุดชมพลุ: ริมแม่น้ำชินาโนะ เมืองนากาโอกะ จังหวัดนีงาตะ
- เดินทาง: นั่ง Shinkansen สาย Joetsu จากโตเกียวใช้เวลา 1 ชั่วโมง 40 นาที ลงสถานีนากาโอกะ เดินต่อประมาณ 20 นาที
- Tip: ที่นั่งในสนามต้องซื้อผ่านระบบ lottery ล่วงหน้า โรงแรมเต็มเร็วมาก แนะนำจองล่วงหน้า 3 – 6 เดือน หรือเลือกทัวร์แบบแพ็คเก็จ ที่รวมที่นั่งและที่พักไว้แล้ว
3. เทศกาลดอกไม้ไฟโอมาการิ (Omagari Fireworks) จ.อาคิตะ
Image: shutterstock (Shotaro Yamaki)
เทศกาลดอกไม้ไฟโอมาการิ เป็นหนึ่งเทศกาลพลุที่ขึ้นชื่อเรื่องความสร้างสรรค์มาก จนสำนักพิมพ์คู่มือท่องเที่ยวอย่าง Lonely Planet เคยเรียกงานนี้ว่า โอลิมปิกแห่งวงการพลุญี่ปุ่น เพราะเป็นการแข่งขันพลุระดับชาติที่มีมาตั้งแต่ปี 1910 ช่างพลุชั้นนำจากทั่วประเทศมาแข่งกันออกแบบพลุใหม่ ๆ ทั้งในแบบพลุกลางวัน (ใช้ควันสีแทนแสงไฟ ซึ่งหายากมาก เป็นเพียงงานเดียวในญี่ปุ่นที่มีประเภทนี้) และพลุกลางคืนที่แต่ละดอกต้องแตกต่างและสร้างสรรค์ที่สุด รางวัลสูงสุดคือ Prime Minister’s Award (รางวัลนายกรัฐมนตรี) ถือว่าเป็นเกียรติยศสูงสุดของช่างทำดอกไม้ไฟเลย
การดูงานนี้คือการดูการแสดงศิลปะที่ดีที่สุดในโลกของพลุ ทุกดอกที่พุ่งขึ้นไปล้วนคิดมาแล้วว่าจะสวยอย่างไร เป็นลวดลายอะไร จังหวะดนตรีแบบไหน ปีนี้เป็นการจัดครั้งที่ 98 มีช่างพลุแข่งขัน 28 ทีม
- วันจัดงาน: 29 สิงหาคม 2026 (พลุกลางวัน 17:10 – 18:00 น. / พลุกลางคืน 19:00 – 21:30 น.) *ในกรณีที่สภาพอากาศไม่ดี จะมีการกำหนดวันใหม่โดยพิจารณาจากพยากรณ์อากาศ*
- จุดชมพลุ: สวนโอมาการิฮานาบิ (ริมฝั่งแม่น้ำโอโมโนะ เมืองไดเซ็น จังหวัดอาคิตะ)
- เดินทาง: นั่ง Shinkansen สาย Akita ลงสถานี Omagari เดินต่อประมาณ 30 นาที
- Tip: อย่าพลาดชุดพลุกลางวัน เพราะเป็นประสบการณ์ที่หายากมาก ๆ ในญี่ปุ่น ควรซื้อตั๋วที่นั่งล่วงหน้าเพราะงานยาวหลายชั่วโมง
4. เทศกาลพลุเทนจิน (Tenjin Matsuri Fireworks) จ.โอซาก้า
Image: youtube (Japan Forward)
เทศกาลพลุเทนจิน เป็น 1 ใน 3 เทศกาลใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น มีประวัติยาวนานกว่า 1,000 ปี จัดขึ้นทุกปีวันที่ 24 – 25 กรกฎาคม ที่ศาลเจ้าโอซาก้าเท็นมังกุ (Osaka Tenmangu) ในย่านเท็นจิน งานนี้พิเศษตรงที่ไม่ได้มีแค่พลุ แต่มีทั้งขบวนแห่ทางบกของผู้คน 3,000 คนที่แต่งชุดราชสำนักญี่ปุ่นโบราณ มีขบวนเรือกว่า 100 ลำบนแม่น้ำโอคาวะที่จุดไฟบนเรือ แล้วปิดท้ายด้วยพลุขึ้นบนท้องฟ้าในคืนวันที่ 25 กรกฎาคม
เมื่อดูจากริมแม่น้ำแล้วเห็นทั้งแสงพลุและแสงจากขบวนเรือในแม่น้ำพร้อมกัน ที่ผ่านมามีคนดูงานนี้มากกว่า 1.3 ล้านคนต่อปี บรรยากาศคึกคักสุด ๆ ถ่ายรูปออกมาสวยมาก โดยเฉพาะช็อตที่เห็นปราสาทโอซาก้าลอยอยู่ด้านหลัง
- วันจัดงาน: 24 – 25 กรกฎาคม 2026 (พลุเริ่มประมาณ 19:30 น. คืนวันที่ 25)
- จุดชมพลุ: ริมแม่น้ำโอคาวะ / สะพานเก็นปาจิ (Genpachi) เมืองโอซาก้า
- เดินทาง: นั่งรถไฟ Tanimachi Line ลงสถานี Temmabashi
- Tip: ถ้าอยากได้ประสบการณ์สุดพิเศษ ลองจองที่นั่งบนเรือชมขบวนได้ล่วงหน้า เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่นแน่นอน ส่วนคนที่ดูฟรีจากริมแม่น้ำ ควรไปจองที่ก่อน 17:00 น. ไม่งั้นอาจจะไม่มีที่นั่งนะ
5. เทศกาลดอกไม้ไฟโยโดกาวะ (Yodogawa Fireworks) จ.โอซาก้า
Image: youtube (manhhungphotos)
งานนี้เป็นงานพลุแบบทำเองโดยชุมชนที่ดีที่สุดในโอซาก้า โดยมีการเริ่มจากกลุ่มอาสาสมัครท้องถิ่นในปี 1989 ที่รักแม่น้ำโยโดกาวะและอยากทำอะไรให้ชุมชน ปัจจุบันโตขึ้นจนดึงคนดูได้ถึง 400,000 – 500,000 คนต่อครั้ง ทั้งหมดยังคงมีการดูแลโดยอาสาสมัครท้องถิ่นและเงินบริจาคจากชุมชน บรรยากาศของงานนี้จึงมีอบอุ่นและเป็นกันเองมากกว่างานใหญ่ทั่วไป
ไฮไลท์คือ การแสดงแบบสตาร์ไมน์ (Starmine) ที่เน้นการยิงพลุจำนวนในระยะเวลาสั้น ๆ ที่สอดคล้องกับจังหวะดนตรี และระบบแสงเสียงที่ทัน เหนือแม่น้ำโยโดกาวะ
⚠️ หมายเหตุสำคัญสำหรับปี 2026: งานนี้ปกติจัดในเดือนสิงหาคม แต่ปี 2026 มีการปรับกำหนดการมาจัดในเดือนตุลาคมแทน ควรตรวจสอบวันจัดงานอย่างเป็นทางการอีกครั้งก่อนวางแผนเดินทาง
- วันจัดงาน: 17 ตุลาคม 2026 (เวลา 19:30 – 20:30 น.) อาจมีการเปลี่ยนแปลงควรตรวจสอบจากเว็บทางการอีกครั้ง www.yodohanabi.com
- จุดชมพลุ: ริมแม่น้ำโยโดกาวะ ย่านจูโซ เมืองโอซาก้า (ดูได้จากฝั่งจูโซเท่านั้น ฝั่งอูเมดะปิดไม่ให้เข้า)
- เดินทาง: นั่งรถไฟ Hankyu Line ไปลงสถานี Juso เดิน 13 นาที / นั่งรถไฟสาย JR ลงสถานี Tsukamoto เดิน 14 นาที
- Tip: ดูได้ฟรีจากพื้นที่สาธารณะ แต่ถ้าอยากได้ที่นั่งดีพร้อมกล่องข้าวและเครื่องดื่ม มีตั๋วแบบจ่ายเงินให้ซื้อล่วงหน้าด้วย
6. เทศกาลดอกไม้ไฟทะเลสาบสุวะ (Lake Suwa Fireworks Festival) จ.นากาโน่
Image: youtube (shonenphoto)
ใครที่เคยดูอนิเมะเรื่อง “Your Name (君の名は)” ของ Makoto Shinkai จะรู้ดีว่าทะเลสาบสุวะคือต้นแบบของฉากสำคัญในเรื่อง และเทศกาลดอกไม้ไฟทะเลสาบสุวะ เป็นหนึ่งในงานพลุที่ยิงพลุมากที่สุดในญี่ปุ่น จำนวนกว่า 40,000 นัดในคืนเดียว จัดขึ้นทุกปีตรงกับวันที่ 15 สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลโอบง (Obon)
ไฮไลต์อยู่ที่พลุสุดอลังการ 2 ชุด ได้แก่ Niagara Falls พลุน้ำตกที่ยิงต่อเนื่องยาวกว่า 2 กิโลเมตรเหนือทะเลสาบ และ Kiss of Fire การยิงพลุขนาดใหญ่ต่อเนื่องเหนือผืนน้ำ พร้อมเสียงสะท้อนจากภูเขารอบทะเลสาบที่เป็นเอกลักษณ์ของงาน
- วันจัดงาน: 15 สิงหาคม 2026 (เวลา 19:00 น. เป็นต้นไป)
- จุดชมพลุ: ริมทะเลสาบสุวะ เมืองสุวะ จังหวัดนากาโน่ / สวนสาธารณะทาเทอิชิ บนเนินเข้าดูฟรี
- เดินทาง: นั่งรถไฟ Limited Express จากสถานี Shinjuku โตเกียว ลงสถานี Kamisuwa ประมาณ 2 ชั่วโมง เดินต่ออีก 10 นาที
- Tip: มีงานพลุเล็ก ๆ ทุกคืน ตลอดช่วงปลายกรกฎาคมถึงปลายเดือนสิงหาคม เหมาะมากสำหรับพักในรีสอร์ทออนเซ็นริมทะเลสาบแล้วออกมาดูพลุตอนค่ำ
7. เทศกาลดอกไม้ไฟคุมะโนะ (Kumano Fireworks Festival) จ. มิเอะ
Image: youtube (nopi-swift)
งานนี้มีประวัติยาวนานกว่า 300 ปี ตั้งแต่สมัยเอโดะ และคือหนึ่งในงานพลุที่ดุที่สุด ในแง่บรรยากาศของญี่ปุ่น เพราะพลุที่นี่ไม่ได้ยิงจากบนบก แต่ยิงออกมาจากเรือ 2 ลำที่แล่นด้วยความเร็วสูงกลางทะเล โดยลูกเรือจะหยิบพลุที่จุดไฟแล้วโยนลงไปในทะเล แล้วพลุจะระเบิดขึ้นเป็นดอกกึ่งวงกลมขนาดใหญ่มาก เรียกว่า “Kaijo Jibaku” หรือการระเบิดกลางทะเล ซึ่งสร้างวงพลุครึ่งวงกลมรัศมีกว่า 600 เมตรเหนือทะเล
แต่ไฮไลท์สุดท้ายคือ Onigajo Grand Finale ที่นำพลุไปวางไว้ตามซอกหินและถ้ำของหน้าผา Onigajo (สถานที่มรดกธรรมชาติแห่งชาติ) แล้วจุดระเบิดพร้อมกัน เสียงและแสงสะท้อนออกมาจากผาหินกึมไปถึงกระดูกสันหลัง เป็นประสบการณ์ที่ไม่มีที่ไหนในโลกทำได้เหมือนกัน
- วันจัดงาน: 17 สิงหาคม 2026 (เวลา 19:10 – 21:30 น.)
- จุดชมพลุ: ชายหาด Shichiri Mihama เมืองคุมะโนะ จังหวัดมิเอะ
- เดินทาง: นั่งรถไฟ JR Kisei Main Line ลงสถานี Kumanoshi เดินต่อ 5 นาที
- Tip: งานนี้เข้าฟรี! แต่เดินทางจากโอซาก้าหรือนาโกย่าใช้เวลา 3 – 4 ชั่วโมง ควรวางแผนค้างคืนที่คุมะโนะและใช้โอกาสนี้เที่ยว Kumano Kodo ไปด้วย
ไปดูงานพลุญี่ปุ่น เดือนไหนดีที่สุด?
ถ้าให้ตอบแบบสั้น ๆ เลย ช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการดู เทศกาลพลุญี่ปุ่น ก็คือ เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม เพราะเป็นช่วงพีคของเทศกาลฤดูร้อนทั่วประเทศ แต่ละเดือนก็จะมีบรรยากาศและเสน่ห์แตกต่างกันออกไปเล็กน้อย
-
กรกฎาคม – จุดเริ่มต้นของฤดูกาลพลุญี่ปุ่น
เทศกาลพลุจะเริ่มทยอยจัดตั้งแต่ช่วงต้นเดือน บรรยากาศคึกคักกำลังพอดี อากาศร้อนแต่ยังเที่ยวได้สบายกว่าช่วงกลางสิงหาคม เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสฟีลงานฮานาบิแบบไม่แน่นจนเกินไป งานดังช่วงนี้ก็มีทั้ง Tenjin Matsuri ที่โอซาก้า (24–25 ก.ค.) และเทศกาลพลุแม่น้ำสุมิดะที่โตเกียว (25 ก.ค.)
-
สิงหาคม – ช่วงพีคที่สุดของ เทศกาลพลุญี่ปุ่น
ถ้าพูดถึงเดือนแห่งดอกไม้ไฟญี่ปุ่น ก็ต้องเป็นสิงหาคม เพราะงานใหญ่ ๆ จะจัดต่อเนื่องแทบทุกสุดสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็น Nagaoka (2–3 ส.ค.), Lake Suwa (15 ส.ค.), Kumano (17 ส.ค.) และ Omagari (29 ส.ค.) แม้อากาศจะร้อนมาก แต่บรรยากาศก็คึกคักและอลังการสุด ๆ ใครที่อยากตะลุยดูหลายงาน แนะนำให้วางแผนการเดินทางและจองที่พักล่วงหน้านาน ๆ เพราะช่วงนี้คนเที่ยวเยอะมาก
-
ตุลาคม – ทางเลือกสำหรับคนอยากดูพลุแบบชิล ๆ
สำหรับปี 2026 เทศกาลดอกไม้ไฟโยโดกาวะมีการขยับมาจัดในช่วงเดือนตุลาคม ทำให้อากาศเย็นสบายกว่าฤดูร้อน คนไม่แน่นเท่าช่วงกรกฎาคม–สิงหาคม เหมาะกับคนที่อยากชมพลุแบบสบาย ๆ เดินเที่ยวได้เต็มที่ ไม่ต้องทนร้อนหรือเบียดกับฝูงชนมากเกินไป
ดูพลุญี่ปุ่นต้องเตรียมอะไรบ้าง
งานพลุญี่ปุ่นเป็นงานกลางแจ้งที่ต้องรอนาน เตรียมตัวดี ๆ จะช่วยให้สนุกกว่าเยอะ
- เสื่อปิกนิกหรือผ้าคลุม – ส่วนใหญ่จะนั่งรอบนพื้น ถ้าไม่ได้ซื้อที่นั่งแบบจ่ายเงิน
- น้ำและขนม – ซื้อได้จากซุ้มอาหารในงาน แต่ราคาจะสูงกว่าปกติ
- ครีมกันยุง – สำคัญมากถ้างานจัดริมน้ำ
- พัดหรือพัดลมมือถือ – อากาศร้อนและอบอ้าวมากในช่วงรอ
- กระเป๋าสายสะพายเล็ก – เพราะจะต้องเดินเยอะ
- แผนการเดินทางกลับ – หลังงานเลิก คนแน่นมาก รถไฟอาจต้องรอนาน
- จองที่พักล่วงหน้า – โรงแรมในเมืองที่มีงานพลุดังจะเต็มเร็วมาก บางงานต้องจองล่วงหน้า 3–6 เดือน
ส่วนใหญ่ดูจากพื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำหรือริมทะเลได้ฟรีเลย ไม่เสียเงิน แต่ถ้าอยากได้ที่นั่งดีหรือในโซนพรีเมียม ก็มีตั๋วจ่ายเงินให้ซื้อล่วงหน้าเสมอ
แต่งชุดยูกาตะไปดูพลุญี่ปุ่น ฟีลญี่ปุ่นแท้ ๆ
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้งานพลุญี่ปุ่นกลายเป็นประสบการณ์ที่หลุดเข้าไปในอนิเมะ จริง ๆ คือการแต่งชุดยูกาตะ
- ยูกาตะ (Yukata) คือชุดกิโมโนฤดูร้อนที่เบากว่าชุดทางการ ทำจากผ้าฝ้ายหรือผ้าลินิน ใส่สบาย ไม่ร้อนมาก ส่วนใหญ่มีลวดลายดอกไม้หรือลายญี่ปุ่น สวยมากในรูปถ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็มีชุดยูกาตะให้เลือก
- แต่งชุดยูกาตะไปงานพลุได้ไหม? – ได้เลย และนี่คือโอกาสที่เหมาะที่สุดในชีวิตสำหรับการใส่ยูกาตะ เพราะทุกคนในงานก็ใส่กัน จะไม่รู้สึก over หรือเดินทางฝืน
- เช่าชุดยูกาตะได้ที่ไหน? ในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างโตเกียว โอซาก้า เกียวโต มีร้านให้เช่าเยอะมาก หลายร้านมีบริการแต่งผม จัดทรงผม และใส่ชุดให้ครบเซ็ต ราคาประมาณ 3,000 – 6,000 เยนต่อวัน











