กำแพงหิมะ ญี่ปุ่น alpine ( tateyama kurobe alpine route)

กำแพงหิมะ ญี่ปุ่น 2026 บนเส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route

กำลังมองหาที่เที่ยวญี่ปุ่นอยู่หรือป่าว? วันนี้ Travelzeed จะมาแนะนำที่เที่ยวญี่ปุ่นแนวธรรมชาติที่ทั้งสวย และเที่ยวสบาย เหมาะกับทุกวัย นั่นก็คือ กำแพงหิมะ ญี่ปุ่น นั่นเองค่าา หนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดเลย จะบอกว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่กำแพงหิมะสูงเท่านั้นนะ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางระดับโลกอย่าง Tateyama Kurobe Alpine Route หรือที่หลายคนเรียกว่า เจแปนแอลป์ (Jpan Alps) นั่นเองค่ะ

เส้นทางนี้จะพาคุณเดินทางผ่านเทือกเขาแอลป์ของญี่ปุ่น สัมผัสธรรมชาติระดับพรีเมียม พร้อมวิวภูเขาที่เต็มไปด้วยหิมะแบบสวยสะกดใจไปเลย เหมาะทั้งสำหรับสายถ่ายรูป สายธรรมชาติ และการพาครอบครัวมาเที่ยวแบบสบาย ๆ อีกด้วยนะ

กำแพงหิมะ ญี่ปุ่น

Image: shutterstock (Venus.1777)

Tateyama Kurobe Alpine Route คืออะไร?

Tateyama Kurobe Alpine Route หรือที่หลายคนเรียกว่า เจแปนแอลป์ (Jpan Alps) คือเส้นทางท่องเที่ยวบนภูเขาทาเตยามะ ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น เชื่อมระหว่างจังหวัดโทยามะ (Toyama) กับนากาโนะ (Nagano) รวมระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร

จุดสูงสุดของยอดเขาทาเตยามะอยู่ที่ประมาณ 3,015 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ส่วนจุดที่นักท่องเที่ยวขึ้นไปได้สะดวกคือ มูโรโด (Murodo) ที่มีระดับความสูงประมาณ 2,450 เมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งของจุดชมกำแพงหิมะชื่อดังอย่าง “ยูคิโนะโอทานิ (yuki no otani)

สิ่งที่น่าสนใจของเส้นทางนี้ไม่ได้มีแค่จุดเดียวเท่านั้นนะ ยังมีรูปแบบการเดินทางที่หลากหลายมากอีกด้วย เราจะได้ขึ้นทั้งรถไฟ เคเบิลคาร์ กระเช้าไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า ผ่านภูมิประเทศที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จากป่าสีเขียวสู่หิมะสีขาว ถ้าใครกำลังหาข้อมูล tateyama kurobe alpine route รีวิว จะเห็นว่าหลายเสียงบอกเหมือนกันว่า “มันเหมือนได้เที่ยวหลายโลกในวันเดียว”

ผู้คนกับหิมะ ที่ทาเตยามะ คุโรเบะ เจแปนแอลป์ ญี่ปุ่น

Image: Travelzeed

กำแพงหิมะเกิดขึ้นได้อย่างไร

กำแพงหิมะ (Snow Wall) เกิดจากการสะสมของหิมะจำนวนมหาศาลในช่วงฤดูหนาวบนเทือกเขาแอลป์ของญี่ปุ่น เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ เจ้าหน้าที่จะทำการเคลียร์ถนนเพื่อเตรียมเปิดเส้นทางท่องเที่ยว หิมะจะถูกดันออกไปสองข้างทางจึงทำให้กลายเป็น กำแพงหิมะ นั่นเองค่ะ และในบางปี กำแพงหิมะ ญี่ปุ่นอาจมีความสูงมากถึง 15 – 20 เมตร ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดก็คือ สูงเท่าตึก 5 – 6 ชั้นเลย

บริเวณจุดชมกำแพงหิมะที่โด่งดังที่สุดก็คือ ยูคิโนะโอทานิ (yuki no otani) ใกล้สถานีมูโรโด จุดนี้จะเปิดทางเดินที่เรียกว่า “Yuki-no-Otani Walk” ให้นักท่องเที่ยวเดินระหว่างกำแพงหิมะได้จริง ๆ (หนึ่งปีจะมีแค่ 2 เดือนเท่านั้นนะ)

กำแพงหิมะ ญี่ปุ่น 2026 เปิดเดือนไหน? ไปช่วงไหนดี?

  • เส้นทางเปิด: 15 เมษายน – 30 พฤศจิกายน
  • ช่วงเวลาชมกำแพงหิมะดีที่สุด: กลางเมษายน – ปลายพฤษภาคม
  • ระยะเวลาจัดกิจกรรมสถานีมูโรโด: ประมาณ 15 เมษายน – 25 มิถุนายน
  • เวลาเข้าชม: 9:30 – 15:00 (อาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลาตามสภาพอากาศ)

ช่วงที่กำแพงหิมะสูงที่สุดจะอยู่ในช่วงปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม หลังจากนั้นระดับความสูงจะค่อย ๆ ลดลงตามอุณหภูมิที่สูงขึ้น แนะนำให้ตรวจสอบเว็บไซต์ Tateyama Kurobe Alpine Route ก่อนเดินทางทุกครั้ง เนื่องจากสภาพอากาศอาจส่งผลต่อวันเปิด-ปิดกิจกรรม

แผนที่เส้นทาง เจแปนเอลฟ์

Image: alpen-route.com

วิธีเดินทางไปชมกำแพงหิมะ ญี่ปุ่น

วิธีเดินทางไปชมกำแพงหิมะนั้น สามารถเดินทางเข้าได้ 2 ฝั่ง คือ ฝั่งโทยามะ (Toyama) และ ฝั่งนากาโน่ (Nagano) ใช้เวลาเดินทางทั้งเส้นแบบเต็มอิ่ม ต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 6 – 8 ชั่วโมง (รวมเปลี่ยนพาหนะหลายช่วง)

  • เส้นทางที่ 1: เข้าจากฝั่ง Toyama (นิยมที่สุด)

  1. จาก Tokyo → นั่ง Hokuriku Shinkansen ไป Toyama Station (ประมาณ 2 – 2.5 ชม.)
  2. Toyama Station → นั่งรถไฟท้องถิ่นไป Tateyama Station
  3. เริ่มเข้าสู่ Alpine Route:
  • 🚠 Tateyama Cable Car → Bijodaira
  • 🚌 Tateyama Highland Bus → Murodo (จุดชมกำแพงหิมะ)

ใช้เวลาจาก Tateyama ถึง Murodo ประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง

  • เส้นทางที่ 2: เข้าจากฝั่ง Nagano 

วิธีนี้จะเหมาะกับผู้ที่อยู่ Nagano / Matsumoto

  1. จาก Nagano → นั่งรถไฟไป Shinano-Omachi
  2. ต่อรถบัสไป Ogizawa Station
  3. เริ่มเข้าสู่ Alpine Route:
  • 🚌 Kanden Tunnel Electric Bus → Kurobe Dam
  • 🚡 Kurobe Cable Car
  • 🚠 Tateyama Ropeway
  • 🚌 Tunnel Bus → Murodo (จุดชมกำแพงหิมะ)

ใช้เวลาจาก Ogizawa ถึง Murodo ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง

5 ไฮไลต์บนเส้นทางเจแปนแอลป์

1. บึงมิคุริงาอิเกะ (Mikuriga-ike Pond)

บึงมิคุริงาอิเกะ

Image: alpen-route.com

บึงมิคุริงาอิเกะ หนึ่งในจุดชมวิว เป็นทะเลสาบธรรมชาติภูเขาไฟที่สวยที่สุดของเจแปนแอลป์ โดยใช้เวลาประมาณเดินเท้าสั้น ๆ จากสถานีมูโรโด 15 นาที นักท่องเที่ยวจะได้เห็นผืนน้ำใสสะท้อนภูเขาทาเตยามะและวิวเทือกเขาเจแปนแอลป์ที่อลังการมาก ๆ ที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล

ระยะเวลาในการเข้าชม: มิถุนายน – พฤศจิกายน

2. กำแพงหิมะ (Snow Wall)

กำแพงหิมะ

Image: alpen-route.com

กำแพงหิมะ หรือที่เรียกว่า ยูคิโนะโอทานิ (yuki no otani) หนึ่งในจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมที่สุดของเส้นทาง Alpine Route เกิดจากการเคลียร์หิมะ เพื่อเปิดเส้นทางจนกลายเป็นผนังหิมะสูงถึงประมาณ 20 เมตรเลย

ระยะเวลาในการเข้าชม: 15 เมษายน – 25 มิถุนายน

3. เขื่อนคุโรเบะ (Kurobe Dam)

เขื่อนคุโรเบะ

Image: alpen-route.com

เขื่อนคุโรเบะ เขื่อนที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยความสูงประมาณ 186 เมตร มีโครงสร้างขนาดใหญ่เป็นแหล่งผลิตพลังงานและจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวภูเขาและทัศนียภาพของหุบเขาโดยรอบได้อลังการมาก ๆ นักท่องเที่ยวสามารถเดินบนสันเขื่อน และชมการปล่อยน้ำได้ด้วยนะ

ระยะเวลาในการเข้าชม: 26 มิถุนายน – 15 ตุลาคม

4. ระเบียงชมวิวลอยฟ้า (Cloud-top Terrace)

ระเบียงชมวิวลอยฟ้า

Image: alpen-route.com

ระเบียงชมวิวลอยฟ้าอยู่ในพื้นที่ไดกัมโบ (Daikanbo) ซึ่งเป็นจุดพักชมวิวเทือกเขาและธรรมชาติของเส้นทาง Alpine Route จากมุมสูง ในช่วงใไม้เปลี่ยนสีต้นไม้จะเปลี่ยนสีสวยมาก ให้ฟีลเหมือนนั่งชมวิวอยู่ระเบียงดาดฟ้าเลยค่ะ

ระยะเวลาในการเข้าชม: 15 เมษายน – พฤศจิกายน

5. จุดชมวิวคุโรเบะไดระ (Kurobedaira)

จุดชมวิวคุโรเบะไดระ

Image: alpen-route.com

คุโรเบะไดระ เป็นมุมพักผ่อนท่ามกลางหุบเขา จากระเบียงสามารถมองเห็นวิวสวย ๆ ได้แบบพาโนรามาและสามารถมองเห็นกระเช้า Tateyama Ropeway ได้อีกด้วย หากมาในช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็อาจจะได้เห็นภาพ “สามฤดูในมุมเดียว” คือ หิมะบนยอดเขา, ใบไม้เปลี่ยนสี และผืนป่าเขียวด้านล่างพร้อมกันแบบสวยจนต้องร้องว๊าวไปเลย

ระยะเวลาในการเข้าชม: 15 เมษายน – พฤศจิกายน

ภาพรีวิวกำแพงหิมะ ญี่ปุ่น จากทีมงาน Travelzeed

จุดเช็คอิน กำแพงหิมะ เส้นทางเจแปนแอลป์ ทาเตยามะ-คุโรเบะ

วิวบนเส้นทางทาเตยามะ-คุโรเบะ

สัมผัสหิมะหนาฟู

มุมนี้ถ่ายรูปออกมาสวยมาก ห้ามพลาด!

ช่วงที่ไปคนไม่ค่อยเยอะมาก เที่ยวชิล ๆ

บทส่งท้าย

ในปี 2026 นี้ กำแพงหิมะ ญี่ปุ่น ก็ยังคงเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของฤดูใบไม้ผลิที่นักเดินทางทั่วโลกรอคอย เส้นทางที่สวยระดับตำนานอย่าง Tateyama Kurobe Alpine Route หากกำลังมองหาความสะดวกสบาย การเลือกแพ็กเกจ ทัวร์เจแปนแอลป์ ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ช่วยให้เดินทางครบเส้นทางแบบไม่ต้องกังวลเรื่องต่อรถหลายช่วง และถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นช่วงเมษายน – พฤษภาคม ก็อย่าลืมใส่เส้นทางนี้ไว้ในลิสต์ด้วยนะคะ เพราะบางประสบการณ์…มีให้สัมผัสแค่ปีละครั้ง และความทรงจำแบบนี้ไม่ควรพลาดจริง ๆ
—————————–
แหล่งข้อมูล : www.alpen-route.com

Facebook Comments
Scroll to Top