ความสวยงามของท้องฟ้าในช่วงดึกที่ประดับปราด้วยดวงดาวส่องแสงระยิบระยับ เป็นอีกหนึ่งภาพความงดงามที่นักเดินทางหลายคนพยายามไขว่คว้าตามหาสถานที่เพื่อไปตั้งเต็นท์รอชมและถ่ายภาพเก็บเป็นความทรงจำ แต่การขยายตัวของเมืองในปัจจุบัน และมลภาวะทางแสงก็ทำให้เรามองเห็นดาวได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีสถานที่ทุกคนสามารถชมดาวได้สุดลูกหูลูกหาแฝงตัวอยู่หลายที่ทั่วทุกมุมโลก บทความนี้ Travelzeed ขอแนะนำให้คุณได้รู้จัก 5 สถานที่ดูดาวยอดฮิต จะมีที่ไหนบ้าง ไปชมกันเลย

ทะเลทรายอาตากามา (Atacama Desert) – ประเทศชิลี

ทะเลทรายอาตากามา ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งและร้อนระอุที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ทางตอนเหนือของประเทศชิลีและครอบคลุมไปถึงตอนใต้บางส่วนของประเทศเปรู ในทะเลทรายอันเวิ้งว้างแห่งนี้มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีเพียง 15 มิลลิเมตร และในบางพื้นที่ไม่เคยมีฝนตกลงมาเลย ในขณะที่พื้นที่แห่งนี้ไม่เหมาะกับการเพาะปลูกพืช หรือเลี้ยงสัตว์ ในทางกลับกัน ทะเลทรายอาตากามาเป็นสถานที่ในอุดมคติสำหรับคนรักการดูดาวเป็นอย่างยิ่ง ด้วยสถานที่ตั้งที่อยู่บนพื้นที่ราบสูง เมฆค่อนข้างน้อย และไร้มลภาวะทางแสงรบกวน ในช่วงกลางคืนจึงมองเห็นดวงดาวได้อย่างชัดเจน เช่น  กระจุกกาแล็กซี Fornax Cluster กลุ่มดาวกางเขนใต้ Southern Cross และกลุ่มเมฆแมกเจลแลนใหญ่ (Large Magellanic Cloud) ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ทะเลทรายอาตากามา จะติดอันดับหนึ่งในสถานที่ดูดาวที่ดีที่สุดในโลกทุกปี

ภูเขาไฟโบรโม่ (Mount Bromo) – ประเทศอินโดนีเซีย

สำหรับใครที่ไม่อยากเดินทางไกล แต่อยากสัมผัสประสบการณ์การชมดาวสักครั้งในชีวิต ต้องไม่พลาดไปเยือน ภูเขาไฟโบรโม่ ของประเทศอินโดนีเซีย หรือที่หลายๆคนเรียกกันว่าเป็นลมหายใจของเทพเจ้า เนื่องจากเป็นภูเขาไฟที่ยังดับไม่สนิท มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องทิวทัศน์อันสวยงามยามพระอาทิตย์ขึ้น ความตื่นตาของวิวปากปล่องภูเขาไฟ และกลุ่มดาวในช่วงกลางคืนที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หากคุณโชคดีคุณอาจจะมีโอกาสได้เห็นแสงจักรราศี (Zodiacal Light) และทางช้างเผือก (Milky Way) อีกด้วย ใครที่สนใจ  ทัวร์โบรโม่ รีบทักหา Travelzeed แล้วไปเปิดโลกผจญภัยในประเทศอินโดนีเซียกัน

เขตอนุรักษ์ฟ้ามืดอาโอรากิแมคเคนซี (Aoraki Mackenzie International Dark Sky Reserve) – ประเทศนิวซีแลนด์ (เกาะใต้)

เขตอนุรักษ์ฟ้ามืดโออารากิเมคแคนซี ได้รับการจัดอันดับโดย International Dark-Sky Association ว่าเป็นหนึ่งสถานที่ดูดาวที่ดีที่สุดในโลก ในปี 2012 โดยพื้นที่นี้ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติอาโอรากิ (Aoraki) ภูเขาเมาท์คุก (Mount Cook) รวมถึงลุ่มแม่น้ำแมคเคนซี (Mackenzie Basin) นอกจากความสวยงามของธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวมองเห็นได้ในช่วงกลางวันแล้ว ตอนกลางคืนที่ดวงดาวส่องแสงระยิบระยับทั่วขอบฟ้า ก็สวยไม่แพ้กัน ที่นี่คุณมีโอกาสได้เห็น กลุ่มดาวกางเขนใต้ (Southern Cross) กลุ่มดาวทางใต้ (Southern Star) และแสงใต้ (Aurora Australis) ใครเดินทางมา ทัวร์นิวซีแลนด์ แล้วมีโอกาสได้เดินทางลงมาเกาะใต้ อย่าลืมแวะมานอนดูดาวกันสักคืน

ทะเลทรายวาดิรัม (Wadi Rum) – ประเทศจอร์แดน

ข้ามฟ้ามาสู่สถานที่ดูดาวในแถบตะวันออกกลาง ดินแดนแห่งอารยธรรมกลางทะเลทรายอย่างประเทศจอร์แดน ใครเคยมา ทัวร์จอร์แดน คงต้องคุ้นชื่อ ทะเลทรายวาดิรัม หรืออีกหนึ่งฉายาคือ หุบเขาแห่งพระจันทร์ (Valley of the Moon) เพราะนับเป็นแลนด์มาร์กไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมา เป็นหนึ่งในทะเลทรายที่สวยงามที่สุดของโลก และด้วยพื้นที่สุดลูกหูลูกตาอันเวิ้งว้างว่างเปล่าเช่นเดียวกับทะเลทรายอาตากามา ทำให้สถานที่นี้ก็เหมาะกับการมาเก็บภาพถ่ายกลุ่มดาวในช่วงกลางคืน

เขตอนุรักษ์ธรรมชาตินามิบแรนด์ (NamibRand Nature Reserve) – ประเทศนามิเบีย

สถานที่ดูดาวขึ้นชื่อที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตกในแอฟริกาตอนใต้ เนินทรายสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ ต้นไม้ยืนต้นแห้งไร้ใบที่ตั้งเป็นสัญลักษณ์ประปรายเป็นสัญลักษณ์ของความแห้งแล้งในพื้นที่แห่งนี้  ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ฟ้ามืดสากลเมื่อปี 2012 มีสถานที่เปิดโล่งให้นักท่องเที่ยวได้นอนค้างคืนและชมทางช้างเผือกตลอดทั้งคืน

แม้บางประเทศอาจจะยังเดินทางไปยากเช่น ประเทศนามิเบีย หรือชิลี แต่อีก 3 ประเทศทาง Travelzeed มีจัดทัวร์เดินทางไว้ให้เลือกสรรมากมาย ทั้ง ทัวร์อินโดนีเซีย ทัวร์จอร์แดน และทัวร์นิวซีแลนด์ หากใครเบื่อการดูดาวในไทยแล้ว อยากหาสถานที่ดูดาวที่ต่างประเทศ หวังว่า 5 ประเทศนี้จะถูกใจและเป็นแรงบันดาลใจในการเดินทางครั้งใหม่ให้ผู้รักการชมดาวนะคะ

Facebook Comments