เก็บโตเกียว-โอซาก้าครบแล้ว ไปลุยกันต่อที่ เซนได (Sendai) เมืองท่องเที่ยวสุดชิคของญี่ปุ่น! ชวนปักหมุดพิกัดใหม่ไม่ซ้ำใคร กับ 15 ที่เที่ยวเซนได รวบรวมแลนด์มาร์กและจุดไฮไลต์ยอดฮิตมาให้ครบ จบในโพสต์เดียว จะมีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง ตามไปดูกันเลย!
ทำความรู้จัก เซนได ธรรมชาติ ออนเซน
ปักหมุดความชิลที่ ‘เซนได’ (Sendai) เมืองใหญ่ใจกลางภูมิภาคโทโฮคุ (จ.มิยางิ) เที่ยวง่าย ไม่แออัด ครบเครื่องทั้งประวัติศาสตร์ ช้อปปิ้ง คาเฟ่ และเป็นฮับเดินทางต่อไปชมธรรมชาติ-ออนเซ็นที่ยามากาตะหรือฟุกุชิมะได้สบายๆ ที่สำคัญมีบินตรงจากไทยแล้ว สะดวกและง่ายกว่าเดิมเยอะ
ปักหมุดไฮไลท์ 15 ที่เที่ยว เซนได
1.ซาโอะ โรปเวย์ (Zao Ropeway)
ซาโอะ โรปเวย์ (Zao Ropeway) กระเช้าลอยฟ้าที่จะพาเราลอยละลิ่วขึ้นสู่ยอดเขาซาโอะ ในจังหวัดยามากาตะ ซึ่งเป็นจุดชมวิวระดับท็อปฮิตที่เดินทางง่ายสุดๆ จากเซนได
ความปังคือที่นี่เที่ยวได้ฟินตลอดทั้งปีเพราะธรรมชาติเปลี่ยนสีสวยทุกฤดู
- ฤดูใบไม้ผลิ: ทิวเขาเริ่มเขียวขจีพร้อมดอกไม้ผลิบานสดใส
- ฤดูร้อน: ท้องฟ้าโปร่งโล่ง ชิลสบายตา
- ฤดูใบไม้ร่วง: ภูเขาถูกย้อมด้วยสีส้ม แดง ทอง จากใบไม้เปลี่ยนสีแบบพาโนรามา
- ฤดูหนาว (ไฮไลต์ห้ามพลาด!): จะได้เจอความมหัศจรรย์ของ Snow Monsters หรือปีศาจหิมะ (Juhyo) ต้นไม้ที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งและหิมะกลายเป็นรูปทรงแปลกตาสุดอลังการ หาชมยากมากๆ ใครมาเที่ยวเซนไดบอกเลยว่าต้องแวะมาสัมผัสให้ได้สักครั้งในชีวิต
เวลาเปิด-ปิด: 08:30 – 17:00 น.
2.ปราสาทอาโอบะ (Aoba Castle)
พิกัดประวัติศาสตร์ที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนเซนได! ปราสาทอาโอบะ หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ ปราสาทเซนได (Sendai Castle) ป้อมปราการเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1600 ตั้งอยู่บนเนินเขาอาโอบะสูงกว่า 100 เมตร ทำให้วิวจากด้านบนคือพาโนรามาที่มองเห็นเมืองเซนไดได้แบบกว้างไกลสุดสายตา
แม้ว่าตัวปราสาทดั้งเดิมจะเป็นฐานอำนาจของตระกูลดาเตะ และเคยเสียหายจากสงครามจนเหลือเพียงกำแพงหินกับประตูจำลอง แต่ความขลังยังอยู่ครบ ไฮไลต์ที่ใครมาก็ต้องแวะถ่ายรูปเช็คอินคือ รูปปั้นท่านดาเตะ มาซามุเนะ ไดเมียวผู้ทรงอิทธิพลและผู้ก่อตั้งเมืองนี้ ยิ่งถ้ามาช่วงเย็นตอนพระอาทิตย์ตกดิน หรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสีนะ บอกเลยว่าบรรยากาศโรแมนติกและสวยปังจนใจเจ็บ ด้านในยังมีพิพิธภัณฑ์ให้เดินซึมซับเรื่องราวประวัติศาสตร์กันเพลินๆ ด้วยครับ
3.คริสโร้ด เซนได (Clis Road Sendai)
เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งและท่องเที่ยววิถีเมือง ณ Clis Road Sendai ย่านการค้าในร่ม (Arcade) สายสำคัญของเมืองเซนได ซึ่งเชื่อมต่อกับย่าน Hapina Nakakecho ทอดยาวจากสถานีรถไฟ Sendai ไปทางฝั่งตะวันตก
นอกจากจะเป็นศูนย์รวมร้านค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง ของที่ระลึก คาเฟ่ และร้านอาหารท้องถิ่นที่เรียงรายตลอดสองข้างทางแล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นจุดจัดงาน เทศกาลทานาบาตะ (Sendai Tanabata Festival) อันลือชื่อในช่วงฤดูร้อนอีกด้วย นับเป็นจุดหมายปลายทางที่สะดวกสบาย เหมาะสำหรับการเดินเล่น ช้อปปิ้ง และสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นได้ตลอดทั้งวัน
เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 20:00 น.
4.สุสานซูอิโฮเดน (Zuihoden Mausoleum)
สัมผัสความงามอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ณ สุสานซูอิโฮเดน (Zuihoden) สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอันเงียบสงบ ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสนซีดาร์อันร่มรื่นในเมืองเซนได ภายในพื้นที่แห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานสุสานของท่านดาเตะ มาซามุเนะ พร้อมด้วยสมาชิกในตระกูลดาเตะหลายรุ่น
โดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ในยุคโมโมยามะ ถ่ายทอดผ่านลวดลายแกะสลักอันประณีตบรรจง โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ ‘ประตูเนฮันมง’ ประตูทางเข้าที่ประดับประดาด้วยสัญลักษณ์และลวดลายมงคล ภายในประกอบด้วยตัวอาคารสุสานโทนสีดำตกแต่งลวดลายทองคำอย่างวิจิตรบรรจง รวมถึงพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุและข้าวของเครื่องใช้ในอดีต มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่อัดแน่นด้วยความรู้และความงดงามทางศิลปะ
เวลาเปิด-ปิด: 09:00 – 16:20 น.
5.ซาโอะหมู่บ้านจิ้งจอก (Zao Fox Village)
แวะไปเติมความสดใสที่ Zao Fox Village (หมู่บ้านจิ้งจอกซาโอะ) ใกล้เซนได! เดินเล่นท่ามกลางน้องจิ้งจอกกว่า 100 ตัวแบบใกล้ชิด ไฮไลต์หน้าหนาวคือน้องขนฟูหนาปุกปุย ท่ามกลางฉากหลังหิมะขาวโพลน สวยละมุนเหมือนหลุดมาจากในนิยายเลย!
เวลาเปิด-ปิด: 09:00-16:00 น. *ปิดวันพุธ
6. กินซังออนเซ็น (Ginzan Onsen)
หมู่บ้านออนเซ็นในฝันที่ Ginzan Onsen (จ.ยามากาตะ ใกล้เซนได)! เรียวกังไม้โบราณเรียงรายริมน้ำ แสงโคมไฟอบอุ่น ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในฉากอนิเมะ Spirited Away มีจุดแช่เท้าฟรี คาเฟ่ชิคๆ และชุดย้อนยุคให้เช่าถ่ายรูป ยิ่งหน้าหนาวมีหิมะโปรยปรายคือสวยโรแมนติกยืนหนึ่ง
7.สวนสาธารณะฟุนาโอกะ โจชิ (Funaoka Joshi Park)
ปักหมุดพิกัดชมซากุระระดับตำนานกันต่อที่ สวนสาธารณะฟุนาโอกะ โจชิ (Funaoka Joshi Park) สวนประวัติศาสตร์บนเนินเขาในเมืองชิบาตะ จังหวัดมิยางิ เดินทางจากเซนไดมาแค่ประมาณ 25 กิโลเมตรเท่านั้น
ไฮไลต์เด็ดต้องยกให้ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (ประมาณกลางเดือนเมษายน) ที่นี่จะกลายเป็นจุดชมวิว Hitome Senbonzakura ซากุระนับพันต้นบานสะพรั่งเรียงรายยาวสุดสายตาเลียบแม่น้ำชิโรอิชิ สวยอลังการจนได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่ดีที่สุดของภูมิภาคโทโฮคุเลยทีเดียว
ความฟินอีกอย่างคือการได้นั่งรถราง Slope Car ไต่ระดับขึ้นไปบนยอดเขา ผ่านอุโมงค์ดอกซากุระสีชมพูยาวกว่า 300 เมตรแบบพาโนรามา พอขึ้นไปถึงด้านบนจะเจอรูปปั้น ‘เจ้าแม่กวนอิม Funaoka Peace Kannon’ สูงตระหง่าน 24 เมตรให้ได้กราบไหว้ขอพร พร้อมสวนดอกไม้เปลี่ยนสายพันธุ์ตามฤดูกาล สวยคุ้มค่าทุกครั้งที่มาเยือนแน่นอนครับ
8.ถนนโจเซ็นจิ โดริ (Jozenji-dori Avenue)
อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสุดไอคอนิกของเซนไดที่เดินเล่นกี่ทีก็หลงรัก ถนนโจเซ็นจิ โดริ (Jozenji-dori) ถนนสายร่มรื่นที่โดดเด่นด้วยอุโมงค์ต้นเซลโควา (Zelkova) ยักษ์เรียงรายยาวตลอดสองข้างทาง บริเวณเกาะกลางถนนยังมีงานประติมากรรมศิลปะสไตล์ยุโรปเจ๋งๆ จากศิลปินดังระดับโลกอย่าง Emilio Greco ให้เดินชมกันเพลินๆ ระหว่างทาง
ถนนเส้นนี้ยังเดินเชื่อมต่อไปยังย่านช้อปปิ้งและร้านอาหารอร่อยๆ ยาวไปจนถึงสถานีเซนไดได้สบายๆ ส่วนใครที่เป็นสายคอนเทนต์ต้องปักหมุดมาช่วงใบไม้เปลี่ยนสี เพราะอุโมงค์ต้นไม้จะกลายเป็นสีทองอร่ามตา ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยแพง หรือถ้ามาหน้าหนาวเขาก็มีไฮไลต์งานประดับไฟระยิบระยับ Sendai Pageant of Starlight สุดอลังการ โรแมนติกยืนหนึ่งเลยล่ะครับ
9.โรงกลั่นวิสกี้นิกกะ เซนได (Nikka Whisky Sendai Factory)
สายวิสกี้ต้องแวะ! Miyagikyo Distillery (โรงกลั่นนิกกะ เซนได) ทัวร์โรงกลั่นระดับตำนานโดยบิดาแห่งวิสกี้ญี่ปุ่น ชมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมชิมวิสกี้ฟรี! อย่าลืมสอย Single Malt Miyagikyo รุ่นพิเศษกลับบ้าน ฟินแน่นอน!
เวลาเปิด-ปิด: 09:00 – 16:30 น.
10.พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเซนได อูนิโนะโมริ (Sendai Umino Mori Aquarium)
สายครอบครัว หรือสายคอนเทนต์ต้องเลิฟ! พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเซนได อูมิโนะโมริ (Sendai Umino-Mori Aquarium) อควาเรียมที่ใหญ่และอลังการที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ บนพื้นที่กว่า 9,900 ตารางเมตร
ภายในแบ่งเป็น 2 ชั้น จัดเต็มสัตว์น้ำรวมกันกว่า 50,000 ตัวจาก 300 สายพันธุ์ ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ ‘ตู้ปลาขนาดยักษ์’ ที่จำลองความอุดมสมบูรณ์ของทะเลซันริคุ พร้อมฝูงปลาซาร์ดีนกว่าหมื่นตัวว่ายวนประกอบแสง สี เสียง และโปรเจกชันแมปปิงสุดตระการตา นอกจากนี้ยังมีโซนสัตว์ทะเลจากทั่วโลก ห้องแมงกะพรุนเรืองแสงสุดแฟนตาซี โซนเดินชมเพนกวินใกล้ชิดสุดๆ และสเตเดียมแสดงโชว์โลมากับสิงโตทะเลสุดน่ารัก มาที่นี่ที่เดียวเที่ยวเพลินได้ทั้งวันเลยครับ!
เวลาเปิด-ปิด: 09:00 – 17:30 น.

11.เจอาร์ ฟรุตพาร์ค เซนได อาราฮามะ (JR Fruit Park Sendai Arahama)
สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ณ JR Fruit Park Sendai Arahama ฟาร์มเพาะปลูกผลไม้และพืชผักชื่อดังในเมืองเซนได เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและเก็บเกี่ยวผลผลิตตามฤดูกาลได้ตลอดทั้งปี อาทิ สตรอว์เบอร์รี องุ่น แอปเปิ้ล และผักสวนครัวสดสะอาด
ภายในโครงการได้รับการออกแบบพื้นที่ไว้อย่างกว้างขวางและสะดวกสบาย พร้อมบริการสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งคาเฟ่ ร้านอาหารที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากท้องถิ่น และโซนจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร นับเป็นจุดหมายปลายทางที่ผสมผสานกิจกรรมการท่องเที่ยว การรับประทานอาหาร และการพักผ่อนหย่อนใจเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 16:00 น.
12.ศาลเจ้าโอซากิฮาจิมังกุ (Osaki Hachimangu)
สักการะสมบัติแห่งชาติที่ Osaki Hachimangu ศาลเจ้าเก่าแก่คู่เมืองเซนไดที่สร้างโดยท่านดาเตะ มาซามุเนะ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสุดอลังการ ขอพรเสริมดวงเรื่องชัยชนะ ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และโชคลาภ ใครมาหน้าหนาวห้ามพลาดพิธีไฟศักดิ์สิทธิ์ ‘มัตสึทากิไซ’ ขลังและศักดิ์สิทธิ์สุดๆ!
พิกัดขอพรความสำเร็จและโชคลาภ! ศาลเจ้าเก่าแก่ที่สร้างโดยท่านดาเตะ มะซะมุเนะ เมื่อปี 1607 เพื่อบูชาเทพเจ้าแห่งสงคราม ‘ฮาจิมัง (Hachiman)’ สายมูคนไหนอยากเสริมพลังชัยชนะและความร่ำรวย ห้ามพลาดเด็ดขาด!
เวลาเปิด-ปิด: 09:00 – 17:00 น.
13.เซนได ไดแคนนอน (Sendai Daikannon)
อีกหนึ่งพิกัดความอลังการที่มองเห็นได้แต่ไกล! เซนได ไดแคนนอน (Sendai Daikannon) รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสีขาวบริสุทธิ์องค์มหึมา สูงตระหง่านถึง 100 เมตร ซึ่งการันตีความยิ่งใหญ่ด้วยการเป็นรูปปั้นที่สูงเป็นอันดับ 6 ของโลก!
ตัวองค์พระตั้งอยู่ภายในวัด Daikanmitsuji เมืองเซนได จังหวัดมิยางิ ความพีคคือเราสามารถมองเห็นความงดงามขององค์เจ้าแม่กวนอิมได้จากเกือบทุกมุมเมืองเลยทีเดียว ด้านในแบ่งออกเป็นถึง 12 ชั้น เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นลิฟต์ไปด้านบนแล้วเดินชมพระพุทธรูปองค์น้อยใหญ่ที่จัดแสดงตามชั้นต่างๆ ขอบอกว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กอันซีนที่สายบุญและสายถ่ายรูปควรค่าแก่การแวะไปชมด้วยตาตัวเองสักครั้งครับ
เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 16:00 น.
14.หมู่บ้านหัตถกรรมเมืองอะคิอุ (Akiu Kogei No Sato)
สายงานคราฟต์และคนรักงานศิลปะต้องหลงรักที่นี่! ชวนไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ที่ หมู่บ้านหัตถกรรมของช่างฝีมือ ชุมชนอบอุ่นรวมตัวของช่างฝีมือ 9 ครอบครัวที่สืบทอดภูมิปัญญาพื้นบ้าน ทั้งงานทอผ้า งานไม้ และไฮไลต์อย่าง ‘ตุ๊กตาไม้โคเคชิ’
ความพิเศษคือบ้านแต่ละหลังจะเปิดพื้นที่หน้าบ้านเป็นสตูดิโอส่วนตัว ให้เรายืนดูขั้นตอนการทำหัตถกรรมฝีมือปราณีตกันแบบสดๆ และที่เป็นกิจกรรมยอดฮิตพลาดไม่ได้เลยคือการ ‘เพ้นท์ลวดลายตุ๊กตาโคเคชิ’ ด้วยฝีมือตัวเอง เป็นของที่ระลึกชิ้นเดียวในโลกที่ได้ทั้งความสนุกและซึมซับวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปพร้อมกันเลยครับ
15.เซนไดทานาบาตะ (Sendai Tanabata Matsuri)
ไฮไลต์เด็ดระดับตำนานที่ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง เทศกาลเซนได ทานาบาตะ (Sendai Tanabata Matsuri) งานเฉลิมฉลองฤดูร้อนสุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองเซนได
ความอลังการคือทั่วทั้งถนน ร้านค้า และสถานที่ต่างๆ จะถูกเนรมิตให้มีชีวิตชีวาด้วยเสาไม้ไผ่ประดับประดาตระการตา สูงมากกว่า 10 เมตร พร้อมสายรุ้งและกระดาษหลากสีสันรูปทรงแปลกตาพลิ้วไหวสวยงาม จัดเต็มต่อเนื่องกันถึง 3 วัน 3 คืน ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 2 ล้านคนให้แห่กันมาสัมผัสความยิ่งใหญ่นี้ บรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษเพราะทุกคนจะพร้อมใจกันสวมชุดยูคาตะสีสันสดใสมาเดินชิล ถ่ายรูปเช็คอินกันแบบฟินๆ เลยครับ
สรุป
ครบเครื่องเรื่องเที่ยวต้องยกให้ เซนได! เมืองเดียวที่รวมทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และมุมชิคๆ ไว้เพียบ เดินทางง่าย เที่ยวได้ทั้งปี แถมเดินทางต่อไปจังหวัดใกล้เคียงสะดวกสุดๆ มองหาที่เที่ยวใหม่ในญี่ปุ่นอยู่ ต้องปักหมุดเซนไดด่วน รับรองว่าติดใจจนไม่อยากกลับแน่นอน!
หากท่านกำลังมองหาทางเลือกใหม่ในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ทาง travelzeed ขอแนะนำ ทัวร์ญี่ปุ่น หนึ่งในตัวเลือกพิเศษของคุณ แล้วท่านจะประทับใจจนไม่อยากเดินทางกลับเลยทีเดียวครับ



















