ถ้าพูดถึงสวนดอกไม้ญี่ปุ่นที่สวยระดับโลก หนึ่งในชื่อที่ต้องติดอันดับต้น ๆ คงหนีไม่พ้น สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park) หนึ่งในแลนด์มาร์กระดับโลกที่ห้ามพลาด สวนดอกไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่อง ทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่ ที่เปลี่ยนสีไปตามฤดู ไม่ว่าจะเป็น เนโมฟีลา ญี่ปุ่น สีฟ้า หรือ โคเคีย ญี่ปุ่น สีแดง ที่กลายเป็นภาพไวรัลทั่วโลก
บทความนี้ Travelzeed จะพาไปทำความรู้จักสวนแห่งนี้แบบครบทุกมุม พร้อมช่วงเวลาชมดอกไม้ ไฮไลต์ และวิธีเดินทาง ก่อนวางแผนไป ทัวร์ญี่ปุ่นกันแบบจัดเต็ม
Hitachi Seaside Park คืออะไร? อยู่ที่ไหน?
สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park) เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในจังหวัดอิบารากิ (Ibaraki) ห่างจากโตเกียวประมาณ 120 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น มีพื้นที่กว่า 350 เฮกตาร์ (ประมาณ 2,187.5 ไร่) ภายในประกอบด้วย:
- ทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่
- สวนสนุก
- ป่าสน
- ชายหาดติดทะเล
เดิมพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ และกองทัพญี่ปุ่น ก่อนที่จะถูกพัฒนาเป็นสวนสาธรณะในปี 1991 และได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในปัจจุบัน
Hitachi Seaside Park ไปเดือนไหนดี?
จริง ๆ แล้ว สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะมีดอกไม้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตามฤดูกาล แต่ถ้าอยากไปช่วงที่สวยและเป็นไฮไลต์ที่สุด จะแนะนำ 2 ช่วงนี้ค่ะ ได้แก่:
- กลางเมษายน – ต้นพฤษภาคม: ช่วงที่เนินเขาจะถูกปกคลุมด้วย ดอกเนโมฟีลา (Nemophila) มีสีฟ้าสดใส
- กลางตุลาคม: อีกหนึ่งช่วงพีค เมื่อ โคเคีย (Kochia) เปลี่ยนเป็นสีแดงสดทั่วทั้งเนิน
ช่วงเวลาดอกไม้บาน ทั้ง 4 ฤดู
1. ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) | มีนาคม – พฤษภาคม
ช่วงไฮซีซั่น ดอกไม้บานหลากสี และเป็นช่วงที่สวยที่สุดของ Hitachi Seaside Park
- แดฟโฟดิล (Daffodil) : ต้น – กลาง เมษายน
- ทิวลิป (Tulip) : กลาง – ปลาย เมษายน
- เนโมฟีลา (Nemophila) : กลาง เมษายน – ต้น พฤษภาคม ⭐ ไฮไลต์หลัก
- เรพ (Rape blossoms) : กลาง – ปลาย เมษายน
- ป๊อปปี้ (Poppy) : กลาง – ปลาย พฤษภาคม
- กุหลาบ (Rose) : กลาง พฤษภาคม – ต้น มิถุนายน






2. ฤดูร้อน (Summer) | มิถุนายน – สิงหาคม
บรรยากาศสดใส ดอกไม้สีจัด และนักท่องเที่ยวน้อยลง
- ลาเวนเดอร์ (Lavender) : ปลาย มิถุนายน – ต้น กรกฎาคม
- ไฮเดรนเยีย (Hydrangea) : ปลาย มิถุนายน – ต้น กรกฎาคม
- ซิเนีย (Zinnia) : ปลาย กรกฎาคม – ปลาย สิงหาคม
- ทานตะวัน (Sunflower) : กลาง สิงหาคม
- โคเคีย สีเขียว (Kochia Green) : กลาง สิงหาคม – ปลาย กันยายน
- คอสมอสสีเหลือง (Yellow Cosmos) : ปลาย สิงหาคม – ต้น ตุลาคม
- หญ้าแพมพัส (Pampas Grass) : ปลาย สิงหาคม – ปลาย กันยายน



3. ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) | กันยายน – พฤศจิกายน
ช่วงพีคอีกครั้งของปี สีสันเข้มข้นและแปลกตา
- ลิโคริส (Lycoris) : ปลาย ก.ย. – ต้น ต.ค.
- โคเคีย สีแดง (Kochia Red) : กลาง ต.ค. ⭐ ไฮไลต์หลัก
- คอสมอส (Cosmos) : ต้น – ปลาย ต.ค.
- บัควีท (Buckwheat) : ต้น – กลาง ต.ค.
- กุหลาบ (Rose) : ปลาย ต.ค. – ต้น พ.ย.
- ฟาร์ฟูเกียม จาโปนิคัม (Farfugium japonicum) : ต้น พ.ย.
- เมตาเซควอย่า (Metasequoia) : เริ่มเปลี่ยนสีช่วงปลายฤดู






4. ฤดูหนาว – ต้นฤดูใบไม้ผลิ (Winter – early spring) | ธันวาคม – กุมภาพันธ์
บรรยากาศสงบ คนไม่เยอะ เหมาะกับสายเที่ยวชิล
- ไอซ์ ทิวลิป (Ice Tulip) : ปลาย ธ.ค. – ต้น ม.ค.
- วินเทอร์สวีท (Wintersweet) : ปลาย ธ.ค. – ปลาย ม.ค.
- ดอกบ๊วย (Plum) : ต้น ก.พ. – กลาง มี.ค.



ไฮไลต์ Hitachi Seaside Park ที่ห้ามพลาด
หลายคนอาจคิดว่า สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค เป็นแค่สวนดอกไม้สำหรับถ่ายรูป แต่จริง ๆ แล้วที่นี่คือสวนขนาดใหญ่ที่มีกิจกรรมครบ เหมาะทั้งสายเที่ยว สายครอบครัว และสายถ่ายภาพ ใครที่กำลังวางแผน เที่ยวอิบารากิ หรือมองหาที่เที่ยวใกล้โตเกียว บอกเลยว่าที่นี่ตอบโจทย์มาก โดยไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดมีดังนี้:
1. ทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาล ไฮไลต์หลักของ Hitachi Seaside Park จุดเด่นที่สุดของสวนคือเนิน Miharashi no Oka ที่จะถูกปกคลุมด้วยดอกไม้เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น เนโมฟีลา (Nemophila) ในช่วงเมษายน–พฤษภาคม และโคเคีย (Kochia) ในช่วงตุลาคม ที่นี่จึงกลายเป็นแลนด์มาร์กของ สวนดอกไม้ญี่ปุ่น และเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเช็กอิน
Image: shutterstock (milezaway)
Image: shutterstock (Mui Wanida)
2. ปั่นจักรยานชมสวน ภายในสวนมีเส้นทางจักรยานยาวหลายกิโลเมตร สามารถเช่าปั่นชมวิวรอบสวนได้แบบสบาย ๆ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะช่วงที่ดอกไม้บานเต็มที่ บรรยากาศจะสวยและเพลินมาก
3. Seaside Train สำหรับใครที่ไม่อยากเดินเยอะ สามารถเลือกนั่ง Seaside Train รถไฟขนาดเล็กที่วิ่งรอบสวน ช่วยให้เที่ยวได้สะดวกขึ้น เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก หรือผู้สูงอายุ
4. สวนสนุก Pleasure Garden พร้อมวิวทะเล สวนสนุกขนาดย่อม มีเครื่องเล่นหลากหลาย รวมถึงชิงช้าสวรรค์ที่สามารถมองเห็นวิวทั้งทุ่งดอกไม้และทะเลได้ในมุมสูง ถือเป็นอีกหนึ่งมุมที่ไม่ควรพลาด
5. โซนป่าสนและชายหาด นอกจากโซนดอกไม้แล้ว ภายในสวนยังมีเส้นทางเดินเล่นในป่าสน และเส้นทางออกไปยังชายทะเล บรรยากาศเงียบสงบกว่าฝั่งทุ่งดอกไม้ เหมาะสำหรับคนที่อยากพักผ่อนแบบสบาย ๆ
สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค เดินทางยังไง?
จากโตเกียว ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง มีวิธีเดินทางหลัก ๆ 3 วิธี ดังนี้
- วิธีที่ 1: รถไฟ JR (แนะนำที่สุด) นั่ง JR Limited Express Hitachi หรือ Tokiwa จากสถานีอูเอโนะ (Ueno Station) หรือสถานีโตเกียว (Tokyo Station) ไปยังสถานีคัตสึตะ (Katsuta Station) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.25 ชั่วโมง จากนั้นต่อรถบัสท้องถิ่นจากสถานีคัตสึตะ ไปยังสวนโดยตรง ใช้เวลาประมาณ 15 – 20 นาที
- วิธีที่ 2: รถบัส (Highway Bus) ช่วงเมษายน – พฤษภาคม / ตุลาคม มีรถบัสพิเศษเปิดให้บริการรับ – ส่งถึงสวนโดยตรง สะดวกมากสำหรับนักท่องเที่ยว
- วิธีที่ 3: รถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทาง Joban Expressway ลงที่ Naka IC หรือ Hitachinaka IC เพื่อเข้าสู่ Hitachinaka Toll Road จากนั้นขับต่ออีกประมาณ 1 กิโลเมตร
หมายเหตุ : Hitachi Seaside Park access สำหรับผู้ถือ JR Pass สามารถใช้พาสครอบคลุมรถไฟสาย Limited Express ได้ จึงประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก
รายละเอียดอื่น ๆ ของ Hitachi Seaside Park
เวลาเปิดทำการ
สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค เปิดทุกวันเวลา 09:30 น. โดยเวลาปิดจะแตกต่างตามช่วง ดังนี้:
- ปกติ: ปิด 17:00 น.
- ช่วงฤดูร้อน (21 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม): ปิด 18:00 น.
- ช่วงฤดูหนาว (1 พฤศจิกายน – สิ้นกุมภาพันธ์): ปิด 16:30 น.
วันปิดทำการ
- ปิดทุกวันอังคาร (ถ้าวันอังคารเป็นวันหยุด จะปิดวันทำการถัดไปแทน)
- ปิดวันที่ 31 ธันวาคม และ 1 มกราคม
- ปิดช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ (ตั้งแต่วันถัดจากวันอังคารแรกของเดือน ถึงวันศุกร์ของสัปดาห์นั้น)
อัตราค่าเข้าชม
- ผู้ใหญ่ (15 ปีขึ้นไป) : 450 เยน
- ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป : 210 เยน
- เด็ก (ไม่เกิน 15 ปี) : เข้าฟรี
ค่าที่จอดรถ
- รถยนต์ทั่วไป : 600 เยน / วัน
- รถจักรยานยนต์ : 300 เยน / วัน
- ผู้พิการ จอดฟรี หากผู้ขับหรือผู้โดยสารมีบัตร
หมายเหตุ : รองรับจ่ายเงินแบบไม่ใช้เงินสด ที่ลานจอดฝั่ง West และ South ใช้ได้ทั้งบัตรเครดิต / QR Code / e-Money
Hitachi Seaside Park ใช้เวลาเที่ยวกี่ชั่วโมง?
ขึ้นอยู่กับแผนการเที่ยวของแต่ละคน อาจจะมากกว่ากรือน้อวกว่าที่ทาง Travelzeed แนะนำก็ได้
- เที่ยวเร็ว (ถ่ายรูปทุ่งเนโมฟีล่าหรือโคเคียอย่างเดียว): 2 – 3 ชั่วโมง
- เที่ยวแบบครบครัน (ทุ่งดอกไม้ + ปั่นจักรยาน + สวนสนุก + ชายหาด): 5 – 6 ชั่วโมง
- เที่ยวแบบชิลล์ เต็มวัน: 6 – 8 ชั่วโมง
หมายเหตุ : แนะนำมาแต่เช้า เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนในช่วงบ่ายโมงที่นักท่องเที่ยวจะหนาแน่นขึ้นมาก






