ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เที่ยวได้ทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาลซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หิมะสีขาวฟูพร้อมออนเซ็นอุ่น ๆในฤดูหนาว หรือทุ่งดอกไม้และเทศกาลพลุในฤดูร้อน บทความนี้ Travelzeed จะพาคุณวางแผน เที่ยวญี่ปุ่น แบบครบ ตั้งแต่เลือกช่วงเวลาเดินทาง เมืองที่เหมาะกับคุณ งบประมาณ ตัวอย่างการแพลนทริป การเตรียมตัว ไปจนถึงข้อควรรู้สำหรับคนที่กำลังจะไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก
ถ้าต้องการเดินทางแบบสะดวก มีไกด์และโปรแกรมพร้อมเดินทาง ก็สามารถดู แพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นของ Travelzeed ได้เลยค่าาาา
เที่ยวญี่ปุ่นเหมาะกับใคร? ทำไมคนไทยถึงนิยมไป
Image: shutterstock (Richard Whitcombe)
ประเทศญี่ปุ่นติดอันดับต้น ๆ ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไทยมาหลายปีต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลดี ๆ มากมายที่ทำให้ญี่ปุ่นเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์เกือบทุกคน รวมถึงตัวผู้เขียนเองด้วย พูดได้เลยว่าไปซ้ำกี่รอบก็ไม่เบื่อ เลยจะมาขอสรุปเหตุดี ๆ ของการไปเที่ยวญี่ปุ่นให้ฟังกัน
- เดินทางง่าย ไม่ยุ่งยาก : ด้วยระบบขนส่งสาธารณะของญี่ปุ่นโดยเฉพาะรถไฟและรถไฟฟ้าใต้ดินถือถือว่าดีที่สุดในโลก รวมถึงป้ายบอกทางต่าง ๆ มีทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาสากล แม้ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเลยก็สามารถไปเที่ยวญี่ปุ่นเองได้ไม่ยาก
- อาหารกินง่าย หลากหลาย : คนไทยค่อนข้างคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นซูชิ ราเมน ทงคัตสึ เทมปุระหรือแม้แต่อาหารฟิวชัน ญี่ปุ่นมีให้เลือกครบทุกสไตล์และราคาหลาหลาย ยิ่งสำหรับคนที่ไม่ชอบกินเผ็ด ญี่ปุ่นยิ่งเหมาะเข้าไปใหญ่ อาหารญี่ปุ่นรสชาติจะไม่รสจัดแบบไทย แต่จะมีรสชาติไปทางเค็มมากกว่า
- ความปลอดภัยสูง : อัตตราการเกิดอาชญากรรมในญี่ปุ่นต่ำมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินคนเดียวตอนดึกได้สบาย หรือครอบครัวที่พาเด็กเล็กไปก็ยังรู้สึกวางใจได้
- เหมาะกับทุกกลุ่ม : ครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ คู่รักที่อยากได้บรรยากาศโรแมนติก กลุ่มเพื่อนที่เป็นสายช็อปหรือสายกิน บอกเลยว่าตอบโจทย์แน่นอน คอนเฟิร์มเลยจากประสบการณ์ตรงของคนที่ไปญี่ปุ่นมาแล้ว
- เที่ยวได้หลากหลาย : ญี่ปุ่นมีเมืองที่ตอบโจทย์การเที่ยวได้ทุกสไตล์ ทั้งเมืองใหญ่สุดทันสมัย เมืองญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ธรรมชาติ ออนเซ็น เมืองชายทะเล สกีรีสอร์ท รวมไปถึงสวนสนุกระดับโลก ถ้าไปหลายวันทริปเดียวเก็บครบทุกประสบการณ์แน่นอน
เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี? แนะนำตามฤดูกาล
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เที่ยวได้ทั้งปีจริง ๆ ในแต่ละช่วงเวลาก็จะสวยกันคนละแบบ การเลือกเดือนให้ตรงกับสิ่งที่อยากเห็นจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้ทริปสนุกและคุ้มค่ามาก ๆ
-
มีนาคม – เมษายน: ซากุระบาน ฤดูกาลที่คนไทยรอมากที่สุด
Image: shutterstock (TAKASHI SUZUKI)
ช่วงซากุระถือว่าเป็นไฮซีซั่นที่สุดของญี่ปุ่น ดอกซากุระสีชมพูอ่อนพร้อมกับอากาศอบอุ่นกำลังดี ทำให้ทุกมุมของเมืองดูละมุนไปหมด เมืองที่ขึ้นชื่อว่าดอกซากุระสวยและน่าไปที่สุด ได้แก่ โตเกียว (อุเอโนะ, ชินจูกุเกียวเอ็น), เกียวโต (มาร์ยามะ, ฟิโลโซเฟอร์พาธ), ฮิโรซากิ และฮอกไกโด (ซากุระจะบานช้ากว่าแผ่นดินใหญ่ประมาณเดือนพฤษภาคม)
ข้อควรระวัง : ช่วงนี้นักท่องเที่ยวจะเยอะมาก ราคาโรงแรมและตั๋วเครื่องบินจะสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 – 6 เดือน
-
พฤษภาคม – สิงหาคม: ฤดูร้อน ทุ่งดอกไม้ และเทศกาลพลุ
Image: shutterstock (IamDoctorEgg)
ช่วงพฤษภาคมอากาศดีมาก ยังไม่ร้อนมาก เหมาะสำหรับการเดินเที่ยวกลางแจ้ง ฮอกไกโดจะเป็นดาวเด่นของช่วงนี้ โดยเฉพาะฟุราโนะและบิเอะที่มีทุ่งลาเวนเดอร์และทุ่งดอกไม้หลากสีที่สวยมาก ๆ
พอเข้าสู่เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม อากาศจะร้อนและชื้น แต่ก็เป็นช่วงของ มัตสึริ (Matsuri) จะเต็มไปด้วยเทศกาลพลุและเทศกาลฤดูร้อนที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะที่โตเกียวและโอซาก้า
เหมาะกับ: สายธรรมชาติ สายถ่ายรูป คนที่ชอบบรรยากาศเทศกาล
-
กันยายน – พฤศจิกายน: ใบไม้เปลี่ยนสี สวยไม่แพ้ซากุระ
Image: shutterstock (Mistervlad)
ใบไม้เปลี่ยนสี หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า โคโยะ (Koyo) คือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงามอีกช่วงหนึ่งของญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีแดง ส้ม และเหลืองทอง อากาศเย็นสบายกำลังดี เหมาะสำหรับการเดินเที่ยว
เมืองที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยเป็นพิเศษ ได้แก่ เกียวโต (นิโจ, วัดเอรินจิ), นิกโก้, โตเกียว (ชินจูกุเกียวเอ็น) และฮอกไกโด (ใบไม้จะเปลี่ยนสีเร็วกว่าที่อื่น เริ่มตั้งแต่กันยายน)
เหมาะกับ: คนชอบถ่ายรูป สายธรรมชาติ คนที่อยากหนีความร้อนในไทย
-
ธันวาคม – กุมภาพันธ์: หิมะ สกี และออนเซ็น
Image: shutterstock (vichie81)
ช่วงหน้าหนาว คือ ความฝันของคนที่อยากเห็นหิมะและแช่ออนเซ้นกลางหิมะ ฮอกไกโดก็ยังเป็นดาวเด่นของช่วงนี้อีกเหมือนกัน โดยเฉพาะซัปโปโรที่มีเทศกาลหิมะชื่อดัง สกีรีสอร์ทชั้นนำอย่างนิเซโกะและรุสึสึ และโอตารุที่มีบรรยากาศโรแมนติกมาก ๆ
นอกจากกนี้ ชิราคาวาโกะในกิฟุก็สวยไม่แพ้กันในช่วงหิมะตก หนึ่งใน UNESCO World Heritage Site ที่บ้านหลังคาจั่วสูงถูกหุ้มด้วยหิมะขาว และในเมืองนากาโน่ก็มีสกีรีสอร์ทและออนเซ็นให้เลือกเยอะ
เหมาะกับ: คนที่ไม่เคยเจอหิมะ คู่รักสายโรแมนติก สายสกี ผู้สูงอายุที่ชื่นชอบออนเซ็น
ไปญี่ปุ่นครั้งแรกควรไปเมืองไหนดี?
หนึ่งในคำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ “ไปญี่ปุ่นครั้งแรก ไปเมืองไหนดี?” คำตอบขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบสไตล์ไหน ลองดูแนะนำตามนี้
1. โตเกียว – เหมาะกับมือใหม่และสายช้อป
Image: shutterstock (Sean Pavone)
โตเกียวคือหัวใจของญี่ปุ่นสมัยใหม่ และยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับคนไปญี่ปุ่นครั้งแรกด้วย เพราะมีครบทุกอย่าง ทั้งวัดอาซากุสะที่ยิ่งใหญ่ ย่านช้อปปิ้งอย่างชินจูกุและชิบูย่า คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น สวนสนุก DisneySea ศิลปะเมืองและสตรีทฟู้ด รวมถึงระบบรถไฟที่ครอบคลุมทุกซอกทุกมุม เดินทางง่าย ไม่หลงแน่นอน
จากโตเกียวยังสามารถเดินทางวันเดียวไปเที่ยวฟูจิ คาวากุจิโกะ หรือนิกโก้ได้ด้วย ดูทัวร์โตเกียว
2. โอซาก้า – เหมาะกับสายกินและสายสวนสนุก
Image: shutterstock (Malcolm Fairman)
โอซาก้าขึ้นชื่อเรื่องอาหารมาก ๆ โดยเฉพาะที่ย่านโดทงโบริ ไม่ว่าจะเป็นทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และซูชิปั้นสด นอกจากนี้ยังมีสวยสนุกอย่าง Universal Studios Japan (USJ) ก็ตั้งอยู่ที่โอซาก้า
ข้อดีอีกอย่างของโอซาก้าคือ เดินทางไปเกียวโตง่ายมาก ใช้เวลาแค่ 30 นาทีด้วยรถไฟ และเดินทางไปนารา ใช้เวลาแค่ 45 นาที ทำให้สามารถใช้โอซาก้าเป็นเมืองหลักของการเที่ยวต่อได้หลายเมืองในทริปเดียว ดูทัวร์โอซาก้า
3. ฮอกไกโด – เหมาะกับสายธรรมชาติและสายหิมะ
Image: shutterstock (Usa-Pyon)
ฮอกไกโดคือเกาะทางตอนเหนือสุดของญี่ปุ่น มีธรรมชาติสวยงามที่แตกต่างจากเมืองใหญ่ทางใต้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ที่ฟุราโนะ ทิวทัศน์ภูเขาที่บิเอะ หรือสกีรีสอร์ทที่มีออนเซ็นกลางหิมะ
ซัปโปโรเมืองหลักของฮอกไกโดก็น่าสนใจ มีอาหารทะเลสดระดับโลกและบรรยากาศน่ารัก เหมาะกับคนที่อยากเดินทางช้า ๆ ชิล ๆ สัมผัสธรรมชาติ ดูทัวร์ฮอกไกโด
4. ฟุกุโอกะ – เหมาะกับสายชิลและสายกิน
ฟุกุโอกะในเกาะคิวชูเป็นเมืองที่หลายคนมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วเป็นเมืองที่น่าสนใจมาก นักท่องเที่ยวน้อยกว่าเมืองหลัก บรรยากาศผ่อนคลาย อาหารขึ้นชื่อโดยเฉพาะราเมนฮากาตะ ไก่นาเบะ และอาหารทะเล
ฟุกุโอกะยังเป็นประตูสู่ยูฟุอิน เมืองออนเซ็นน่ารัก และเบปปุ เมืองออนเซ็นชื่อดัง เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบชิล ๆ ไม่แออัด
5. โอกินาว่า เหมาะกับสายทะเลและพักผ่อน
โอกินาว่าเป็นญี่ปุ่นแต่รู้สึกไม่เหมือนญี่ปุ่น จะให้ฟีลเหมือนอยู่ฮาวายมากกว่า มีทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาว และบรรยากาศแบบเกาะเขตร้อน เหมาะกับคนที่อยากพักผ่อน ดำน้ำ หรือหนีความวุ่นวายในเมืองจะไม่ค่อยเหมาะกับคนที่อยากช็อปปิ้ง
ถ้าอยากรู้ว่าแต่ละเมืองมีมีสถานที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง อ่านเพิ่มเติม: เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกเมืองไหนดี
งบเที่ยวญี่ปุ่นประมาณเท่าไหร่?
หนึ่งในสิ่งที่คนส่วนใหญ่กังวลก่อนไปญี่ปุ่นคือเรื่องงบประมาณ ความจริงคือญี่ปุ่นเที่ยวได้ในหลายระดับราคา ขึ้นอยู่กับสไตล์การเดินทางของคนเลย แบ่งให้เห็นภาพชัด ๆ ได้ตามตารางด้านล่างเลย
| รูปแบบ | งบประมาณโดยประมาณ | เหมาะกับใคร |
| เที่ยวเองประหยัด | 30,000 – 45,000 บาท | คนชำนาญการวางแผน ยืดหยุ่นได้ |
| เที่ยวเองสบายขึ้น | 45,000 – 70,000 บาท | คนอยากพักดี เดินทางสะดวก |
| ไปกับทัวร์ | 25,000 – 90,000 บาทขึ้นไป | คนอยากมีคนจัดการให้ ไม่ต้องวางแผนเอง |
| ทริปพรีเมียม | 80,000 บาทขึ้นไป | คนเน้นโรงแรม 5 ดาว เส้นทางพิเศษ |
งบประมาณข้างต้นเป็นตัวเลขรวมค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร ค่าเดินทางภายในประเทศ และค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ (ไม่รวมช้อปปิ้ง)
ข้อดีของการไปเที่ยวกับทัวร์คือราคาชัดเจน รู้ล่วงหน้าว่าจ่ายเท่าไหร่ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ต่างจากการเที่ยวเองที่งบอาจจะบานปลายโดยไม่รู้ตัว
เที่ยวเอง vs ไปทัวร์ญี่ปุ่น แบบไหนเหมาะกับคุณ?
คำถามนี้ตอบได้ไม่ยากถ้าคุณรู้จักตัวเองดีพอ ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้
| หัวข้อ | เที่ยวเอง | ไปกับทัวร์ |
| ความยืดหยุ่น | สูง ปรับแผนได้ตามใจ | ตามโปรแกรมที่วางไว้ |
| ความสะดวก | ต้องวางแผน จัดการเองทุกอย่าง | มีคนดูแลตลอดการเดินทาง |
| ภาษา | ต้องสื่อสารเองบางส่วน | มีไกด์ช่วยตลอด |
| งบประมาณ | ควบคุมได้แต่บานง่ายถ้าไม่วางแผนดี | เห็นราคาชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง |
| เวลาในการเตรียม | ใช้เวลามาก ต้องจองเองทุกอย่าง | มีทีมงานจัดการให้หมด |
| เหมาะกับ | คนมีประสบการณ์เดินทาง ชอบอิสระ | มือใหม่ ครอบครัว ผู้สูงอายุ คนไม่มีเวลาวางแผน |
จากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน ที่เคยไปมาแล้วทั้งแบบไปเองและแบบไปกับทัวร์ ขอแนะนำว่า ถ้าเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก มีครอบครัว ผู้สูงอายุ หรือไม่มีเวลาวางแผน ไปทัวร์คุ้มกว่าและสบายใจกว่ามาก แต่ถ้าชอบอิสระและวางแผนเองได้ เที่ยวเองก็สนุกในแบบของตัวเอง
เตรียมตัวไปญี่ปุ่น ต้องรู้อะไรบ้าง?
Image: shutterstock (structuresxx)
✅ Checklist เตรียมตัวก่อนไปญี่ปุ่น
เอกสาร
- พาสปอร์ตอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน
- คนไทยไม่ต้องขอวีซ่าญี่ปุ่น (ยกเว้นอยู่นานกว่า 90 วัน)
- ประกันเดินทาง (แนะนำทำทุกครั้ง)
เงินและการชำระเงิน
- แลกเงินเยนไว้เพราะหลายร้านรับเงินสดเท่านั้น
- บัตรเครดิตที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมต่างประเทศ
- แนะนำให้มีเงินเยนสำรองเสมอ ประมาณ 5,000 – 10,000 เยนต่อวัน
การเชื่อมต่อ
- eSIM ญี่ปุ่น (สะดวกสุด ซื้อล่วงหน้าผ่านแอป จะบอกว่า ตอนนี้ Travelzeed ก็มี eSim ต่างประเทศ ขายแล้วนะ)
- หรือ Pocket WiFi (เหมาะถ้าไปเป็นกลุ่ม)
- IC Card (Suica หรือ Pasmo) สำหรับขึ้นรถไฟ
สิ่งของที่ต้องพกไป
- ปลั๊กแปลง (ญี่ปุ่นใช้ปลั๊กแบน 2 ขา)
- เสื้อผ้าตามฤดูกาล (ดูตามเดือนที่ไป)
- ยาประจำตัว ยาแก้ปวด ยาแก้ท้องเสีย
- รองเท้าที่เดินสบาย เพราะต้องเดินเยอะมาก
แอปที่ควรดาวน์โหลด
- Google Maps (ใช้นำทางรถไฟได้ดีมาก)
- Google Translate (พร้อม Offline ภาษาญี่ปุ่น)
- Japan Official Travel App (ข้อมูลการเดินทาง)
ข้อควรรู้ก่อนไปญี่ปุ่น (สิ่งที่มือใหม่มักไม่รู้)
- รถไฟตรงเวลามาก คอนเฟิร์มค่ะ อย่าประมาทเรื่องเวลาเด็ดขาด ประเทศเขาเป๊ะมาก ต้องวางแผนเวลาให้ดีและถึงสถานีก่อนเวลาเสมอ
- ร้านอาหารบางแห่งรับเงินสดเท่านั้น โดยเฉพาะร้านเล็ก ๆ เช่น ร้านราเมน และร้านในตลาด ควรมีเงินสดติดตัวไว้เสมอ
- แยกขยะให้ถูกต้อง ญี่ปุ่นมีระเบียบการแยกขยะอย่างจริงจัง ถ้าไม่แน่ใจให้ถามหรือดูสัญลักษณ์บนถังขยะ ไม่ควรทิ้งขยะผสมกัน ขอเตือนก่อนว่า อย่าเอานิสัยที่ไทยไปใช้ในญี่ปุ่นเด็ดขาดนะ
- ไม่คุยเสียงดังบนรถไฟ เพราะญี่ปุ่นถือว่าเรื่องมารยาทเป็นสิ่งสำคัญมาก ห้ามรับโทรศัพท์บนรถไฟและห้ามพูดเสียงดัง ควรตั้งโทรศัพท์เป็นสั่นหรือปิดเสียงเสมอ เมื่อขึ้นรถไฟ
- บางสถานที่ต้องจองล่วงหน้า เช่น ร้านอาหารดัง ๆ พิพิธภัณฑ์ Interactive Teamlab และจุดชมซากุระบางจุด ควรเช็คและจองไว้ก่อนออกเดินทางเสมอ
- ช่วงไฮซีซั่นต้องจองล่วงหน้าหลายเดือน โดยเฉพาะช่วงซากุระ (มีนาคม – เมษายน) และใบไม้เปลี่ยนสี (ตุลาคม – พฤศจิกายน) โรงแรมและแพ็กเกจทัวร์จะเต็มเร็วมาก
- ถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านและบางสถานที่ เช่น วัด บ้านพักแบบญี่ปุ่น (ริวคัง) และบางร้านอาหารจะมีป้ายให้ถอดรองเท้า













