ก่อนเที่ยวรัสเซียต้องรู้ ruID คืออะไร ใครต้องลงทะเบียนบ้าง

Spread the love

รัสเซียเป็นจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยเสน่ห์มากมาย ทั้งสถาปัตยกรรมอย่าง จัตุรัสแดง พระราชวัง โบสถ์โดมหัวหอม และธรรมชาติที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู แต่ก่อนจะเดินทางไปสัมผัสความสวยงามเหล่านี้ ควรทำความรู้จักกับขั้นตอนใหม่ที่เรียกว่า ruID ซึ่งเป็นขั้นตอนที่รัสเซียเริ่มบังคับใช้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงคนไทยด้วย หลายคนที่เคยไปรัสเซียมาก่อนอาจงงว่า เอ๊ะ ทำไมจู่ ๆ ต้องมีขั้นตอนเพิ่ม ทั้งที่ปกติคนไทยเข้ารัสเซียได้แบบฟรีวีซ่าอยู่แล้ว

สำหรับบทความนี้ Travelzeed จะพาไปทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ ว่า ruID คืออะไร ต้องทำตอนไหน เตรียมอะไรบ้าง และมีจุดไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพื่อให้เตรียมตัวเที่ยวรัสเซียได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

*** อัปเดตข้อมูลล่าสุด: 20 กรกฎาคม 2569
กฎการเดินทางและหน้าตาของแอปอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ ผู้เดินทางควรตรวจสอบประกาศจากสถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย สายการบิน และแอป ruID ทางการอีกครั้งก่อนเดินทาง

ruID คืออะไร

ruID หรือชื่อเต็มคือ Gosuslugi RuID เป็นแอปพลิเคชันของรัฐบาลรัสเซียที่ใช้สำหรับลงทะเบียนตัวตนดิจิทัลของนักท่องเที่ยวต่างชาติก่อนเข้าประเทศ พูดง่าย ๆ คือเป็นเหมือนโปรไฟล์ดิจิทัลของเราที่เชื่อมโยงกับระบบบริการภาครัฐของรัสเซีย โดยจะมีการเก็บข้อมูลตัวตน ข้อมูลการเดินทาง รวมถึงข้อมูลไบโอเมตริกซ์เบื้องต้น ได้แก่ ภาพใบหน้า ภาพหนังสือเดินทาง และเสียงบันทึก เพื่อใช้ยืนยันตัวตนและเข้าถึงบริการต่าง ๆ ในประเทศรัสเซีย

ระบบนี้เริ่มมาจากมาตรการทดลองของรัฐบาลรัสเซีย ที่ต้องการปรับปรุงกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น แทนการใช้ใบตรวจคนเข้าเมืองแบบกระดาษที่ใช้กันมานาน โดยเมื่อลงทะเบียนเสร็จ ระบบจะสร้าง QR Code ให้ ซึ่งเราต้องเตรียมโชว์ตอนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่รัสเซีย

แอปรองรับภาษาอังกฤษ รวมถึงภาษาอื่น ๆ อีกหลายภาษา แต่ยังไม่มีเมนูภาษาไทย ผู้ใช้งานควรเลือกภาษาอังกฤษและตรวจสอบความหมายของแต่ละช่องให้เรียบร้อยก่อนกดยืนยัน

คนไทยไปรัสเซียต้องลงทะเบียน ruID ไหม

สำหรับผู้ถือ หนังสือเดินทางไทย ประเภทบุคคลธรรมดา ปัจจุบันสามารถเดินทางเข้ารัสเซียโดยไม่ต้องขอวีซ่าและพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน ตามข้อมูลของสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย จึงทำให้คนไทยอยู่ในกลุ่มที่ทางการรัสเซียกำหนดให้ยื่นข้อมูลการเดินทางผ่าน ruID ล่วงหน้า ส่วนกลุ่มที่ไม่ต้องลงทะเบียนจะมีอยู่ไม่กี่กลุ่ม เช่น

  • เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี
  • พลเมืองเบลารุส
  • นักการทูตและเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศพร้อมครอบครัว
  • ผู้ที่ถือวีซ่าแบบปกติหรือ e-Visa อยู่แล้ว (เพราะกลุ่มนี้ใช้ขั้นตอนวีซ่าตามปกติ ไม่เกี่ยวกับ ruID)

ดังนั้น ถ้าเราถือพาสปอร์ตไทยและตั้งใจจะเข้ารัสเซียแบบฟรีวีซ่า พูดตรง ๆ คือหนีไม่พ้นต้องลงทะเบียน ruID ก่อนแน่นอน

ต้องลงทะเบียน ruID ก่อนเดินทางกี่วัน

ตามหลักเกณฑ์แล้ว คำร้องเดินทางผ่าน ruID ควรยื่นตามกรอบเวลาดังนี้

  • ยื่นล่วงหน้าได้เร็วที่สุดไม่เกิน 90 วันก่อนวันเดินทางเข้ารัสเซีย
  • ต้องยื่นไม่ช้ากว่า 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้ารัสเซีย
  • กรณีฉุกเฉิน สามารถยื่นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง พร้อมระบุเหตุผลและแนบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเช่น หากเดินทางถึงรัสเซียวันที่ 20 ตุลาคม ควรส่งข้อมูลให้เสร็จก่อนวันที่ 17 ตุลาคม แต่ก็ไม่ควรรอจนถึงช่วง 72 ชั่วโมงสุดท้าย เพราะอาจเจอปัญหาในการยืนยันอีเมล สแกนหนังสือเดินทาง หรือส่งข้อมูลไบโอเมตริกซ์ ทางที่ดีที่สุดคือควรลงทะเบียนล่วงหน้าประมาณ 7 – 14 วันก่อนเดินทาง

กรณีฉุกเฉินหมายถึงอะไร

การยื่นล่วงหน้าเพียง 4 ชั่วโมงมีไว้สำหรับเหตุจำเป็นเร่งด่วน เช่น การเข้ารับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน หรือการเดินทางเนื่องจากญาติใกล้ชิดเสียชีวิต โดยผู้ยื่นต้องระบุเหตุผลและเตรียมเอกสารยืนยัน ไม่ใช่ช่องทางสำหรับผู้ที่ลืมลงทะเบียนหรือเตรียมตัวไม่ทันตามปกติ

ruID ต่างจากวีซ่าอย่างไร

หลายคนอาจสับสนว่า ruID คือวีซ่ารูปแบบใหม่หรือเปล่า คำตอบคือ ไม่ใช่ นะคะ ruID ไม่ได้มาแทนที่วีซ่า และไม่ได้ทำให้คนที่ต้องขอวีซ่าไม่ต้องขอวีซ่าอีกต่อไป ความแตกต่างหลัก ๆ คือ

  • วีซ่า เป็นการขออนุญาตเข้าประเทศล่วงหน้าอย่างเป็นทางการ ต้องยื่นเอกสารกับสถานทูตหรือระบบ e-Visa และมีกระบวนการอนุมัติที่ค่อนข้างละเอียด ใช้เวลานานกว่า
  • ruID เป็นเพียงขั้นตอนลงทะเบียนแจ้งข้อมูลตัวตนและการเดินทาง สำหรับคนที่ มีสิทธิ์เข้าแบบฟรีวีซ่าอยู่แล้ว อย่างคนไทย ไม่ได้เป็นการขออนุญาตใหม่ แต่เป็นการยืนยันตัวตนแบบดิจิทัลก่อนเข้าประเทศรัสเซีย

พูดง่าย ๆ คือถ้าเราเป็นคนที่ต้องขอวีซ่าอยู่แล้ว เราก็ทำตามขั้นตอนวีซ่าตามปกติไป ไม่ต้องมายุ่งกับ ruID แต่ถ้าเราเป็นคนไทยที่ใช้สิทธิ์ฟรีวีซ่า (พำนักได้สูงสุด 30 วัน) ก็ต้องมาผ่านขั้นตอนการลงทะเบียน ruID นี้แทน ถือเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมที่มาคู่กับสิทธิ์ฟรีวีซ่า แต่ไม่ใช่การยกเลิกสิทธิ์ฟรีวีซ่านะคะ

แอปพลิเคชัน ruID สำหรับการลงทะเบียนแบบดิจิทัลก่อนเข้าประเทศรัสเซีย

ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เพื่อลงทะเบียน ruID

ก่อนเปิดแอป ควรเตรียมเอกสารและข้อมูลทั้งหมดให้พร้อม เพราะหากออกจากระบบกลางคันหรือกรอกข้อมูลไม่ครบ อาจต้องกลับมาเริ่มบางขั้นตอนใหม่

  • หนังสือเดินทางเล่มที่ใช้เดินทางจริง และข้อมูลต้องตรงกับตั๋วเครื่องบิน
  • อีเมลที่ใช้งานได้ สำหรับรับลิงก์หรือรหัสยืนยัน
  • หมายเลขโทรศัพท์ที่รับข้อความได้ พร้อมรหัสประเทศ +66
  • ข้อมูลการเดินทาง เช่น วันเข้า – ออก เมือง เที่ยวบิน และวัตถุประสงค์
  • ข้อมูลโรงแรมหรือที่พักในรัสเซีย
  • โทรศัพท์ที่มีกล้อง ไมโครโฟน และอินเทอร์เน็ตเสถียร สำหรับสแกนพาสปอร์ต ถ่ายใบหน้า และบันทึกเสียง

สรุปขั้นตอนลงทะเบียน ruID แบบย่อ

การลงทะเบียนโดยรวมสามารถสรุปได้ดังนี้

  1. ดาวน์โหลดแอป ruID จาก App Store หรือ Google Play และตรวจสอบว่าเป็นแอปทางการ
  2. เลือกภาษาอังกฤษ สมัครบัญชี และยืนยันอีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์
  3. กรอกข้อมูลส่วนตัวเป็นภาษาอังกฤษให้ตรงกับหนังสือเดินทาง
  4. กรอกและถ่ายภาพหน้าหนังสือเดินทางให้ชัดเจน
  5. ถ่ายภาพใบหน้าและบันทึกเสียงเพื่อยืนยันตัวตน
  6. กรอกวัตถุประสงค์ วันเดินทาง เส้นทาง และข้อมูลผู้ร่วมเดินทาง
  7. ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดให้ถูกต้องก่อนส่งคำร้อง
  8. ติดตามสถานะในแอป และแก้ไขข้อมูลเพิ่มเติมหากระบบร้องขอ

สำหรับภาพหน้าจอและคำอธิบายแต่ละเมนู สามารถอ่านต่อได้ในบทความ วิธีลงทะเบียน ruID แบบละเอียด พร้อมขั้นตอนก่อนเข้ารัสเซีย

ปัญหาและข้อควรระวังในการลงทะเบียน ruID

เรื่องนี้เป็นระบบที่ค่อนข้างใหม่และมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดอยู่เรื่อย ๆ ตั้งแต่เริ่มทดลองใช้ ดังนั้นก่อนเดินทางทุกครั้งควรเช็กข้อมูลล่าสุดจากสถานทูตรัสเซียหรือช่องทางทางการอีกครั้ง เพราะกฎเกณฑ์เปลี่ยนได้เร็ว จุดที่ควรระวังเป็นพิเศษมีดังนี้

  • แอปอาจมีปัญหาทางเทคนิค เคยมีรายงานว่าระบบล่มหรือ QR Code ไม่ออกตามเวลาที่ควร ทางที่ดีควรลงทะเบียนล่วงหน้าให้เนิ่น ๆ อย่าไปเร่งเอาวันใกล้เดินทาง
  • ดาวน์โหลดแอปจากช่องทางทางการเท่านั้น เพราะเป็นแอปที่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวและไบโอเมตริกซ์ ควรระวังแอปปลอมที่แอบอ้างเพื่อหลอกเอาข้อมูล
  • สถานะบังคับใช้อาจเปลี่ยนแปลง ในบางช่วงมีความชัดเจนว่าเป็นข้อบังคับ แต่ก็มีบางช่วงที่ทางการรัสเซียชี้แจงว่ายังเป็นการทดลองและไม่ได้ปฏิเสธการเข้าประเทศแม้ไม่มี QR Code ดังนั้นเพื่อความชัวร์ ควรลงทะเบียนไว้เสมอ ดีกว่าไปเสี่ยงหน้าด่าน
  • เตรียมสำรองไว้เผื่อมือถือมีปัญหา เช่น ปริ้นท์ QR Code สำรอง หรือแคปหน้าจอเก็บไว้แบบออฟไลน์
  • ตรวจสอบข้อมูลให้ตรงกับพาสปอร์ต การกรอกชื่อ วันเกิด หรือเลขพาสปอร์ตผิดพลาด อาจทำให้เกิดปัญหาตอนตรวจสอบหน้าด่านได้

บทส่งท้าย

ระบบ ruID อาจฟังดูเป็นขั้นตอนที่เพิ่มเข้ามาให้ยุ่งยากขึ้นนิดหน่อย แต่ถ้าเตรียมตัวล่วงหน้าและทำตามขั้นตอนถูกต้อง ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร และยังช่วยให้การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่รัสเซียราบรื่นขึ้นด้วยซ้ำ ใครที่กำลังวางแผนทริปรัสเซีย อย่าลืมเช็กเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทางด้วยนะคะ จะได้ไม่มีปัญหาหน้างานให้เสียเวลาเที่ยว

✅ เที่ยวรัสเซียกับ Travelzeed เลือกดู แพ็คเกจทัวร์รัสเซีย เส้นทางยอดนิยม เที่ยวครบทั้งกิน ช้อป และสถานที่สำคัญ พร้อมทีมงานคอยดูแลตลอดการเดินทาง

คำามที่พบบ่อย

โปรแกรมทัวร์แนะนำ

‹
›
Facebook Comments
Scroll to Top