ตะลุยดินแดนสองทวีป ‘จอร์เจีย’


วันนี้น้องซี้ดจะพาไป ตะลุยดินแดนสองทวีป นั่นคือ ประเทศจอร์เจีย ไหนใครยังไม่รู้จักประเทศนี้ เราจะพามาทำความรู้จักกัน

จอร์เจียไม่ต้องขอวีซ่า เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคคอเคซัส ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างยุโรปตะวันออกและเอเชียตะวันตก จอร์เจียมีพรมแดนทางทิศตะวันตกติดกับทะเลดำ
ทางทิศเหนือและทิศตะวันออกติดกับรัสเซีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับตุรกี ทางทิศใต้ติดกับอาร์เมเนีย และทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับอาเซอร์ไบจาน
จอร์เจียครอบคลุมพื้นที่กว่า 69,700 ตารางกิโลเมตร (26,900 ตารางไมล์) และมีประชากรราว 3.7 ล้านคนเลยนะ

:: ข้อควรรู้ก่อนมาจอร์เจีย ::
1. สำหรับคนไทย ฟรีวีซ่า ไม่ต้องขอวีซ่านะจ๊ะ ถือพาตปอร์ตเล่มเดียว ก็มาเที่ยวได้แล้ว
2. ค่าเงินของที่นี่ 1 ลารีจอร์เจียเท่ากับ 11.49 บาท
3. ภาษาหลักก็คือ ภาษาท้องถิ่นจอร์เจีย คนส่วนมากที่นี่ไม่พูดภาษาอังกฤษ
4. คนท้องถิ่นส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์
5. ตั๋วเครื่องบิน ไม่มีบินตรงจากไทย ต้องต่อเครื่องมาลงที่ตุรกี ก่อนถึงจะมาถึงจอร์เจียได้

เรามาถึงที่นี่ ช่วงเที่ยง จอร์เจียจะช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง  อากาศที่นี่เย็นสบายมาก ผู้คนก็น่ารัก
สถาปัตยกรรมที่นี่ เก่าแก่มาก เป็นดินแดนของคริสต์นิการออโธดอกซ์ อารยธรรมที่นี่สืบทอดกันมายาวนาน
จอร์เจียเหมือนสวิตเซอร์แลนด์เลยแหละ มุมไหนก็สวย โรแมนติกไปหมด วิวภูเขาและทุ่งหญ้าสีเขียว พร้อมกับหิมะฟูๆ ใจชื้นมาก

เมืองหลวงของจอร์เจีย คือเมือง Tbilisi เมืองสุดคลาสสิก อายุกว่า 1,500 ปี เรายืนอยู่ที่นี่เหมือนอยู่สวิตเซอร์แลนด์เลย ^^
ไวน์กับผลไม้ที่นี่ถูกมาก มากแบบมากที่สุด ไวน์ก็ดี๊ดีย์ ผลไม้ก็สดอีกต่างหากอาหารท้องถิ่นจอร์เจีย ก็ดีมากอร่อยด้วยนะ
ห้ามพลาดเลยคือ Khinkari ฟีลเกี๊ยวบ้านเรา ไส้หมู ไส้เนื้อ บางร้านก็มีชีส ด้วย

อีกอย่างนึง คือ Khachapuri คลาสสิคสุด เป็นขนมปังหน้าชีส ไก่เเละเนย อย่าลืมมาลองล่ะ เดี๋ยวจะมาไม่ถึง

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์ค ใครว่าจอร์เจียมีแต่สถาปัตยกรรมเก่าแก่กันล่ะ สะพานแห่งสันติภาพ (The Bridge of Peace) เป็นสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำคูรา (Kura River)
ความยาว 150 เมตร เพื่อเชื่อมระหว่างตัวเมืองเก่าและตัวเมืองใหม่ของทบิลิซี ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลืยน “มิเชล เดอ ลุจจิ” (Michele De Lucchi)
เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี 2010 โครงสร้างหลักของสะพานนี้ทำมาจากเหล็กและกระจกใส ที่มีด้านบนโค้งราวกันคันศรธนู ประดับไฟ LED นับพันดวงบริเวณหลังคา
ได้รับการยกย่องว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่  โดยจะมีการแสดงแสงสีที่สวยงามเป็นเวลา 90 นาที ก่อนดวงตะวันจะลาลับไป … 

ค่าเงินของจอร์เจีย 1 ลารีจอร์เจีย = ประมาณ 11.50 บาท ของที่นี่ก็ถูกมาก พวกน้ำอัดลม เริ่มแค่ 10 บาทเอง ยิ่งเป็นพวกของโบราณยิ่งถูก นักสะสมของเก่าทั้งหลายไม่ควรพลาดน๊าา

ส่วนนี่คือ ป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) ป้อมปราการเก่าแก่แห่งจอร์เจีย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Aragvi หนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญของประเทศจอร์เจีย
สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 ที่นี่สร้างโดย Duke of Aragvi เพื่อเป็นป้อมปราการไว้หลบภัยในสงคราม ป้อมอันนานูรีนั้นประกอบขึ้นด้วยสองหอคอย

หอคอยที่สูงกว่ามีชื่อว่า เชอโปวารี (Sheupovari) สร้างเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมและยังคงอยู่ในสภาพเกือบสมบูรณ์แบบ
ส่วนหอคอยที่เตี้ยกว่านั้นเป็นหอคอยกลมที่อยู่เป็นซากปรักหักพัง แทบไม่เหลือเค้าเดิมในอดีตอันรุ่งเรือง ข้างหลังกำแพงอิฐสูงตระหง่านคือสถาปัตยกรรมโบราณหลากหลายรูปแบบเลยล่ะ


.

วันนี้หิมะตกต้อนรับเราด้วยแหละ รีบพาตัวเองไปยืนอยู่ท่ามกลางหิมะขาวโพลน แน่นอนว่ามันสวยมากๆ ดีต่อใจที่สุด
ใครอยากเห็นเทือกเขาขาวโพลนไปด้วยหิมะ แนะนำให้มาช่วงฤดูหนาว ราวเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่หนาวสุดๆจริงๆของจอร์เจีย
อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -3 ถึง 8 องศาเซลเซียส หนาววขนาดนี้แต่ถ้ามีคนรู้ใจมาด้วย ก็อุ่นขึ้นเยอะเลยนะ 🙂

จุดที่เรายืนตรงนี้ คือเมืองถ้ำเก่าแก่ชื่ออุพลิสชิเค Uplistsikhe เป็นที่ประกอบพิธีกรรมซึ่งเป็นลัทธิบูชาไฟซึ่งเป็นลัทธิของคนในแถบนี้
และยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมที่เชื่อมต่ออาณาจักรไบแซนไทน์กับอินเดียและจีน เป็นหินผาขนาดใหญ่ที่ถูกสกัดเป็นช่องห้องโถงมากมาย
ภายนอกมีบันไดและถนนหิน เป็นส่วนเชื่อมต่อแต่ละถ้ำ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตรเชียวนะ นอกจากนี้ภายในนครถ้ำยังมีพิพิธภัณฑ์ให้เยี่ยมชมอีกด้วย

ช่วงที่เรามาถือว่ายังอยู่ในช่วงโควิดอยู่ ข้างถนนของเมือง ก็มีรถให้ตรวจ Pcr test ด้วยนะ สะดวกสบาย ง่ายมากๆ

ที่นี่เที่ยวได้ทุกช่วงเลยนะ สวยแตกต่างกันออกไป ใครจะมาลองดูฤดูกาลว่าช่วงไหน ก็จัดกระเป๋าจองตั๋วมากันโลดดด *__*
จอร์เจีย มี 4 ฤดู

ฤดูร้อน: มิถุนายน-สิงหาคม 
เฉลี่ย 25-30 ° C  เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับวันหยุดพักผ่อน มีแดดจ้า อากาศชื้น ลมเย็นๆ ใครขี้หนาวก็มากันช่วงนี้นะ
ฤดูใบไม้ร่วง: กันยายน-พฤศจิกายน
เฉลี่ย 5-20 ° C เป็นช่วงอากาศดี มีใบไม้เปลี่ยนสี สีแดง สีส้มสุดลูกหูลูกตา ใครชอบอากาศแบบนี้ก็มากันโล้ดดด
ฤดูหนาว: ธันวาคม – กุมภาพันธ์
เฉลี่ย -3 ถึง 8 ° C  เป็นช่วงหนาวที่มีหิมะตก อากาศหนาวมากๆ ใครชอบหิมะ ก็ต้องมาช่วงนี้แหละ
ฤดูใบไม้ผลิ: มีนาคม-พฤษภาคม
เฉลี่ย 10-24 ° C  เป็นช่วงเที่ยวสบายอีกช่วงนึง อากาศเย็นสบาย ฤดูใบไม้ผลิที่นี่สวยงามมาก ท้องฟ้าสดใส ทุ่งหญ้าเขียวขจี เป็นอีกช่วงนึงที่อย่าพลาด

จอร์เจียถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่กำลังฮิตตอนนี้ สำหรับคนไทย ก็ถือพาสปอร์ตเข้าได้ง่ายๆ ไม่ลำบากเลย
ประเทศนี้น่าเที่ยวทุกฤดู ใครอยากตามน้องซี้ดมา รีบกันให้ไว เดี๋ยวจะคุยกับเค้าไม่รู้เรื่องน๊า 🙂

**************************

รวมโปรแกรมจอร์เจีย คลิกที่นี่ 
🌟สอบถามข้อมูล : https://lin.ee/VKAaDt0
☎️เบอร์ติดต่อบริษัท 02-108-7900
📱เบอร์ติดต่อเซล 081-573-9944 (เบียร์)
📱เบอร์ติดต่อเซล 062-103-3313 (เติ้ล)
📱เบอร์ติดต่อเซล 099-432-9990 (อาย)
📱เบอร์ติดต่อเซล 081-639-8333 (ชะเอม)
📧Email: contact@travelzeed.com
🆔Line ID: @travelzeed (มี@นำหน้านะคะ)

Facebook Comments
บอกต่อเพื่อนๆ :