ถ้าพูดถึงเส้นทางธรรมชาติในมณฑลเสฉวน หลายคนอาจนึกถึงจิ่วจ้ายโกว หวงหลง หรือภูเขาสี่ดรุณีเป็นอันดับแรก แต่จริง ๆ แล้วยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่สวยอลังการไม่แพ้กัน นั่นคือ ไห่โหลวโกว (Hailuogou Glacier) จุดชมธารน้ำแข็งชื่อดังบริเวณเชิงภูเขากงก่า ยอดเขาที่สูงที่สุดของมณฑลเสฉวน
ทริปนี้ทีม Travelzeed ได้มีโอกาสเดินทางไปสำรวจเส้นทางไห่โหลวโกวด้วยตัวเอง ต้องบอกเลยว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่กว่าที่เห็นในรูปมาก เพราะตลอดเส้นทางมีทั้งป่าสนโบราณ หมอกบาง ๆ วิวหุบเขา รถอุทยาน กระเช้าลอยฟ้า และธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ทอดตัวลงมาจากภูเขาสูง

บทความนี้ Travelzeed จะพาไปรีวิวแบบครบ ๆ ว่าไห่โหลวโกวเป็นอย่างไร เดินทางจากเฉิงตูยากไหม ขึ้นไปชมธารน้ำแข็งต้องเดินเยอะหรือเปล่า ช่วงไหนน่าเที่ยวที่สุด ค่าเข้าเท่าไหร่ และมีอะไรที่ควรรู้ก่อนเดินทางบ้าง ใครกำลังวางแผนเที่ยวเสฉวนตะวันตก บอกเลยว่าควรเก็บบทความนี้ไว้เป็นไกด์ก่อน
ไห่โหลวโกว คืออะไร?
หลายคนอาจเข้าใจว่า ไห่โหลวโกว คือชื่อของธารน้ำแข็ง แต่จริง ๆ แล้ว ไห่โหลวโกว (Hailuogou) คือชื่อของอุทยานธรรมชาติที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงภูเขากงก่า ภายในอุทยานมีธารน้ำแข็งที่โดดเด่นที่สุดคือ Glacier No.1 ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางขึ้นไปชม
ธารน้ำแข็งแห่งนี้เกิดจากการสะสมของหิมะบนภูเขาสูงเป็นเวลายาวนาน ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงมาตามหุบเขา จนเกิดเป็นผืนธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้จากจุดชมวิวของอุทยาน จุดเด่นของไห่โหลวโกวคือเป็นธารน้ำแข็งที่เข้าถึงได้ค่อนข้างสะดวก เมื่อเทียบกับธารน้ำแข็งในหลายประเทศที่ต้องเดินเขาหรือมีประสบการณ์ปีนเขา
นอกจากธารน้ำแข็งแล้ว ภายในอุทยานยังมีป่าสนโบราณ ป่าดึกดำบรรพ์ ลำธาร น้ำตก และวิวภูเขาสูงที่เปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาล ทำให้การมาเที่ยวที่นี่ไม่ได้มีแค่การชมธารน้ำแข็งเท่านั้น แต่ยังได้สัมผัสธรรมชาติของเสฉวนตะวันตกแบบเต็ม ๆ ในทริปเดียว
ธารน้ำแข็งไห่โหลวโกว อยู่ที่ไหน?
ธารน้ำแข็งไห่โหลวโกว (Hailuogou Glacier) ตั้งอยู่ในเขตอุทยานไห่โหลวโกว บริเวณเชิง ภูเขากงก่า (Mount Gongga) หรือ กงก่าซาน (Gongga Shan) ยอดเขาที่มีความสูง 7,556 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของมณฑลเสฉวน จนได้รับการขนานนามว่าเป็น ราชาแห่งขุนเขาเสฉวน
เส้นทางนี้เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเที่ยวธรรมชาติแบบภูเขา ธารน้ำแข็ง ป่าไม้ และวิวหิมะ โดยเฉพาะคนที่เดินทางจากเฉิงตู แล้วอยากต่อเส้นทางไปยังเสฉวนตะวันตก เช่น คังติ้ง ซินตูเฉียว ภูเขากงก่า หรือเส้นทางชมวิวภูเขาสูงอื่น ๆ
จุดเด่นอีกอย่างคือเป็น ธารน้ำแข็งระดับต่ำ (Low-altitude Glacier) ที่นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่คิด เพราะภายในอุทยานมีทั้งรถรับส่ง กระเช้าลอยฟ้า และทางเดินสำหรับนักท่องเที่ยว ทำให้ไม่จำเป็นต้องเดินป่าหนัก ๆ ก็สามารถชมวิวธารน้ำแข็งได้

เดินทางจากเฉิงตูไกลไหม?
ถ้าเดินทางด้วยตัวเอง แนะนำให้วางแผนอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน เพราะระยะทางค่อนข้างไกล หากไปเช้าเย็นกลับอาจเหนื่อยเกินไป และมีเวลาเที่ยวในอุทยานไม่เต็มที่ แต่ถ้าอยากเที่ยวแบบสบายขึ้น แนะนำ 3 วัน 2 คืน จะเหมาะกว่า เพราะสามารถเผื่อเวลาให้กับสภาพอากาศ และเที่ยวเส้นทางใกล้เคียงได้มากขึ้น
สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับเส้นทางภูเขาในจีน การเดินทางกับทัวร์จะสะดวกกว่า เพราะมีรถรับส่ง ที่พัก โปรแกรมเที่ยว และการจัดเวลาให้เรียบร้อย เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบไม่ต้องกังวลเรื่องการต่อรถหรือการซื้อตั๋วเอง
*** Travelzeed Tips: ถ้าต้องการเที่ยวไห่โหลวโกวร่วมกับคังติ้ง ซินตูเฉียว หรือเส้นทางชมวิวภูเขากงก่า แนะนำเลือกโปรแกรมทัวร์เสฉวนตะวันตก จะช่วยประหยัดเวลาและเที่ยวได้ครบหลายไฮไลต์ในทริปเดียว
รีวิวเส้นทางขึ้นชมธารน้ำแข็งไห่โหลวโกว
เส้นทางท่องเที่ยวภายในอุทยานถือว่าจัดการได้ดีพอสมควร หลังจากเข้าสู่อุทยาน นักท่องเที่ยวจะต้องนั่งรถรับส่งของอุทยานขึ้นไปตามเส้นทางภูเขา ระหว่างทางจะได้เห็นวิวป่าสน หุบเขา และธรรมชาติที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามระดับความสูง
โดยทั่วไป นักท่องเที่ยวจะนั่งรถอุทยานขึ้นไปยังบริเวณแคมป์ 3 จากนั้นต่อกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปยังแคมป์ 4 ซึ่งเป็นจุดชมวิวหลักของธารน้ำแข็ง Glacier No.1 เมื่อขึ้นไปถึงด้านบน จะสามารถมองเห็นผืนธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ทอดตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาสูงและป่าสน บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกอลังการและเงียบสงบมาก



สิ่งที่ชอบคือ เส้นทางนี้ไม่ได้ลำบากเกินไปสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป เพราะใช้รถอุทยานและกระเช้าเป็นหลัก เดินต่ออีกเพียงระยะสั้น ๆ ก็สามารถชมวิวได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรประมาท เพราะพื้นที่ด้านบนอยู่ในระดับความสูงหลายพันเมตร อากาศเย็น ลมแรง และบางคนอาจเริ่มรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ
*** Travelzeed Tips: ควรเดินช้า ๆ ไม่ต้องรีบ โดยเฉพาะบริเวณจุดชมวิวด้านบน เพราะระดับความสูงอาจทำให้เหนื่อยง่ายหรือหายใจไม่ทัน ค่อย ๆ เดิน พักเป็นระยะ และดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยให้เที่ยวได้สบายขึ้น
รีวิว Glacier No.1 จุดชมธารน้ำแข็งไฮไลต์ของไห่โหลวโกว
Glacier No.1 คือไฮไลต์สำคัญที่สุดของไห่โหลวโกว ธารน้ำแข็งแห่งนี้ทอดตัวยาวลงมาจากภูเขากงก่า และเป็นหนึ่งในจุดชมธารน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงของเสฉวนตะวันตก




จากจุดชมวิวบริเวณแคมป์ 4 จะสามารถมองเห็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาและป่าสน ถ้าวันไหนอากาศดี ฟ้าเปิด จะยิ่งเห็นวิวได้ชัดและสวยมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าที่แสงกำลังนุ่มและเมฆยังไม่ปกคลุมยอดเขามากนัก
แต่จากประสบการณ์ของทีม Travelzeed วันที่เราเดินทางไป ฟ้าไม่เปิดเลย มีหมอกและเมฆค่อนข้างเยอะ ทำให้ยอดเขากงก่าถูกบังตลอด ใครจะมาเที่ยวที่นี่อย่าลืมพกดวงมาด้วยนะคะ แต่ถึงแม้จะไม่ได้เห็นวิวแบบฟ้าใสเต็ม ๆ แต่บรรยากาศที่ได้กลับมีเสน่ห์อีกแบบ เป็นความรู้สึกเงียบสงบ เย็นสบาย และทำให้ภาพของป่าสนกับหมอกดูสวยไปอีกแบบเลย
*** Travelzeed Tips: ถ้าอยากมีโอกาสเห็นธารน้ำแข็งและยอดเขากงก่าแบบชัด ๆ แนะนำให้ขึ้นไปยังจุดชมวิวตั้งแต่ช่วงเช้า เพราะช่วงบ่ายมักมีเมฆและหมอกปกคลุมมากขึ้น
วิวภูเขากงก่า ความยิ่งใหญ่ของราชาแห่งขุนเขาเสฉวน
ภูเขากงก่า (Gongga Shan) เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเสฉวนตะวันตก ด้วยความสูงกว่า 7,556 เมตร ทำให้ยอดเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี และเป็นจุดหมายในฝันของสายถ่ายภาพธรรมชาติ
ถ้าโชคดีและอากาศเป็นใจ นักท่องเที่ยวอาจได้เห็นยอดเขากงก่าสะท้อนแสงในช่วงเช้าหรือเย็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ภูเขาเปลี่ยนเป็นโทนสีทองสวยมาก แต่ต้องบอกตามตรงว่าการเห็นยอดเขาชัด ๆ ต้องอาศัยดวงและสภาพอากาศพอสมควร โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่มักมีฝนและหมอก ซึ่งถูกต้องค่ะช่วงที่เราไปคือหน้าร้อน 555+ ถึงแม้วันที่เราไปจะไม่ได้เห็นยอดเขาแบบเต็ม ๆ แต่ความรู้สึกของการอยู่ท่ามกลางภูเขาสูง ป่าสน และอากาศเย็นก็ยังทำให้ไห่โหลวโกวเป็นหนึ่งในเส้นทางธรรมชาติที่น่าประทับใจมาก ถ้ามีโอกาสจะไปซ้ำอีกแน่นอน
ป่าสนโบราณและบรรยากาศระหว่างทาง
อีกหนึ่งเสน่ห์ของไห่โหลวโกวคือบรรยากาศระหว่างทาง ภายในอุทยานมีป่าสนโบราณและป่าดึกดำบรรพ์ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์มาก ๆ ต้นไม้หลายจุดมีมอสและไลเคนเกาะอยู่ตามลำต้น ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในป่าภูเขาสูง บรรยากาศเงียบสงบมาก

ระหว่างทางจะเห็นธรรมชาติเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามระดับความสูง ตั้งแต่ป่าเขตอบอุ่น ป่าสน ไปจนถึงพื้นที่ภูเขาสูงใกล้ธารน้ำแข็ง ทำให้การเดินทางขึ้นไปชม Glacier No.1 ไม่ได้เป็นแค่การไปถึงจุดหมาย แต่ระหว่างทางเองก็สวยและน่าถ่ายรูปไม่แพ้กัน
สำหรับสายถ่ายภาพ แนะนำให้เผื่อเวลาไว้พอสมควร เพราะบางจุดมีมุมสวย ๆ ให้หยุดถ่ายรูปเยอะมาก โดยเฉพาะบริเวณป่าสน หมอก หุบเขา และทางเดินใกล้จุดชมวิว
เที่ยวไห่โหลวโกวช่วงไหนดี?
ไห่โหลวโกวสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้าถามว่าช่วงไหนสวยและเหมาะกับการถ่ายรูปที่สุด เราแนะนำช่วง ปลายเดือนกันยายน – พฤศจิกายน เพราะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ธรรมชาติสวยมาก ป่าสนและป่าผลัดใบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม แดง ตัดกับสีขาวของธารน้ำแข็งและยอดเขาหิมะอย่างสวยงาม
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน) ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของไห่โหลวโกว อากาศเย็นกำลังดี ท้องฟ้ามักปลอดโปร่งกว่าช่วงฤดูฝน และมีโอกาสเห็นยอดเขากงก่าได้ชัดขึ้น เหมาะมากสำหรับคนที่อยากถ่ายรูปวิวภูเขา ธารน้ำแข็ง และใบไม้เปลี่ยนสีในทริปเดียว
- ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์) อุทยานจะมีบรรยากาศหนาวเย็น และบางช่วงอาจถูกปกคลุมด้วยหิมะ เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสวิวหิมะและบรรยากาศแบบโลกสีขาว แต่ควรเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม และตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพราะบางวันกระเช้าหรือเส้นทางบางจุดอาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม) อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น หิมะค่อย ๆ ละลาย ธรรมชาติเริ่มกลับมามีชีวิตชีวา เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบสบาย ๆ นักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเท่าช่วงไฮซีซั่น
- ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม) อากาศเย็นสบายกว่าเฉิงตูมาก ธรรมชาติเขียวชอุ่ม สดชื่น แต่เป็นช่วงที่มีฝนและหมอกค่อนข้างบ่อย โอกาสเห็นยอดเขากงก่าแบบชัด ๆ อาจน้อยกว่าฤดูอื่น เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศเขียวสดและไม่ซีเรียสเรื่องฟ้าเปิดมากนัก
*** Travelzeed Tips: ถ้าตั้งใจไปเพื่อถ่ายภาพวิวภูเขาและธารน้ำแข็ง แนะนำช่วงตุลาคม–พฤศจิกายน และควรขึ้นไปจุดชมวิวตั้งแต่เช้า
ค่าเข้าอุทยานไห่โหลวโกว ราคาเท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายหลักในการเที่ยวไห่โหลวโกวโดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ค่าเข้าอุทยาน ค่ารถรับส่งภายในอุทยาน และค่ากระเช้าลอยฟ้า ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักเลือกซื้อครบทั้งหมด เพื่อเดินทางไปยังจุดชมธารน้ำแข็งได้สะดวกที่สุด
| รายการ | ราคา |
| ค่าเข้าอุทยาน | 90 หยวน/คน |
| รถอุทยาน (ไป-กลับ) | 70 หยวน/คน |
| กระเช้าลอยฟ้า (ไป-กลับ) | 135 หยวน/คน |
| รวมโดยประมาณ | 295 หยวน/คน |
หมายเหตุ : ราคาค่าเข้าชมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล เทศกาล หรือประกาศของอุทยาน แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดผ่านเว็บไซต์ เว็บไซต์ทางการของอุทยานไห่โหลวโกว ก่อนเดินทางทุกครั้ง หรือสอบถามกับบริษัททัวร์ที่ใช้บริการ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่อัปเดตที่สุดลอดภัย
ก่อนขึ้นไปชมธารน้ำแข็ง ควรเตรียมอะไรบ้าง?
แม้ว่าเส้นทางเที่ยวไห่โหลวโกวจะสะดวกกว่า แต่เนื่องจากจุดชมวิวอยู่บนพื้นที่สูง อากาศเปลี่ยนเร็ว และบางช่วงอาจมีลมแรง การเตรียมตัวให้พร้อมจึงสำคัญมาก
1. แต่งตัวแบบหลายชั้น
อุณหภูมิด้านล่างกับด้านบนอาจต่างกันค่อนข้างมาก ควรใส่เสื้อผ้าแบบหลายชั้น เช่น เสื้อด้านในที่ระบายอากาศได้ดี เสื้อกันหนาว และเสื้อกันลม เพื่อปรับตามสภาพอากาศได้ง่าย
2. ใส่รองเท้าที่เดินสบาย
แม้จะไม่ได้เดินเขาหนัก แต่ยังต้องมีการเดินบนทางลาด ทางเปียก หรือพื้นเย็นในบางช่วง แนะนำรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินเที่ยวที่พื้นยึดเกาะดี
3. ระวังอาการแพ้ความสูง
พื้นที่ด้านบนอยู่ในระดับความสูงหลายพันเมตร บางคนอาจมีอาการเวียนหัว เหนื่อยง่าย หรือหายใจไม่เต็มอิ่ม ควรเดินช้า ๆ พักเป็นระยะ และดื่มน้ำให้เพียงพอ
4. พกยาประจำตัวและของจำเป็น
ควรเตรียมยาประจำตัว ยาแก้เมารถ ยาแก้ปวด และของใช้จำเป็นติดตัวไว้ หากมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจ ความดัน หรือระบบทางเดินหายใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทาง
5. เตรียมออกซิเจนกระป๋องไว้
สำหรับคนที่กังวลเรื่องอาการแพ้ความสูง การมีออกซิเจนกระป๋องติดตัวไว้จะช่วยให้อุ่นใจมากขึ้น ถึงแม้อาจไม่ได้ใช้ตลอดเวลา แต่มีไว้ก็ดีกว่าไม่มี โดยเฉพาะเวลาขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบน
6. เช็กอากาศก่อนเดินทาง
สภาพอากาศมีผลต่อการเที่ยวไห่โหลวโกวมาก โดยเฉพาะการมองเห็นยอดเขาและการให้บริการกระเช้า ถ้าวันไหนฝนตก หมอกหนา หรือลมแรง วิวอาจไม่เปิดเต็มที่ และบางบริการอาจมีการเปลี่ยนแปลง
ไห่โหลวโกวเหมาะกับใคร?
ไห่โหลวโกวเหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติ ภูเขา ป่าไม้ และวิวธารน้ำแข็ง โดยเฉพาะคนที่อยากสัมผัสเสฉวนในมุมที่ต่างจากการเที่ยวเมืองใหญ่ เพราะที่นี่ให้บรรยากาศที่เงียบสงบ อากาศเย็น และมีวิวธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ตลอดเส้นทาง

ที่นี่เหมาะกับสายถ่ายภาพมาก เพราะมีมุมสวยหลายแบบ ทั้งธารน้ำแข็ง ป่าสน หมอก หุบเขา และยอดเขาหิมะ ถ้ามาในวันที่อากาศดี รับรองว่าได้รูปสวยกลับไปเพียบ ขนาดทีมงานไปช่วงที่ฟ้าไม่เปิดก็ได้รูปกลับมาเพียบเหมือนกันค่ะ 555+
นอกจากนี้ยังเหมาะกับคู่รัก ครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากเที่ยวธรรมชาติแบบไม่ต้องเดินป่าหนักมาก เพราะเส้นทางหลักใช้รถอุทยานและกระเช้าเป็นหลัก แต่สำหรับผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรเตรียมตัวให้ดีและประเมินสภาพร่างกายก่อนเดินทาง
สรุปรีวิว ไห่โหลวโกวคุ้มไหม?
สำหรับเรา ไห่โหลวโกวเป็นหนึ่งในเส้นทางธรรมชาติของเสฉวนตะวันตกที่คุ้มค่าน่าไปมาก โดยเฉพาะคนที่ชอบภูเขา ธารน้ำแข็ง และวิวธรรมชาติที่โคตรอลังการ จุดเด่นคือสามารถเข้าถึงธารน้ำแข็งได้ค่อนข้างสะดวก เดินไม่เยอะ และมีระบบรถอุทยานกับกระเช้าช่วยให้เที่ยวได้ง่ายขึ้น
ส่วนสิ่งที่ต้องลุ้นคือ สภาพอากาศ เพราะถ้าฟ้าเปิด วิวจะสวยมาก แต่ถ้ามีหมอกหรือเมฆเยอะ อาจมองเห็นยอดเขาไม่ชัด หรืออาจจะไม่เห็นเลยแบบเรา T^T อย่างไรก็ตาม ต่อให้ฟ้าไม่เปิดเต็มที่ บรรยากาศของป่าสน หมอก และอากาศเย็นก็ยังทำให้ทริปนี้มีเสน่ห์ในแบบของตัวเองมาก ๆ ถ้ามีโอกาสจะกลับไปซ้ำอีกแน่นอน
















