จิ่วจ้ายโกว มณฑลเสฉวน ดินแดนรังสรรค์จากธรรมชาติที่มีสีสันเปลี่ยนผันไปตามฤดูกาลอย่างน่าอัศจรรย์ จนได้รับการยกย่องเป็น มรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1992 จากพื้นที่ทั้งหมด 643 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์สัตว์ป่ากว่า 2,576 ชนิด มีเพียง 55 ตารางกิโลเมตรเท่านั้นที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมความงามอันบริสุทธิ์นี้
วันนี้เราจะพาทุกคนไปเปลี่ยนบรรยากาศ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและหิมะอันแสนบริสุทธิ์ของ ทัวร์จีน ทัวร์จิ่วจ้ายโกและทัวร์เฉิงตู ที่มีสถานที่เที่ยวสวย ๆ ไว้ถ่ายรูปชิค ๆ เพื่อไปอวดเพื่อนใน Sociel Media พร้อมแล้วไปดูกันเลย!
LET’S BEGIN
จิ่วจ้ายโกว มีชื่อเสียงด้านอะไร?
จิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou) เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน มีชื่อเสียงในเรื่องของธรรมชาติที่งดงาม น้ำตกสีรุ้ง ทะเลสาบที่มีน้ำใสสะอาด และทิวทัศน์ที่สวยงามหลากสีสัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเมื่อใบไม้เปลี่ยนสี อีกทั้งจิ่วจ้ายโกวได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1992 อีกด้วย
เที่ยวช่วงไหนดีที่สุด?
จิ่วจ้ายโกวสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวจิ่วจ้ายโกวคือ ช่วงฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน) เพราะเป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี ทำให้ภูมิทัศน์มีสีสันสวยงาม นอกจากนี้ ยังมีอากาศเย็นสบาย และทะเลสาบจะมีน้ำใสเป็นพิเศษ ทำให้ได้เห็นวิวทิวทัศน์งดงามหาที่เปรียบไม่ได้
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (กันยายน – ตุลาคม)
ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีและได้รับความนิยมสูงสุดในการมาเยือน อากาศเย็นสบายและทั่วทั้งหุบเขาถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งส้ม แดง และเหลือง ไฮไลท์สำคัญคือช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะได้ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามราวกับดินแดนสวรรค์บนดิน
- อุณหภูมิ: ประมาณ 9°C – 23°C
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์)
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบทัศนียภาพของหิมะสีขาวโพลน อุณหภูมิลดต่ำจนถึงจุดเยือกแข็ง ภูเขาและต้นไม้ถูกปกคลุมด้วยหิมะ ขณะที่ทะเลสาบและน้ำตกบางส่วนกลายเป็นน้ำแข็ง เกิดเป็นภาพความงามแปลกตาของทะเลสาบสีฟ้าท่ามกลางบรรยากาศสีขาวโพลนราวกับภาพวาด
- อุณหภูมิ: ประมาณ -2°C – 14°C
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม)
บรรยากาศเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังหิมะละลาย ดอกไม้และใบไม้ผลิใบเขียวขจีสะท้อนกับผืนน้ำทะเลสาบสีมรกต โดยในช่วงต้นเดือนมีนาคมอาจยังมีหิมะหลงเหลือปกคลุมอยู่บนยอดเขา เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสดชื่นของธรรมชาติที่กำลังเบ่งบาน
- อุณหภูมิ: ประมาณ 4°C – 24°C
ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม)
ช่วงเวลาที่ธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์และเขียวชอุ่มมากที่สุด ทิวทัศน์ทั่วทั้งอุทยานเต็มไปด้วยพรรณไม้ที่ผลิบานเต็มที่ ท้องฟ้าโปร่งและมีแสงแดดส่องกระทบผืนน้ำระยิบระยับ เหมาะกับการมาเที่ยวชมความสดใสของจิ่วจ้ายโกวในบรรยากาศที่สบายๆ
- อุณหภูมิ: ประมาณ 15°C – 29°C
ที่เที่ยวไฮไลท์ จิ่วจ้ายโกว
1. ทะเลสาบซู่เจิ้ง (Shuzheng Lake)
ทะเลสาบซู่เจิ้ง (Shuzheng Lake) เป็นทะเลสาบน้อยใหญ่ 19 แห่ง ไหลลดหลั่นกันลงมาราวกับขั้นบันได สลับกับแอ่งน้ำและแนวต้นหญ้าสีสดใส ทะเลสาบที่มีขนาดน้อยใหญ่ต่างกัน ตั้งอยู่ตามโขดหินเรียงกันมาเป็นขั้นบันได น้ำจะไหลช้า ๆ ไม่แรงมาก แยกออกมาตามโขดหินเป็นหลากหลายสายน้ำ ทำให้มองแล้วรู้สึกสบายตา กลุ่มทะเลสาบเหล่านี้ตั้งอยู่ต่อเนื่องกันเป็นระยะทางกว่า 3,000 เมตร ระดับความสูงที่ตั้งอยู่แตกต่างกันกว่า 100 เมตร นับว่าเป็นกลุ่มทะเลสาบกลุ่มใหญ่แห่งหนึ่งในจิ่วจ้ายโกวเลยก็ว่าได้
2. ทะเลสาบมังกรคู่ (Double Dragon Lake)
ทะเลสาบมังกรคู่ (Double Dragon Lake) อยู่ใกล้กับทะเลสาบประกายไฟ มักมีหงส์และเป็ดแมนดารินมาเล่นน้ำที่ทะเลสาบนี้ ชื่อของทะเลสาบนี้มาจากแนวหินปูนก้นทะเลสาบที่มีรูปร่างเหมือนมังกรสองตัว ตำนานโบราณของชาวธิเบตกล่าวไว้ว่า ในอดีตมีมังกรร้ายสองตัวเข้ามาทำร้ายชาวธิเบตในดินแดนจิ่วจ้ายโกวนี้ โดยพ่นลูกเห็บและพายุหิมะมายังหมู่บ้านในที่สุดเทพเจ้ากีซา ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวธิเบตได้มาปราบมังกรทั้งสองตัวนี้ และล่ามโซ่มังกรทั้งสองนี้ไว้ใต้ทะเลสาบ ตั้งแต่นั้นมาชาวธิเบตในจิ่วจ้ายโกวนี้ก็อยู่อย่างสงบสุขเรื่อยมา
3. น้ำตกธารไข่มุก (Pearl Shoal Waterfall)
น้ำตกธารไข่มุก (Pearl Shoal Waterfall) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นและน่าประทับใจในอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว น้ำตกนี้มีลักษณะเป็นน้ำตกหลายชั้นที่ไหลลงมาตามผาหินที่กว้างใหญ่ ทำให้น้ำกระจายเป็นเม็ดน้ำเล็ก ๆ คล้ายกับไข่มุกที่กำลังไหลริน ซึ่งให้ความรู้สึกสดชื่นและสวยงามท่ามกลางธรรมชาติที่ล้อมรอบไปด้วยป่าไม้และภูเขา นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจิ่วจ้ายโกวมักจะไม่พลาดที่จะชมความงามของน้ำตกธารไข่มุกและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ ยังเคยเป็นจุดที่เคยถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องไซอิ๋วอีกด้วย
4. อุทยานแห่งชาติหวงหลง (Huanglong National Park)
ที่เที่ยวไฮไลท์ เฉิงตู
เป็นเมืองย่อยจังหวัด ที่ได้ทำหน้าที่เป็นเมืองหลวงของมณฑลเส ประเทศจีน ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำหมินใจกลางมณฑล ในปัจจุบันเป็นทั้งศูนย์กลางด้านการเมือง การทหาร และด้านการศึกษาของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้
1. ถนนควานจ๋าย (Kuanxianzi Alley)
ถนนควานจ๋าย (Kuanxianzi Alley) ถือว่าเป็นถนนที่ยังคงอนุรักษ์ความเป็นเมืองเฉิงตู โดยถนนคนเดินแห่งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ซอยกว้างและซอยแคบ ซึ่งในส่วนของซอยกว้างนั้นจะเป็นถนนใหญ่ รถยนต์สามารถวิ่งผ่านได้ โดยในซอยกว้างจะประกอบไปด้วยร้านอาหารมากมาย ส่วนซอยแคบจะเป็นถนนคนเดินไว้สำหรับคนที่อยากเดินเล่นชิล ๆ นอกจากการเดินชมบ้านเรือนโบราณแล้ว ถนนควานจ๋ายยังมีร้านกาแฟ ร้านชา และบาร์ที่ตั้งอยู่ในบรรยากาศสบาย ๆ เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวเฉิงตูในปัจจุบันอีกด้วย
2. อุทยานสวรรค์ภูผาหิมะการ์เซีย หรือ ต๋ากู่ปิงชวน (Dagu Glacier National Park)
อุทยานสวรรค์ภูผาหิมะการ์เซีย หรือ ต๋ากู่ปิงชวน (Dagu Glacier National Park) ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในภูมิภาคนี้ ต๋ากู่ปิงชวนมีลักษณะเป็นภูเขาหิมะที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งและหิมะตลอดทั้งปี ทำให้มีทิวทัศน์ที่สวยงามและเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเดินป่า ชมวิวทิวทัศน์ และถ่ายภาพ นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบและธารน้ำที่มีน้ำใสสะอาดและสะท้อนภาพของภูเขาหิมะที่งดงามอีกด้วย
สามารถรับชมคลิปเกี่ยวกับ จิ่วจ้ายโกวและอุทยานสวรรค์ภูผาหิมะการ์เซีย หรือ ต๋ากู่ปิงชวน ได้ข้างล่างนี้เลย!






