เฉิงตู vs ฉงชิ่ง ต่างกันอย่างไร เมืองไหนน่าเที่ยวกว่ากัน

เฉิงตู vs ฉงชิ่ง ต่างกันอย่างไร เมืองไหนน่าเที่ยวกว่ากัน

Spread the love

กำลังเลือกระหว่าง เฉิงตู กับ ฉงชิ่ง อยู่ใช่ไหม? มาเลย!!! ทราเวลซี้ดจะเล่าความต่างให้ฟัง ต้องบอกก่อนว่า สองเมืองนี้อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เดินทางเชื่อมกันสะดวก และเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสเผ็ดแบบเสฉวนทั้งคู่ แต่บรรยากาศการเที่ยวจะแตกต่างกันอย่างชัดเจนมากโดย เฉิงตู เป็นเมืองแห่งแพนด้า โรงน้ำชา และการเที่ยวแบบสบาย ๆ เหมาะกับคนที่อยากเดินเล่นชิล ๆ ชิมอาหาร และซึมซับวัฒนธรรมแบบไม่ต้องรีบ ส่วน ฉงชิ่ง เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขา มีรถไฟทะลุตึก มีอาคารซ้อนกันหลายชั้น และวิวกลางคืนที่ประดับไฟที่อลังการมาก เหมาะกับสายถ่ายรูปและคนที่ชอบเที่ยวเมืองแปลกใหม่

แล้วระหว่าง เฉิงตู vs ฉงชิ่ง ควรเลือกเที่ยวเมืองไหนดี? มาดูความแตกต่างแบบเข้าใจง่ายกันเลย

สรุปสั้น ๆ เฉิงตูหรือฉงชิ่ง เหมาะกับใคร?

เฉิงตู vs ฉงชิ่ง เมืองไหนเหมาะกับคุณ

 

*** หากมีเวลา 5 วันขึ้นไป แนะนำให้เที่ยวทั้งสองเมือง ไปทีเดียวเที่ยวให้ครบเลย เพราะเดินทางเชื่อมกันด้วยรถไฟได้สะดวกมาก และให้บรรยากาศการเที่ยวคนละแบบ

เปรียบเทียบ เฉิงตู vs ฉงชิ่ง

รายละเอียดเฉิงตูฉงชิ่ง
บรรยากาศชิล สบาย ๆคึกคัก ตื่นตาตื่นใจ
จุดเด่นแพนด้า วัฒนธรรม โรงน้ำชาเมือง 8D รถไฟทะลุตึก
เหมาะกับครอบครัว มือใหม่เที่ยวจีนสายถ่ายรูปและสายลุย
อาหารหลากหลาย เลือกระดับเผ็ดง่ายรสจัดและเผ็ดร้อนกว่า
การเดินเดินค่อนข้างสบายมีเนินและบันไดเยอะ
จำนวนวันที่เหมาะสม3–4 วัน2–3 วัน
วิวกลางคืนสวยแบบเมืองทันสมัยโดดเด่นและอลังการ
ไฮไลต์สำคัญแพนด้าเมืองภูเขาและแสงไฟกลางคืน

เที่ยวเฉิงตู เมืองแห่งแพนด้าและชีวิตแสนสบาย

เมื่อพูดถึงเฉิงตู ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็นแพนด้าตัวกลม ๆ กำลังนั่งกินไผ่อย่างสบายใจ แต่จริง ๆ แล้ว เฉิงตูไม่ได้มีดีแค่แพนด้านะ เมืองนี้ยังมีทั้งย่านเมืองโบราณ โรงน้ำชา อาหารเสฉวน ร้านกาแฟ และย่านช้อปปิ้งที่ทันสมัยมาก ๆ

เฉิงตูมีอะไรน่าเที่ยว?

1. ศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์แพนด้าเฉิงตู

ศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์แพนด้าเฉิงตู
Image: shutterstock (Andrzej Lisowski Travel)

นี่คือสถานที่ที่คนรักแพนด้าไม่ควรพลาด เราจะได้เห็นแพนด้าหลายช่วงวัย ทั้งแพนด้าตัวโตที่กำลังกินไผ่ และแพนด้าเด็กที่กำลังปีนต้นไม้หรือเล่นกัน ควรเดินทางไปช่วงเช้า เพราะอากาศยังไม่ร้อน และมีโอกาสเห็นแพนด้าออกมาเคลื่อนไหวมากกว่าช่วงบ่าย

2. ถนนโบราณควานจ๋ายเซี่ยงจื่อ

ถนนโบราณควานจ๋ายเซี่ยงจื่อ หรือ ซอยกว้างซอบแคบ
Image: shutterstock (kikujungboy CC)

ย่านนี้มีชื่อเรียกง่าย ๆ ว่า ตรอกกว้างตรอกแคบ ภายในเต็มไปด้วยบ้านเรือนสไตล์จีน ร้านชา ร้านอาหาร และร้านขายของฝาก เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และแวะชิมขนมท้องถิ่นแบบสบาย ๆ

3. ถนนโบราณจิ่นหลี่

ถนนโบราณจิ่นหลี่
Image: shutterstock (kikujungboy CC)

ถนนจิ่นหลี่เป็นย่านท่องเที่ยวที่คึกคัก มีทั้งโคมไฟ ร้านอาหาร ของกินเล่น และของที่ระลึก ช่วงเย็นถึงกลางคืนบรรยากาศจะสวยเป็นพิเศษ แต่คนก็มักจะเยอะตามไปด้วย

4. ตึก IFS, ถนนชุนซี, ไท่กู๋หลี่

ตึก IFS, ถนนชุนซี, ไท่กู๋หลี่
Image: shutterstock (ThamKC)

ใครชอบช้อปปิ้งต้องมาโซนนี้ เพราะมีทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านแบรนด์ดัง ร้านอาหาร และคาเฟ่ บริเวณอาคาร IFS ยังมีแพนด้ายักษ์กำลังปีนตึก ซึ่งกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของเฉิงตู

จุดเด่นของเฉิงตู

เฉิงตูเป็นเมืองที่เดินทางค่อนข้างง่าย สถานที่สำคัญหลายแห่งเชื่อมต่อด้วยรถไฟใต้ดิน และพื้นที่กลางเมืองไม่ค่อยมีเนินสูงมากนัก จึงเหมาะกับคนที่เพิ่งไปเที่ยวจีนครั้งแรก ครอบครัวที่มีเด็ก หรือคนที่เดินทางกับผู้สูงอายุ นอกจากนี้ เฉิงตูยังใช้เป็นจุดเริ่มต้นไปเที่ยวสถานที่รอบเมืองได้ เช่น พระใหญ่เล่อซาน ภูเขาเอ๋อเหมย ภูเขาชิงเฉิง และตูเจียงเยี่ยน

เที่ยวฉงชิ่ง เมือง 8D ที่เหมือนหลุดออกมาจากหนัง

ฉงชิ่งเป็นเมืองที่เห็นจากรูปว่าสวยแล้ว แต่พอไปเห็นของจริงจะยิ่งรู้สึกว่าแปลกตากว่าที่คิด เมืองนี้สร้างอยู่บนภูเขาและมีแม่น้ำไหลผ่าน ทำให้ถนน อาคาร ทางเดิน และสถานีรถไฟอยู่คนละระดับกัน บางครั้งเราเดินเข้าอาคารจากชั้นล่าง แต่พอออกประตูอีกฝั่งกลับพบว่าตัวเองอยู่สูงจากถนนหลายชั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนเรียกฉงชิ่งว่า เมือง 8D

ฉงชิ่งมีอะไรน่าเที่ยว?

1. หงหยาต้ง

หงหยาต้ง
Image: shutterstock (artem evdokimov)

หงหยาต้งเป็นกลุ่มอาคารที่สร้างลดหลั่นไปตามหน้าผาริมแม่น้ำ ภายในมีทั้งร้านอาหาร ร้านขายของฝาก และจุดชมวิว ช่วงที่สวยที่สุดคือหลังพระอาทิตย์ตก เมื่ออาคารทั้งหมดเปิดไฟสีทอง บรรยากาศจะดูเหมือนเมืองในโลกแฟนตาซี

2. สถานีหลี่จื่อป้า

สถานีหลี่จื่อป้า
Image: shutterstock (lzf)

จุดเด่นของสถานีนี้คือรถไฟโมโนเรลที่วิ่งผ่านตัวอาคารจริง ๆ มีจุดชมวิวอยู่บริเวณด้านล่าง นักท่องเที่ยวสามารถยืนรอถ่ายภาพรถไฟที่กำลังวิ่งเข้าไปในตึกได้

3. เจี่ยฟ่างเป่ย

เจี่ยฟ่างเป่ย
Image: shutterstock (kitzcorner)

เจี่ยฟ่างเป่ยเป็นย่านใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยห้าง ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้ง ช่วงกลางคืนจะคึกคักมาก เหมาะกับการเดินเล่น หาของกิน และเดินทางต่อไปยังหงหยาต้ง

4. เมืองโบราณฉือชี่โข่ว

เมืองโบราณฉือชี่โข่ว
Image: shutterstock (Tatiana_kashko_phot)

ย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยตรอกเล็ก ๆ ร้านชา ร้านอาหาร และร้านของฝาก แม้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม แต่ยังคงมีเสน่ห์แบบเมืองจีนเก่าให้เดินชม

5. กระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซี

กระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซี
Image: shutterstock (Jack Yu)

การนั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำเป็นอีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยม ระหว่างทางเราจะได้เห็นวิวแม่น้ำ ตึกสูง และสะพานของฉงชิ่งจากมุมสูง

จุดเด่นของฉงชิ่ง

ตัวเมืองฉงชิ่งคือสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเอง แค่เดินตามถนน นั่งรถไฟ หรือขึ้นไปบนจุดชมวิว ก็จะได้เห็นทั้งสะพาน ตึกสูง แม่น้ำ และอาคารที่สร้างซ้อนกันตามภูเขา ช่วงกลางคืนเมืองจะยิ่งสวย แสงไฟจากตึกและสะพานสะท้อนลงบนแม่น้ำ ให้บรรยากาศคล้ายเมืองไซเบอร์พังก์

ข้อควรรู้คือฉงชิ่งมีทางลาด เนิน และบันไดค่อนข้างมาก ควรใส่รองเท้าที่เดินสบาย และไม่ควรจัดสถานที่เที่ยวแน่นเกินไป

เทียบสถานที่ท่องเที่ยว เมืองไหนเหมาะกับคุณ?

  • ชอบแพนด้าและธรรมชาติ เลือกเฉิงตู หากเป้าหมายหลักคือดูแพนด้า เฉิงตูคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถออกไปเที่ยวธรรมชาติรอบเมืองได้ง่าย เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งบรรยากาศเมืองและภูเขาในทริปเดียว
  • ชอบเมืองและสถาปัตยกรรม เลือกฉงชิ่ง ฉงชิ่งโดดเด่นเรื่องการออกแบบเมือง อาคารหลายระดับ รถไฟ สะพาน และถนนที่สร้างตามภูเขา แม้แต่การเดินทางจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่งก็กลายเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวได้
  • ชอบถ่ายรูป เลือกฉงชิ่ง เฉิงตูถ่ายรูปสวยในแบบน่ารักและมีวัฒนธรรม แต่ฉงชิ่งจะโดดเด่นกว่าในเรื่องวิวเมือง แสงไฟ และสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะคนที่ชอบถ่ายภาพกลางคืน ฉงชิ่งมีมุมให้ถ่ายแทบตลอดเส้นทาง
  • ชอบวัฒนธรรมจีน เลือกเฉิงตู เฉิงตูมีทั้งโรงน้ำชา งิ้วเสฉวน การแสดงเปลี่ยนหน้ากาก และย่านโบราณหลายแห่ง เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นแบบไม่เร่งรีบ

อาหารเฉิงตู vs ฉงชิ่ง เมืองไหนอร่อยกว่า?

ทั้งสองเมืองขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสเผ็ด หอมเครื่องเทศ และมีความชาจากพริกเสฉวน แต่ลักษณะของอาหารจะแตกต่างกันเล็กน้อย

  • อาหารที่ต้องลองในเฉิงตู อาหารเฉิงตูมีความหลากหลายและหากินง่าย เมนูแนะนำ ได้แก่บะหมี่ตั้นตั้น, เต้าหู้หม่าโผ, ไก่กงเป่า, เกี๊ยวจงสุ่ย, ชวนช่วน และหม้อไฟเสฉวน คนที่กินเผ็ดไม่เก่งยังพอเลือกเมนูอื่น ๆ ได้ง่าย เพราะในเมืองมีร้านอาหารหลายประเภท

  • อาหารที่ต้องลองในฉงชิ่ง เมนูที่พลาดไม่ได้คือ หม้อไฟฉงชิ่ง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องน้ำซุปสีแดง รสเผ็ดร้อน และกลิ่นเครื่องเทศที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีเมนูน่าลอง เช่น บะหมี่ฉงชิ่ง, เส้นมันเทศรสเปรี้ยวเผ็ด, ปลาย่าง, อาหารปิ้งย่าง และอาหารสตีทฟู๊ด

เมืองไหนเผ็ดกว่ากัน?

อาหารฉงชิ่งจะให้ความรู้สึกเผ็ดร้อนและหนักเครื่องกว่า ส่วนอาหารเฉิงตูมีความหลากหลายและเลือกระดับความเผ็ดได้ง่ายกว่า ถ้ากินเผ็ดไม่เก่ง แนะนำให้บอกพนักงานว่า เวยล่า ซึ่งหมายถึงเผ็ดน้อย หรือเลือกหม้อไฟแบบแบ่งช่องที่มีน้ำซุปไม่เผ็ดด้วย

การเดินทาง เฉิงตูหรือฉงชิ่งเดินง่ายกว่า?

  • การเดินทางในเฉิงตู เฉิงตูมีรถไฟใต้ดินครอบคลุมย่านท่องเที่ยวสำคัญ การเดินทางในเมืองจึงค่อนข้างสะดวก พื้นที่ส่วนใหญ่เดินง่าย ทางเดินไม่ค่อยต่างระดับมาก เหมาะกับคนที่ไม่อยากเดินขึ้นเนินหรือขึ้นบันไดเยอะ
  • การเดินทางในฉงชิ่ง ฉงชิ่งมีระบบรถไฟและโมโนเรลที่สะดวกเช่นกัน แต่ความยากอยู่ที่ระดับความสูงของเมือง สถานที่ซึ่งดูใกล้กันในแผนที่ อาจอยู่คนละระดับถนน ทำให้ต้องขึ้นบันได ใช้ลิฟต์ หรือเดินอ้อม เวลาเดินทางควรตรวจสอบทางออกของสถานีให้ละเอียด เพราะออกผิดฝั่งอาจต้องเดินไกลกว่าที่คิด

เมืองไหนเดินสบายกว่า?

เฉิงตูเดินสบายกว่าอย่างชัดเจน ฉงชิ่งเหมาะกับคนที่เดินไหวและพร้อมลุย แต่ความเหนื่อยก็แลกมากับวิวเมืองที่สวยและไม่เหมือนที่ไหน

ค่าใช้จ่าย เฉิงตู vs ฉงชิ่ง

ค่าใช้จ่ายของทั้งสองเมืองไม่ได้แตกต่างกันมากจนควรใช้เป็นเหตุผลหลักในการเลือก ราคาจะขึ้นอยู่กับช่วงเดินทาง ทำเลโรงแรม และระดับร้านอาหารมากกว่า

  • ค่าที่พัก เฉิงตูควรพักใกล้ถนนชุนซี ไท่กู๋หลี่ หรือเทียนฝูสแควร์ เพราะเดินทางสะดวก ส่วนฉงชิ่งควรพักใกล้เจี่ยฟ่างเป่ย แต่ต้องตรวจสอบตำแหน่งและทางเข้าโรงแรมให้ดี เพราะบางแห่งอยู่บนพื้นที่ต่างระดับ
  • ค่าอาหาร อาหารท้องถิ่นและบะหมี่ทั่วไปมีราคาไม่สูงมาก ส่วนหม้อไฟจะคุ้มกว่าเมื่อเดินทางกันหลายคน เพราะสามารถสั่งอาหารมาแบ่งกันได้
  • ค่าเดินทาง รถไฟใต้ดินของทั้งสองเมืองช่วยประหยัดค่าเดินทางได้ดี แต่ฉงชิ่งอาจต้องเรียกรถเพิ่มในบางวัน หากสถานที่อยู่บนเนินหรือเดินทางข้ามระดับลำบาก

เที่ยวเฉิงตูและฉงชิ่งช่วงไหนดี?

ช่วงที่เหมาะกับทั้งสองเมืองคือ ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง เพราะอากาศไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป

  • เฉิงตู เฉิงตูมีอากาศค่อนข้างชื้นและท้องฟ้าอาจมีเมฆมาก ช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงเหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองและออกไปเที่ยวธรรมชาติรอบนอก

  • ฉงชิ่ง ฉงชิ่งมีหน้าร้อนที่ร้อนและอบอ้าวมาก ยิ่งเมืองมีเนินเยอะก็ยิ่งทำให้เหนื่อยง่าย หากไปช่วงฤดูร้อน ควรเที่ยวกลางแจ้งในตอนเช้า พักช่วงบ่าย และออกมาชมวิวเมืองในตอนเย็น ถ้าอยากรู้แบบเจาะลึก แนะนำให้อ่าน เที่ยวฉงชิ่งเดือนไหนดี? รู้ก่อนจอง! เดือนไหนควรไป เดือนไหนควรเลี่ยง

บทส่งท้าย

เป็นยังไงกันบ้างคะ ได้คำตอบหรือยังว่าจะไปเที่ยวเมืองไหนระหว่างเฉิงตู กับ ฉงชิ่ง หากชอบแพนด้า วัฒนธรรม และการเที่ยวแบบสบาย ๆ ให้เลือกเฉิงตู แต่ถ้าชอบเมืองแปลกตา เดินเยอะหน่อย วิวกลางคืนสวย ๆ ฉงชิ่งจะตอบโจทย์กว่า หรือถ้ามีเวลา 4–5 วัน ก็เที่ยวทั้งสองเมืองไปเลย คุ้มสุด!

✅ เลือกเที่ยวเฉิงตูหรือฉงชิ่งกับ Travelzeed เลือกดู ทัวร์เฉิงตู และ ทัวร์ฉงชิ่ง เส้นทางยอดนิยม เที่ยวครบทั้งกิน ช้อป และสถานที่สำคัญ พร้อมทีมงานคอยดูแลตลอดการเดินทาง 

โปรแกรมทัวร์นะนำ

Facebook Comments
Scroll to Top