เมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลัง หลายคนคงวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศกันแน่นอน หนึ่งในจุดหมายปลายทางก็ต้องมีชื่อของ ‘ญี่ปุ่น’ แต่หากใครเบื่อไปที่เที่ยวในโตเกียวหรือเมืองยอดฮิตอื่น ๆ แล้ว ลองปักหมุดมาที่ฟุกุโอกะบ้าง คงดีไม่น้อย โดยบทความนี้ได้รวบรวม 11 ที่เที่ยวฟุกุโอกะ ที่ต้องไปเยี่ยมชมมาไว้ให้แล้ว
สรุปที่เที่ยวฟุกุโอกะ อ่านแค่ 30 วินาที
- ไฮไลท์ที่เที่ยวฟุกุโอกะ: ศาลเจ้าดาไซฟุ เทพเจ้าแห่งการศึกษา ที่ศาลนี้นักเรียนมาไหว้ขอพรให้ผลการเรียนดีขึ้น, พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู ที่เล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น และ สวนโอโฮริ สวนที่มีบ่อน้ำพุขนาดใหญ่ ถือเป็นจุดชมดอกซากุระน่าเที่ยวที่สุดของเมืองฟุกุโอกะ
- เที่ยวฟุกุโอกะเดือนไหนดี: เดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม ฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิเฉลี่ย 10-20 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการเดินชมดอกซากุระที่บานเต็มเมือง
- กิจกรรมน่าทำที่ฟุกุโอกะ: ปิกนิกที่ปราสาทฟุกุโอกะ, ชมซากุระที่สวนโอโฮริ และชมเทศกาล Hakata Gion Yamakasa เทศกาลประจำเมืองฟุกุโอกะ
- อาหารท้องถิ่น: มตสึนาเบะ หม้อไฟเครื่องในวัว, เมนไทโกะ ไข่ปลาค็อดดองพริก และ โกมา ซาบา ซาชิมิเอกลักษณ์ของเมืองฟุกุโอกะ
เที่ยวฟุกุโอกะเดือนไหนดี
เที่ยวฟุกุโอกะในฤดูหนาว (เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์)
- อุณหภูมิ: อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 5-12 องศาเซลเซียส ไม่ได้หนาวเท่ากับโตเกียวหรือฮอกไกโด แต่เป็นอุณหภูมิที่คนไทยอย่างเราใช้ชีวิตได้สบาย เดินเที่ยวได้
- กิจกรรมน่าทำในฤดูหนาว: แช่ออนเซ็น, ชิมหม้อไฟ และ ชมไฟประดับฤดูหนาว ที่ Canal City หรือ ย่านเทนจิน
เที่ยวฟุกุโอกะในฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม – พฤษภาคม)
- อุณหภูมิ: อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 10-20 องศาเซลเซียส อากาศเหมาะสำหรับเดินชมเมือง
- กิจกรรมน่าทำในฤดูใบไม้ผลิ: ปิกนิกที่ปราสาทฟุกุโอกะ, ล่องเรือชมวิวริมแม่น้ำนาคา และชมดอกซากุระบานที่สวนโอโฮริ
เที่ยวฟุกุโอกะในฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน – สิงหาคม)
- อุณหภูมิ: อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 25-32 องศาเซลเซียส ถึงแม้จะเป็นฤดูร้อนแต่ว่าเมื่อเทียบกับประเทศไทยแล้ว อุณหภูมิหน้าร้อนที่ฟุกุโอกะถือว่ารับได้ ไม่ได้ร้อนมาก
- กิจกรรมน่าทำในฤดูร้อน: ชมเทศกาล Hakata Gion Yamakasa, เดินเล่นที่ Canal City ห้างขนาดใหญ่ และ ล่องเรือไปเกาะ Nokonoshima
เที่ยวฟุกุโอกะในฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน – พฤศจิกายน)
- อุณหภูมิ: อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 12-25 องศาเซลเซียส อากาศเย็นสบาย เดินเล่นได้โดยไม่เหนื่อย ชมใบไม้เปลี่ยนสี
- กิจกรรมน่าทำในฤดูใบไม้ร่วง: ปีนเขาที่ภูเขาโฮมัน, ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ Uminonakamichi Seaside Park และ จิมชาเขียวในสวน Yusentei
11 ที่เที่ยวฟุกุโอกะ เมืองยอดฮิต อัปเดท 2026
1. พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู
เริ่มต้นกันที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู (Kyushu National Museum) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติลำดับที่ 4 ของญี่ปุ่น ภายในพิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โดยจัดแสดงนิทรรศการภายใต้แนวคิด Understanding Japanese culture from an Asian point of view หรือทำความเข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านมุมมองชาวเอเชีย
ตัวอาคารได้รับการออกแบบเป็นตึกขนาดใหญ่สีฟ้าคล้ายสเตเดียมสนามกีฬา มากกว่าจะเป็นพื้นที่แสดงงานนิทรรศการ ส่วนงานจัดแสดงจะจัดขึ้นที่ชั้น 4 ของอาคาร โดยแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 5 ส่วน ซึ่งเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงช่วงเอโดะ นอกจากนี้ ยังจัดแสดงคอลเล็กชันสิ่งประดิษฐ์ที่สะท้อนแฟชันสร้างสรรค์และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งมีรายชื่อภาพยนตร์สั้นฉายในโรงหนังขนาดเล็ก
2. ซากปราสาทฟุกุโอกะ
ซากปราสาทฟูกุโอกะ (Fukuoka Castle Ruin) ตั้งอยู่กลางเมืองใน Maizuru Park ได้รับการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อช่วงต้นสมัยเอโดะ โดยได้รับการประกาศให้เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์จากรัฐบาลญี่ปุ่น รวมทั้งถือเป็นหนึ่งในจุดเยี่ยมชมที่มีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัดฮานามิ
ความน่าสนใจของที่นี่คือ นักท่องเที่ยวที่ปีนขึ้นไปถึงด้านบนสุดของปราสาทจะได้ขมวิวพาโนรามิกของสวนซากุระสีชมพูที่ผลิบานเต็มที่ นอกจากนี้ ยังได้ชมร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่หลงเหลือมาจากสมัยเมจิ ทั้งประตูและป้อมปราการ ส่วนหลักฐานของระบบคูน้ำที่ถูกรักษาเป็นอย่างดีนั้นได้ทอดอตัวยาวตามแนวด้านเหนือของสวน ตลอดจนด้านหน้าของทะเลสาบที่ตั้งใกล้ Ohori Park
3. ศาลเจ้าดาไซฟุ
ศาลเจ้าดาไซฟุ (Dazaifu Tenmangu) ถือเป็นศาลเจ้าของชินโต ถูกสร้างขึ้นมาเหนือสุสานของเทพเจ้าสุกาวาระ มิจิซาเนะ รวมทั้งเป็นหนึ่งในศาลที่สร้างขึ้นมาอุทิศแก่เท็นจิน โดยศาลเจ้ามีขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 250 เมตร หากลอดผ่านซุ้มประตูโทริอิเข้าไปนั้น ผู้มาเยือนจะพบบ่อน้ำที่สร้างขึ้นมาคล้ายตัวอักษรญี่ปุ่นที่แปลว่า ‘หัวใจ’ โดยทางดังกล่าวนำไปสู่สะพานโค้งและเกาะที่สะท้อนถึงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
4. เบปปุ
ผู้ชื่นชอบความผ่อนคลายและธรรมชาติต้องไม่พลาดแวะมาที่ ‘เบปปุ’ โดยที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองและรีสอร์ทสปาของเกาะทางใต้ของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในคิวชู หากเริ่มตั้งต้นที่ชายหาดเบบปุและภูเขาไฟแล้ว จะปรากฏออนเซ็นมากมาย ทั้งนี้ Kannawa Onsen มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับบริการอาบน้ำในน้ำแร่ โคลน และทรายธรรมชาติที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุธรรมชาติ
5. ฮาตากะ
เปลี่ยนบรรยากาศเดินทางมาดาวน์ทาวน์ที่ ‘ฮาตากะ’ ซึ่งนับเป็นเขตการปกครองหนึ่งในฟูกุโอกะ ที่นี่รายล้อมไปด้วยแหล่งช็อปปิ้งร่วมสมัยและร้านขายของงานคราฟต์สมัยดั้งเดิมมากมาย ซึ่งรวมอยู่ที่ Kawabata Shopping Arcade เมื่อซื้อของจนครบแล้ว ก็แวะมาชิมราเมงที่มีให้เลือกหลากหลายร้าน โดยมักเสิร์ฟเมนูราเมนหมูสไตล์ฮาตากะ หรือจะมาผ่อนคลายที่บาร์ใกล้ Hataka Station
6. สวนโอโฮริ
สวนโอโฮริ (Ohori Park) ได้ชื่อว่าเป็นสวนเมืองที่น่าเยี่ยมชมของฟูกุโอกะ โดยสวนมีบ่อน้ำพุขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางสวน รายล้อมด้วยทางเดินเท้ายาวประมาณ 2 กิโลเมตร เหมาะแก่การมาเดินเล่น พาน้องสุนัขมาเที่ยว หรือจ็อกกิ้ง พร้อมชมบ่อน้ำพุเพลินตา
ที่สำคัญ สวนโอโฮริถือเป็นระบบบ่อน้ำของญี่ปุ่น โดยครั้งหนึ่งตรงกลางบ่อน้ำพุเคยเป็นส่วนหนึ่งของระบบบ่อน้ำ ส่วนการออกแบบสวนมีลักษณะคลาสสิกตามแบบฉบับของทะเลสาบตะวันตกของจีน อีกทั้งยังมีเกาะสามแห่งตรงกลางบบ่อน้ำ ซึ่งตั้งตระหง่านและเชื่อมต่อกันด้วยสะพานหิน
7. โนโคโนะชิมะ
สวนโนโคโนะชิมะเดิมทีถูกเรียกว่าเป็นสวนแห่งการแต่งงาน โดยคู่แต่งงานใหม่จากที่ต่าง ๆ สามารถเข้าแต่งงานและจดทะเบียนสมรสได้ที่สำนักงานสาธารณะของญี่ปุ่น โดยคู่บ่าวสาวจะได้ทำพิธีแต่งงานท่ามกลางหมู่มวลดอกทานตะวันผลิบานในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม – ปลายเดือนสิงหาคม ถึงแม้จะไม่ได้มาแต่งงาน ก็สามารถเยี่ยมชมความสวยงามของดอกไม้ต่าง ๆ ได้ ตลอดปี โดยยังมีดอกเฟื่องฟ้า ต้นมโนรมย์ และต้นหงอนไก่
8. สวนดอกวิสทีเรีย
สวนดอกวิสทีเรีย (Kawachi Fujian Wisteria Garden) จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะฤดูกาลดอกวิสทีเรียผลิบานและช่วงใบไม้ร่วง กินพื้นที่ทั้งหมด 10,000 ตารางเมตร มีต้นวิสทีเรียกว่า 150 ต้น แยกย่อยอีก 22 ชนิด โดยช่วงเวลาที่ดอกวิสทีเรียที่นี่ผลิบานเต็มที่คือช่วงปลายเดือนเมษายน ไฮไลต์สำคัญก็หนีไม่พ้นอุโมงค์ดอกวิสทีเรีย ซึ่งได้รับการตัดแต่งออกมาอย่างสวยงาม ราวกับหลุดไปในเทพนิยาย
9. ท่าเรือโมจิโกะ
โมจิ (Mojiko) หนึ่งในห้าของเมืองที่รวมกันและสร้างเมืองคิตะคิวชูขึ้นมาเมื่อปี 1963 โดยท่าเรือโมจิโกะถือเป็นท่าเรือค้าขายกับต่างชาตินับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันท่าเรือแห่งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกจากสมัยเมจิและไทโช โดยหนึ่งในอาคารสำคัญก็คือ Mojiko Station ซึ่งเป็นสถานีรถไฟเก่าแก่ที่สุดในเส้น Kagoshima
10. ฟุกุโอกะทาวเวอร์
ฟุกุโอกะทาวเวอร์ หรือ หอคอยฟุกุโอกะ มีความสูง 234 เมตร ถือเป็นหอคอยริมชายหาดที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น จุดสังเกตสูงสุดอยู่ที่ระดับ 123 เมตร ซึ่งรับชมวิวได้รอบ 360 องศา ถูกยกให้เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ต้องไปเยี่ยมชมให้ได้
11. หินคู่แต่งงาน ซากุระอิ ฟุตะมิกะอุระ
แลนด์มาร์คยอดฮิตสำหรับคนโสดโดยหินคู่แต่งงานนี้ คนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าคนโสดเมื่อขอเนื้อคู่จะได้รับความสมหวัง นอกจากสายมูแล้วที่หินคู่แห่งนี้ ยังมีความสวยงามซ่อนอยู่ โดยเมื่อพระอาทิตย์ตกจะอยู่บริเวณตรงกลางระหว่างหิน ถือเป็นภาพที่นักท่องเที่ยวต้องมาเก็บภาพความประทับใจที่นี้















