ที่เที่ยวฟุกุโอกะ จุดเช็คอินยอดฮิต

11 ที่เที่ยวฟุกุโอกะ เที่ยวเดือนไหนดี จุดเช็คอินยอดฮิต อัปเดท 2026

Spread the love

 

เมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลัง หลายคนคงวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศกันแน่นอน หนึ่งในจุดหมายปลายทางก็ต้องมีชื่อของ ‘ญี่ปุ่น’ แต่หากใครเบื่อไปที่เที่ยวในโตเกียวหรือเมืองยอดฮิตอื่น ๆ แล้ว ลองปักหมุดมาที่ฟุกุโอกะบ้าง คงดีไม่น้อย โดยบทความนี้ได้รวบรวม 11 ที่เที่ยวฟุกุโอกะ ที่ต้องไปเยี่ยมชมมาไว้ให้แล้ว

สรุปที่เที่ยวฟุกุโอกะ อ่านแค่ 30 วินาที

  • ไฮไลท์ที่เที่ยวฟุกุโอกะ: ศาลเจ้าดาไซฟุ เทพเจ้าแห่งการศึกษา ที่ศาลนี้นักเรียนมาไหว้ขอพรให้ผลการเรียนดีขึ้น, พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู ที่เล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น และ สวนโอโฮริ สวนที่มีบ่อน้ำพุขนาดใหญ่ ถือเป็นจุดชมดอกซากุระน่าเที่ยวที่สุดของเมืองฟุกุโอกะ 
  • เที่ยวฟุกุโอกะเดือนไหนดี: เดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม ฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิเฉลี่ย 10-20 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการเดินชมดอกซากุระที่บานเต็มเมือง 
  • กิจกรรมน่าทำที่ฟุกุโอกะ: ปิกนิกที่ปราสาทฟุกุโอกะ, ชมซากุระที่สวนโอโฮริ และชมเทศกาล Hakata Gion Yamakasa เทศกาลประจำเมืองฟุกุโอกะ
  • อาหารท้องถิ่น: มตสึนาเบะ หม้อไฟเครื่องในวัว, เมนไทโกะ ไข่ปลาค็อดดองพริก และ โกมา ซาบา ซาชิมิเอกลักษณ์ของเมืองฟุกุโอกะ

เที่ยวฟุกุโอกะเดือนไหนดี

เที่ยวฟุกุโอกะในฤดูหนาว (เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์)

  • อุณหภูมิ: อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 5-12 องศาเซลเซียส ไม่ได้หนาวเท่ากับโตเกียวหรือฮอกไกโด แต่เป็นอุณหภูมิที่คนไทยอย่างเราใช้ชีวิตได้สบาย เดินเที่ยวได้
  • กิจกรรมน่าทำในฤดูหนาว: แช่ออนเซ็น, ชิมหม้อไฟ และ ชมไฟประดับฤดูหนาว ที่ Canal City หรือ ย่านเทนจิน 

เที่ยวฟุกุโอกะในฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม – พฤษภาคม)

  • อุณหภูมิ: อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 10-20 องศาเซลเซียส อากาศเหมาะสำหรับเดินชมเมือง
  • กิจกรรมน่าทำในฤดูใบไม้ผลิ: ปิกนิกที่ปราสาทฟุกุโอกะ, ล่องเรือชมวิวริมแม่น้ำนาคา และชมดอกซากุระบานที่สวนโอโฮริ

เที่ยวฟุกุโอกะในฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน – สิงหาคม)

  • อุณหภูมิ: อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 25-32 องศาเซลเซียส ถึงแม้จะเป็นฤดูร้อนแต่ว่าเมื่อเทียบกับประเทศไทยแล้ว อุณหภูมิหน้าร้อนที่ฟุกุโอกะถือว่ารับได้ ไม่ได้ร้อนมาก
  • กิจกรรมน่าทำในฤดูร้อน: ชมเทศกาล Hakata Gion Yamakasa, เดินเล่นที่ Canal City ห้างขนาดใหญ่ และ ล่องเรือไปเกาะ Nokonoshima

เที่ยวฟุกุโอกะในฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน – พฤศจิกายน)

  • อุณหภูมิ: อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 12-25 องศาเซลเซียส อากาศเย็นสบาย เดินเล่นได้โดยไม่เหนื่อย ชมใบไม้เปลี่ยนสี
  • กิจกรรมน่าทำในฤดูใบไม้ร่วง: ปีนเขาที่ภูเขาโฮมัน, ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ Uminonakamichi Seaside Park และ จิมชาเขียวในสวน Yusentei

11 ที่เที่ยวฟุกุโอกะ เมืองยอดฮิต อัปเดท 2026

1. พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู

เริ่มต้นกันที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู  (Kyushu National Museum) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติลำดับที่ 4 ของญี่ปุ่น ภายในพิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โดยจัดแสดงนิทรรศการภายใต้แนวคิด Understanding Japanese culture from an Asian point of view หรือทำความเข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านมุมมองชาวเอเชีย 

ตัวอาคารได้รับการออกแบบเป็นตึกขนาดใหญ่สีฟ้าคล้ายสเตเดียมสนามกีฬา มากกว่าจะเป็นพื้นที่แสดงงานนิทรรศการ ส่วนงานจัดแสดงจะจัดขึ้นที่ชั้น 4 ของอาคาร โดยแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 5 ส่วน ซึ่งเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงช่วงเอโดะ นอกจากนี้ ยังจัดแสดงคอลเล็กชันสิ่งประดิษฐ์ที่สะท้อนแฟชันสร้างสรรค์และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งมีรายชื่อภาพยนตร์สั้นฉายในโรงหนังขนาดเล็ก

2. ซากปราสาทฟุกุโอกะ

ซากปราสาทฟุกุโอกะ

ซากปราสาทฟูกุโอกะ (Fukuoka Castle Ruin) ตั้งอยู่กลางเมืองใน Maizuru Park ได้รับการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อช่วงต้นสมัยเอโดะ โดยได้รับการประกาศให้เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์จากรัฐบาลญี่ปุ่น รวมทั้งถือเป็นหนึ่งในจุดเยี่ยมชมที่มีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัดฮานามิ 

ความน่าสนใจของที่นี่คือ นักท่องเที่ยวที่ปีนขึ้นไปถึงด้านบนสุดของปราสาทจะได้ขมวิวพาโนรามิกของสวนซากุระสีชมพูที่ผลิบานเต็มที่ นอกจากนี้ ยังได้ชมร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่หลงเหลือมาจากสมัยเมจิ ทั้งประตูและป้อมปราการ ส่วนหลักฐานของระบบคูน้ำที่ถูกรักษาเป็นอย่างดีนั้นได้ทอดอตัวยาวตามแนวด้านเหนือของสวน ตลอดจนด้านหน้าของทะเลสาบที่ตั้งใกล้ Ohori Park

3. ศาลเจ้าดาไซฟุ

ศาลเจ้าดาไซฟุ

ศาลเจ้าดาไซฟุ (Dazaifu Tenmangu) ถือเป็นศาลเจ้าของชินโต ถูกสร้างขึ้นมาเหนือสุสานของเทพเจ้าสุกาวาระ มิจิซาเนะ รวมทั้งเป็นหนึ่งในศาลที่สร้างขึ้นมาอุทิศแก่เท็นจิน โดยศาลเจ้ามีขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 250 เมตร หากลอดผ่านซุ้มประตูโทริอิเข้าไปนั้น ผู้มาเยือนจะพบบ่อน้ำที่สร้างขึ้นมาคล้ายตัวอักษรญี่ปุ่นที่แปลว่า ‘หัวใจ’ โดยทางดังกล่าวนำไปสู่สะพานโค้งและเกาะที่สะท้อนถึงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต 

4. เบปปุ

เบปปุ คันนาวะ ออนเซ็น

ผู้ชื่นชอบความผ่อนคลายและธรรมชาติต้องไม่พลาดแวะมาที่ ‘เบปปุ’ โดยที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองและรีสอร์ทสปาของเกาะทางใต้ของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในคิวชู หากเริ่มตั้งต้นที่ชายหาดเบบปุและภูเขาไฟแล้ว จะปรากฏออนเซ็นมากมาย ทั้งนี้ Kannawa Onsen มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับบริการอาบน้ำในน้ำแร่ โคลน และทรายธรรมชาติที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุธรรมชาติ

5. ฮาตากะ

ฮาตากะ ถนนคนเดินที่คาวาบาตะ

เปลี่ยนบรรยากาศเดินทางมาดาวน์ทาวน์ที่ ‘ฮาตากะ’ ซึ่งนับเป็นเขตการปกครองหนึ่งในฟูกุโอกะ ที่นี่รายล้อมไปด้วยแหล่งช็อปปิ้งร่วมสมัยและร้านขายของงานคราฟต์สมัยดั้งเดิมมากมาย ซึ่งรวมอยู่ที่ Kawabata Shopping Arcade เมื่อซื้อของจนครบแล้ว ก็แวะมาชิมราเมงที่มีให้เลือกหลากหลายร้าน โดยมักเสิร์ฟเมนูราเมนหมูสไตล์ฮาตากะ หรือจะมาผ่อนคลายที่บาร์ใกล้ Hataka Station 

6. สวนโอโฮริ

สวนโอโฮริ

สวนโอโฮริ (Ohori Park) ได้ชื่อว่าเป็นสวนเมืองที่น่าเยี่ยมชมของฟูกุโอกะ โดยสวนมีบ่อน้ำพุขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางสวน รายล้อมด้วยทางเดินเท้ายาวประมาณ 2 กิโลเมตร เหมาะแก่การมาเดินเล่น พาน้องสุนัขมาเที่ยว หรือจ็อกกิ้ง พร้อมชมบ่อน้ำพุเพลินตา 

ที่สำคัญ สวนโอโฮริถือเป็นระบบบ่อน้ำของญี่ปุ่น โดยครั้งหนึ่งตรงกลางบ่อน้ำพุเคยเป็นส่วนหนึ่งของระบบบ่อน้ำ ส่วนการออกแบบสวนมีลักษณะคลาสสิกตามแบบฉบับของทะเลสาบตะวันตกของจีน อีกทั้งยังมีเกาะสามแห่งตรงกลางบบ่อน้ำ ซึ่งตั้งตระหง่านและเชื่อมต่อกันด้วยสะพานหิน

7. โนโคโนะชิมะ

โนโคโนะชิมะ

สวนโนโคโนะชิมะเดิมทีถูกเรียกว่าเป็นสวนแห่งการแต่งงาน โดยคู่แต่งงานใหม่จากที่ต่าง ๆ สามารถเข้าแต่งงานและจดทะเบียนสมรสได้ที่สำนักงานสาธารณะของญี่ปุ่น โดยคู่บ่าวสาวจะได้ทำพิธีแต่งงานท่ามกลางหมู่มวลดอกทานตะวันผลิบานในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม – ปลายเดือนสิงหาคม ถึงแม้จะไม่ได้มาแต่งงาน ก็สามารถเยี่ยมชมความสวยงามของดอกไม้ต่าง ๆ ได้ ตลอดปี โดยยังมีดอกเฟื่องฟ้า ต้นมโนรมย์ และต้นหงอนไก่

8. สวนดอกวิสทีเรีย

สวนดอกวิสทีเรีย

สวนดอกวิสทีเรีย (Kawachi Fujian Wisteria Garden) จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะฤดูกาลดอกวิสทีเรียผลิบานและช่วงใบไม้ร่วง กินพื้นที่ทั้งหมด 10,000 ตารางเมตร มีต้นวิสทีเรียกว่า 150 ต้น แยกย่อยอีก 22 ชนิด โดยช่วงเวลาที่ดอกวิสทีเรียที่นี่ผลิบานเต็มที่คือช่วงปลายเดือนเมษายน ไฮไลต์สำคัญก็หนีไม่พ้นอุโมงค์ดอกวิสทีเรีย ซึ่งได้รับการตัดแต่งออกมาอย่างสวยงาม ราวกับหลุดไปในเทพนิยาย

9. ท่าเรือโมจิโกะ

ท่าเรือโมจิโกะ

โมจิ (Mojiko) หนึ่งในห้าของเมืองที่รวมกันและสร้างเมืองคิตะคิวชูขึ้นมาเมื่อปี 1963 โดยท่าเรือโมจิโกะถือเป็นท่าเรือค้าขายกับต่างชาตินับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันท่าเรือแห่งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกจากสมัยเมจิและไทโช โดยหนึ่งในอาคารสำคัญก็คือ Mojiko Station ซึ่งเป็นสถานีรถไฟเก่าแก่ที่สุดในเส้น Kagoshima

10. ฟุกุโอกะทาวเวอร์

ฟุกุโอกะทาวเวอร์

ฟุกุโอกะทาวเวอร์ หรือ หอคอยฟุกุโอกะ มีความสูง 234 เมตร ถือเป็นหอคอยริมชายหาดที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น จุดสังเกตสูงสุดอยู่ที่ระดับ 123 เมตร ซึ่งรับชมวิวได้รอบ 360 องศา ถูกยกให้เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ต้องไปเยี่ยมชมให้ได้

11. หินคู่แต่งงาน ซากุระอิ ฟุตะมิกะอุระ

หินคู่แต่งงาน ซากุระอิ ฟุตะมิกะอุระ

แลนด์มาร์คยอดฮิตสำหรับคนโสดโดยหินคู่แต่งงานนี้ คนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าคนโสดเมื่อขอเนื้อคู่จะได้รับความสมหวัง นอกจากสายมูแล้วที่หินคู่แห่งนี้ ยังมีความสวยงามซ่อนอยู่ โดยเมื่อพระอาทิตย์ตกจะอยู่บริเวณตรงกลางระหว่างหิน ถือเป็นภาพที่นักท่องเที่ยวต้องมาเก็บภาพความประทับใจที่นี้

บทส่งท้าย

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 11 ที่เที่ยว ฟุกุโอกะ ที่ต้องไปเช็กอินกันสักครั้งหากคิดจะไปญี่ปุ่น แต่หากใครอยากเปิดประสบการณ์ครั้งแรก หรือยังไม่ชำนาญทางเท่าไหร่ ลองมาร่วมทริปเก๋ๆ ทัวร์ฟุกุโอกะ หรือ ทัวร์ญี่ปุ่น กับ Travelzeed ได้เลย

โปรแกรมทัวร์แนะนำ

Facebook Comments
Scroll to Top