× Business License
  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. ชวนไปอัพเดต
  4. ญี่ปุ่นเปลี่ยน Tax Free ครั้งใหญ่! เริ่ม 1 พ.ย. 2569 สายช้อปต้องรู้!!
ชวนไปอัพเดต

ญี่ปุ่นเปลี่ยน Tax Free ครั้งใหญ่! เริ่ม 1 พ.ย. 2569 สายช้อปต้องรู้!!

tax free ญี่ปุ่นเปลี่ยนระบบใหม่เป็น tax refund
สารบัญ
  1. สรุป Tax Free ญี่ปุ่น 2026 แบบเข้าใจง่าย
  2. Tax Free ญี่ปุ่น คืออะไร?
  3. Tax Refund ญี่ปุ่น คืออะไร?
  4. Tax Refund ญี่ปุ่น เริ่มใช้เมื่อไร?
  5. Tax Free แบบเดิม กับ Tax Refund แบบใหม่ ต่างกันอย่างไร?
  6. ใครสามารถใช้ Tax Refund ญี่ปุ่นได้?
  7. ต้องซื้อของเท่าไรถึงทำ Tax Refund ได้?
  8. วิธีทำ Tax Refund ญี่ปุ่น ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026
  9. ใช้ Visit Japan Web ทำ Tax Refund ได้ไหม?
  10. บทส่งท้าย

ใครกำลังจะไปญี่ปุ่นแล้วมีแพลนช้อปเครื่องสำอาง เสื้อผ้า รองเท้า ของฝาก หรือของแบรนด์เนม มีเรื่องสำคัญที่ต้องรู้กันแล้ว เพราะญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนวิธี Tax Free ครั้งใหญ่

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวจะไม่ได้ซื้อสินค้าแบบหักภาษีออกให้ทันทีเหมือนที่ผ่านมา แต่ต้อง จ่ายราคาที่รวมภาษีไปก่อน แล้วเมื่อถึงวันเดินทางออกจากญี่ปุ่น ต้องผ่านขั้นตอนยืนยันกับศุลกากรว่านำสินค้าออกนอกประเทศจริง หลังจากนั้นจึงได้รับเงินภาษีคืน ฟังแล้วอาจจะดูมีหลายขั้นตอนใช่ไหมคะ แต่จริง ๆ จำง่ายมากว่า ซื้อของ > จ่ายรวมภาษี > เก็บของไว้ > ตรวจตอนออกจากญี่ปุ่น > รับเงินภาษีคืน

Travelzeed จะขอสรุปให้ฟังแบบง่าย ๆ ว่า Tax Refund ญี่ปุ่นคืออะไร เริ่มใช้เมื่อไร และต้องทำยังไง ก่อนออกทริปให้ฟังแบบละเอียดกันค่ะ

สรุป Tax Free ญี่ปุ่น 2026 แบบเข้าใจง่าย

ถ้าไปญี่ปุ่น ก่อน 1 พฤศจิกายน 2026 ระบบ Tax Free แบบเดิมยังใช้งานตามปกติ

แต่ถ้าซื้อสินค้าตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป จะเข้าสู่ระบบใหม่ที่เรียกว่า Refund Method ซึ่งมีความแตกต่าง ดังนี้

  • ระบบเดิม: ซื้อของ > ร้านหักภาษีให้เลย
  • ระบบใหม่: ซื้อของ > จ่ายรวมภาษีก่อน > ออกจากญี่ปุ่นภายใน 90 วัน > ศุลกากรยืนยันว่านำสินค้าออกจริง > ได้เงินภาษีคืน

Tax Free ญี่ปุ่น เปลี่ยนเป็น Tax-Refund

Tax Free ญี่ปุ่น คืออะไร?

Tax Free คือการยกเว้น ภาษีการบริโภคของญี่ปุ่น หรือ Consumption Tax ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ต้องบอกว่าที่ผ่านมา เวลาเราไปซื้อของในร้านที่มีป้าย Tax Free และซื้อครบตามเงื่อนไข สามารถแสดงพาสปอร์ต เพื่อซื้อสินค้าโดยไม่ต้องจ่ายภาษีส่วนนั้น หรือบางร้านอาจมีเคาน์เตอร์คืนภาษีภายในร้านหรือห้าง จึงเป็นระบบที่นักท่องเที่ยวไทยค่อนข้างคุ้นเคย เพราะซื้อของเสร็จก็ได้สิทธิ์ Tax Free ตั้งแต่ตอนนั้นเลย แต่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026 วิธีนี้จะเปลี่ยนไป

Tax Refund ญี่ปุ่น คืออะไร?

Tax Refund คือระบบที่เราต้องจ่ายภาษีก่อน แล้วค่อยได้รับภาษีคืนภายหลัง ตั้งแต่สินค้าที่ซื้อในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้สิทธิ์ Tax Free จะต้องซื้อสินค้าใน ราคารวมภาษี จากนั้นตอนกำลังจะออกจากญี่ปุ่น ต้องให้ศุลกากรตรวจสอบว่าของที่ซื้อยังอยู่กับเราและกำลังถูกนำออกจากประเทศจริง เมื่อศุลกากรยืนยันเรียบร้อยแล้ว ร้าน Tax Free หรือบริษัทที่ร้านมอบหมายให้ดำเนินการ Refund จึงจะคืนเงินภาษีให้

ดังนั้นคำว่า Tax Free ไม่ได้หายไป แต่ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยน วิธีให้สิทธิ์ยกเว้นภาษี จากการหักให้ตอนซื้อ มาเป็นการคืนเงินหลังตรวจสอบสินค้า

เพราะฉะนั้น ถ้ามีทริปญี่ปุ่นช่วงปลายปี 2026 เป็นต้นไป เรื่องนี้ควรรู้ไว้ก่อนช้อป

Tax Refund ญี่ปุ่น เริ่มใช้เมื่อไร?

เริ่มมีผล บังคับใช้ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป

สินค้าที่ซื้อ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป จะเข้าสู่ระบบ Tax Refund แบบใหม่ แต่ถ้าซื้อสินค้าจนถึง 31 ตุลาคม 2026 ยังใช้ระบบ Tax Free เหมือนเดิมอยู่ค่ะ ดังนั้นถ้าเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นคร่อมช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน วิธีดำเนินการอาจต่างกันตาม วันที่ซื้อสินค้า จะไม่ได้ดูจากวันที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว

Tax Free แบบเดิม กับ Tax Refund แบบใหม่ ต่างกันอย่างไร?

รายละเอียดTax Free (เดิม) ถึง 31 ต.ค. 2026Tax Refund (ใหม่) ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026
ตอนซื้อสินค้าจ่ายราคาหลังหักภาษีจ่ายราคารวมภาษีก่อน
ยอดซื้อขั้นต่ำ5,000 เยน5,000 เยน
การตรวจสินค้าใช้ขั้นตอนตามระบบเดิมอาจต้องนำสินค้าให้ศุลกากรตรวจ
ตอนทำเรื่องที่สนามบินทำตามขั้นตอนก่อนออกจากญี่ปุ่นต้องทำก่อนโหลดกระเป๋า
การคืนภาษีหักหรือคืนภาษีให้ตอนซื้อคืนหลังศุลกากรยืนยันแล้ว
ใครเป็นผู้คืนเงินร้านค้าร้าน Tax Free หรือผู้ให้บริการคืนภาษี
ต้องนำสินค้าออกเมื่อไรตามเงื่อนไขของระบบเดิมภายใน 90 วันหลังซื้อ
สินค้าทั่วไป / ของใช้สิ้นเปลืองแยกเงื่อนไขกันไม่แยกประเภทแบบเดิมแล้ว
วงเงินสินค้าซื้อสินค้าสินเปลืองไม่เกิน 500,000 เยนยกเลิกเพดาน 500,000 เยน
ถุงซีลพิเศษมีในบางประเภทไม่ต้องใช้ถุงซีลแบบเดิม

นอกจากเปลี่ยนวิธีคืนเงินแล้ว ระบบใหม่จะยกเลิกการซีลสินค้าด้วย แต่ถ้าเป็นอาหาร เครื่องดื่ม หรือเครื่องสำอางที่ทำ Tax Free ไว้ ไม่ควรนำมาใช้หรือบริโภคในญี่ปุ่น เพราะศุลกากรจะตรวจประเภทสินค้าหรือใบเสร็จ หากมีสินค้าในใบเสร็จเดียวกันหายไปแม้แต่หนึ่งรายการ สินค้าทั้งใบเสร็จ นั้นอาจไม่ได้รับการรีฟันเลย

***เหตุผลในการเปลี่ยนระบบ*** ญี่ปุ่นต้องการป้องกันการใช้ระบบ Tax Free อย่างผิดวัตถุประสงค์ ลดการหลีกเลี่ยงภาษี และทำให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสมากขึ้น

ใครสามารถใช้ Tax Refund ญี่ปุ่นได้?

ระบบนี้ถูกออกแบบมาสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้ที่มีสถานะเข้าเกณฑ์เป็นผู้ซื้อสินค้าปลอดภาษีตามกฎหมายญี่ปุ่น สำหรับคนไทยที่เดินทางเพื่อท่องเที่ยว หรือเดินทางระยะสั้น สิ่งสำคัญคือเตรียม พาสปอร์ต ไว้ใช้ยืนยันตัวตนตอนซื้อสินค้าจากร้าน Tax Free ร้านค้าจะตรวจสอบข้อมูลและบันทึกการซื้อเข้าสู่ระบบตามขั้นตอนของญี่ปุ่น

ป้ายร้านค้าปลอดภาษี

ถ้าเห็นป้าย Japan Tax-free Shop สามารถสอบถามพนักงานก่อนซื้อได้เลยว่า สินค้านั้นเข้าร่วม Tax Free หรือไม่

ต้องซื้อของเท่าไรถึงทำ Tax Refund ได้?

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เงื่อนไขสำคัญคือ ต้องซื้อสินค้าจากร้านเดียวกัน ภายในวันเดียวกัน รวมตั้งแต่ 5,000 เยนขึ้นไป โดยคิดจากราคาก่อนภาษี

ตัวอย่างเช่น ซื้อเสื้อ 3,000 เยน + เครื่องสำอาง 2,500 เยน จากร้านเดียวกันในวันเดียวกัน รวม 5,500 เยนก่อนภาษี ก็สามารถเข้าเงื่อนไขได้ หากสินค้าและผู้ซื้อมีคุณสมบัติตามที่กำหนด สำหรับสินค้าอย่างทองคำแท่ง แพลทินัมแท่ง และสินค้าที่ได้รับการยกเว้น Consumption Tax อยู่แล้ว ไม่ได้อยู่ในกลุ่มสินค้าที่ใช้สิทธิ์ตามระบบนี้

วิธีทำ Tax Refund ญี่ปุ่น ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026

  1. ซื้อของที่ร้าน Tax Free: เลือกร้านที่มีสัญลักษณ์ Tax Free และซื้อสินค้าให้ครบตามเงื่อนไข โดยทั่วไปต้องมียอดซื้อจากร้านเดียวกัน ภายในวันเดียวกัน ตั้งแต่ 5,000 เยนขึ้นไปก่อนภาษี ตอนชำระเงินให้แสดง พาสปอร์ต เพื่อให้ร้านบันทึกข้อมูลการซื้อเข้าสู่ระบบ Tax Free และ อย่าลืมถามพนักงานเรื่องช่องทางรับเงินคืน เพราะแต่ละร้านอาจใช้วิธีรีฟันแตกต่างกัน
  2. จ่ายราคารวมภาษีก่อน: ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวจะไม่ได้รับการหักภาษีออกจากราคาสินค้าทันทีเหมือนระบบเดิม เราจะต้องจ่ายราคาสินค้ารวมภาษีไปก่อน แล้วค่อยขอเงินภาษีคืนภายหลัง พูดง่าย ๆ ก็คือ จากเดิมที่ลดให้ตอนซื้อ เปลี่ยนเป็น จ่ายก่อน แล้วค่อยคืนทีหลัง
  3. นำสินค้าออกจากญี่ปุ่นภายใน 90 วัน: หลังซื้อสินค้าแล้ว ต้องนำสินค้านั้นออกจากประเทศญี่ปุ่น ภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อระหว่างทริปควรเก็บสินค้าที่ทำ Tax Free ไว้ให้ครบ เพราะตอนเดินทางออกจากญี่ปุ่นอาจต้องนำสินค้าให้เจ้าหน้าที่ตรวจ โดยเฉพาะของกิน เครื่องดื่ม หรือเครื่องสำอาง ถ้าใช้หรือบริโภคจนไม่เหลือสินค้านำออกจากประเทศ อาจไม่ได้รับเงินรีฟัน
  4. ให้ศุลกากรยืนยันว่านำสินค้าออกจากญี่ปุ่นจริง: วันเดินทางกลับ เมื่อถึงสนามบินให้ทำขั้นตอนยืนยันจากหน่วยงานศุลกากร ก่อนโหลดกระเป๋าที่มีสินค้า Tax Free ต้องใช้พาสปอร์ต เพื่อตรวจสอบข้อมูลผ่านจุดหรือเครื่อง Tax-Free ที่สนามบิน หลังสแกนพาสปอร์ต
    ถ้าระบบขึ้น 🟢 GREEN ถือว่าขั้นตอนตรวจสอบเรียบร้อย
    แต่ถ้าขึ้น 🔴 RED ต้องนำสินค้ามาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
    ดังนั้นควรจัดสินค้า Tax Free ให้อยู่ในจุดที่หยิบออกมาตรวจได้ง่าย
    ขั้นตอนนี้มีไว้เพื่อยืนยันว่า สินค้าที่ซื้อโดยใช้สิทธิ์ Tax Free ถูกนำออกจากญี่ปุ่นจริง
  5. ได้รับเงินภาษีคืน: เมื่อศุลกากรยืนยันการนำสินค้าออกจากประเทศเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยังร้าน Tax Free หรือผู้ให้บริการรีฟัน จากนั้นจึงได้รับ เงินภาษีคืน ตามช่องทางที่ร้านกำหนด เช่น เงินสด บัตรเครดิต หรือช่องทางอื่น ๆ ที่ลงทะเบียนไว้

จุดที่ต้องระวัง!! อย่าเพิ่งโหลดกระเป๋าที่มีสินค้า Tax Free ก่อนทำขั้นตอนกับศุลกากร เพราะเจ้าหน้าที่อาจขอตรวจสินค้าจริง

ใช้ Visit Japan Web ทำ Tax Refund ได้ไหม?

ได้ค่ะ นักท่องเที่ยวสามารถใช้ Visit Japan Web แทนการใช้เครื่อง Tax-Free ได้ โดยต้องอยู่ใน International Departure Lobby บริเวณที่สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi เฉพาะสำหรับขั้นตอนนี้ได้ และต้องทำภายในสนามบินที่รองรับนะ ไม่ได้หมายความว่าจะทำจากที่ไหนก็ได้ สนามบินหลักที่รองรับ ได้แก่

  • สนามบินนาริตะ (Narita Airport)
  • สนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport)
  • สนามบินคันไซ (Kansai International Airport)
  • สนามบินนานาชาติชูบุเซนแทรร์ หรือ สนามบินนาโกย่า (Chubu Centrair International Airport)
  • สนามบินนิวชิโตเซะ (New Chitose Airport)
  • สนามบินฟุกุโอกะ (Fukuoka Airport)
  • สนามบินนาฮะ (Naha Airport)

ขอย้ำ!! ต้อทำก่อนผ่าน Security Check นะ

บทส่งท้าย

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ การเปลี่ยนแปลงระบบ Tax Free สู่ Tax Refund ถือเป็นก้าวสำคัญของญี่ปุ่นในการบริหารจัดการภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีความยุ่งยากเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ถ้ามีการวางแผนและทำความเข้าใจกับกฎเกณฑ์ใหม่ก็ช้อปปิ้งได้สนุกแน่นอน และสำหรับใครที่กำลังมองหา แพ็คเก็จทัวร์ญี่ปุ่น Travelzeed ก็มีมาแนะนำนะคะ แล้วไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันเยอะๆนะคะ
——————————-
แหล่งอ้างอิงข้อมูล : Japan Tax-free Shop

อยากไปญี่ปุ่นแบบไม่ต้องวางแผนเอง?

ดูโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นพร้อมราคาและวันเดินทางล่าสุดจาก Travelzeed

ดูทัวร์ญี่ปุ่น
ดูบทความทั้งหมด
arrow_upward

TRAVELZEED SALES TEAM

ติดต่อทีมงาน

ชื่อ

Turk (เติร์ก)

ชื่อจริง: ปฏิภัสสร์ คงสวัสดิ์

ชื่อ

NINI (นินิ)

ชื่อจริง: นิรมล นิพขันธ์

ชื่อ

Russia (รัสเซีย)

ชื่อจริง: อภิญญา อิ่มเพชร

ชื่อ

Toey (ใบเตย)

ชื่อจริง: จิราภา วงศ์ษา

ชื่อ

Lucky (ลัคกี้)

ชื่อจริง: สุภาวดี อมรวรวิทย์

ชื่อ

FAHSAI (ฟ้าใส)

ชื่อจริง: ศศิประภา แพเหล่า

ชื่อ

wiwwee (วิววี่)

ชื่อจริง: ฉัตรวีรา ผาจวง

ชื่อ

GOY (ก้อย)

ชื่อจริง: ณัฐพร กลิ่นสมเชื้อ

ชื่อ

Jorin (โจริญ)

ชื่อจริง: ณัฐวรรณ โนมะวงศ์

ชื่อ

KAB (เก็บ)

ชื่อจริง: สรัญทิพย์ ชุมแสงเยาวรัตน์

ชื่อ

Floke (โฟล์ค)

ชื่อจริง: รณพีธ์ วิทิตปัญญา

ชื่อ

Mameaw (มะเหมี่ยว)

ชื่อจริง: ขวัญฤดี พานทอง

ชื่อ

OU (อุ๊)

ชื่อจริง: กนกกร ลิมปรัชตกล