เที่ยวเทือกเขาคอเคซัส ดินแดนประวัติศาสตร์แห่งจอร์เจีย

เทือกเขาคอเคซัส เป็นเทือกเขาสูง ทำหน้าที่เป็นปราการธรรมชาติแบ่งพรมแดนระหว่างทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย ซึ่งตัดพาดผ่าน 4 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย จอร์เจีย อาร์เมเนีย และอาร์เซอร์ไบจาน รวมถึงยังเป็นทางผ่านของเส้นทางสายไหมในอดีต 

โดยความน่าสนใจของจอร์เจียนั้น นอกจากเป็นประเทศที่เก่าแก่ถึง 2,500 ปีแล้ว พวกเขายังเป็นชาติที่ผลิตไวน์เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่อยู่เป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่น่าไปอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

ท่องเที่ยวเมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังไปกับทัวร์จอร์เจีย

1.เมืองทบิลิซี

ที่แห่งนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดสตาร์ทแห่งการท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับคนที่มาทัวร์จอร์เจียด้วยเครื่องบิน เนื่องจากสนามบินทบิลิซีซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติหลักตั้งอยู่ที่เมืองแห่งนี้ ด้วยบ้านเรือนแบบยุโรปโบราณที่มุงด้วยหลังคาสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่อย่างมหาวิหารซาเมบา และโบสถ์เมเตคีที่เป็นโบสถ์สำคัญของจอร์เจีย ทำให้ทบิลิซีเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้สนใจศาสนาและประวัติศาสตร์พลาดไม่ได้

อีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตของเมืองนี้เห็นจะเป็นการที่โรงอาบน้ำจากน้ำพุร้อนตั้งอยู่เป็นจำนวนมากทั่วทั้งเมือง ทำให้เหมาะกับการพักผ่อนแช่น้ำ ปลดปล่อยความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

2.เมืองคาซเบกิ 

เป็นเมืองซึ่งมียอดเขาคาซเบกิ หนึ่งในภูเขาบนเทือกเขาคอเคซัสที่เราสามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติบนเทือกเขา ที่มีทุ่งหญ้าที่ทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา พร้อมอากาศบริสุทธิ์บนยอดเขา และบนสถานที่แห่งนั้นเอง ก็ยังมีโบสถ์เกอร์เกติ ทรินิตี้ โบสถ์ที่แทบจะกลายเป็นไอคอนนิกสำคัญของจอร์เจีย ซึ่งตั้งอยู่ริมหน้าผาบนยอดเขามาตั้งแต่ศตวรรศที่ 14 ที่ด้านหลังของโบสถ์นั้นเป็นวิวของภูเขาสูงสุดตระการตา เหมาะแก่การถ่ายภาพเป็นที่สุด

โบสถ์เกอร์เกติ ทรินิตี้ เมืองคาซเบกิ

โบสถ์เกอร์เกติ ทรินิตี้ เมืองคาซเบกิ

3.เมืองคาเคติ

จอร์เจียนั้นเป็นประเทศที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นชาติที่ผลิตไวน์ซึ่งเก่าแก่ที่สุดในยุโรป และเมืองคาเคติก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองซึ่งผลิตไวน์ได้มากที่สุด เป็นจำนวนถึง 70% ของจอร์เจีย สำหรับคอไวน์ทั้งหลายแล้วนั้น เป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยกับการมาจอร์เจียเพื่อลิ้มลองไวน์อันได้ขึ้นชื่อว่าเป็นลิตเติ้ล บอร์กโดซ์จากปากของใครหลายๆคน และสำหรับใครที่ไม่ใช่คอไวน์เองก็ไม่ใช่ว่าจะมาไม่ได้ เพราะที่แห่งนี้เองก็เต็มไปด้วยสวนองุ่นสำหรับการทำไวน์มากมาย เหมาะแก่การมาถ่ายรูปซึมซับบรรยากาศเช่นเดียวกัน

4.เมืองบอร์โจมิ

เมืองตากอากาศทางตอนใต้ของประเทศอันเลื่องชื่อ เจ้าของอุตสาหกรรมผลิตน้ำแร่แห่งใหญ่จากแหล่งน้ำอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งน้ำแร่นี้ก็เป็นสินค้าอันดับต้นๆของจอร์เจีย มาพร้อมกับอุทยานแห่งชาติบอร์โจมิที่เป็นผืนป่าสีเขียวขนาดใหญ่ เหมาะแก่การพักตากอากาศเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นเองก็ยังมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่แบบรัสเซียอยู่หลายแห่ง อาทิเช่น พระราชวังโรมานอฟ และป้อมปราการโกเกีย

5.เมืองซิกนาลี

“City of Love” คงไม่มีเมืองไหนเหมาะกับชื่อนี้ที่สุดเท่ากับเมืองแห่งนี้อีกแล้วในจอร์เจีย แม้ว่าเมืองซิกนาลีจะเป็นเมืองที่มีขนาดเล็กที่สุดก็ตาม แต่เมืองแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยมนต์ขลังสไตล์ยุโรปเก่าอันแสนจะโรแมนติก ถนนที่ถูกปูด้วยหิน และบ้านสไตล์ยุโรปเก่ามากมาย พร้อมทั้งความเงียบสงบแบบชนบท รวมไปถึงทิวทัศน์ของเทือกเขาคอเคซัสที่อยู่ใกล้ๆกัน จนทำให้เมืองนี้เหมาะกับการพาแฟนของคุณมาเที่ยวและขอแต่งงานมากเป็นอันดับต้นๆ

“City of Love” ฉายาของเมืองซิกนาลี

“City of Love” ฉายาของเมืองซิกนาลี”

ทัวร์อาร์เมเนีย ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งอารามใน เทือกเขาคอเคซัส

1.เมืองเยเรวาน 

เยเรวานได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลกตามพระคัมภีร์และยังเป็นเมืองหลวงของอาเมเนีย สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นไอของโซเวียตจากการที่ถูกปรับโฉมใหม่โดยสหภาพโซเวียต โดยมีจุดท่องเที่ยวที่คนมาทัวร์อาเมเนียห้ามพลาดอยู่หลายที่ ไม่ว่าจะเป็นโรงละครโอเปร่าแห่งเยเรวานที่เปิดมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1933 หรือตลาดเวอร์นิซาจ ซึ่งเต็มไปด้วยงานศิลปะ และงานฝีมือต่างๆเป็นจำนวนมาก และยังมีมัสยิดสีน้ำเงิน ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 และยังเป็นมัสยิดเพียงแห่งเดียวที่ถูกใช้งานอยู่ในประเทศแห่งนี้    

2.เมืองเซวาน

เมืองซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบเซวาน ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และตั้งอยู่ใกล้กับเทือกเขาคอเคซัส เป็นทะเลสาบที่เต็มไปด้วยสถานที่พักผ่อนและรีสอร์ตสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาพัก และยังมีวิหารเซวานาวังค์อันเป็นแลนด์มาร์คสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 874 ของพระราชธิดากษัตริย์อาหรับในยุคนั้น ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับตัวทะเลสาบอีกด้วย 

ทะเลสาบเซวาน และ วิหารเซวานาวังค์ เมืองเซวาน

ทะเลสาบเซวาน และ วิหารเซวานาวังค์ เมืองเซวาน

3.เมืองการ์นี

ที่นี่คือที่ตั้งของวิหารถ้ำเกกฮาร์ด วิหารซึ่งถูกสร้างโดยผู้นำศาสนาคริสต์ที่เข้ามาเผยแผ่ในอาร์เมเนียเป็นคนแรก ผู้ทำให้อาร์เมเนียนั้นเป็นชาติแรกของโลกที่นับถือคริสต์ศาสนา รวมถึงยังเคยเป็นที่ประดิษฐานของหอกที่เคยใช้แทงพระเยซูในวันสิ้นพระชนม์ และวิหารการ์นี เทวสถานของเทพเมียร์ เทพแห่งดวงอาทิตย์และแสงสว่างของชาวอาร์เมเนียในยุคโบราณ ที่เป็นสถาปัตยกรรมซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากกรีก-โรมัน และยังมีภูมิประเทศสุดแปลกตาอย่างจอร์จการ์นี ช่องเขาอายุหลายล้านปีที่มีลักษณะเป็นแท่งหินทรงเหลี่ยมอัดเรียงรายอยู่บนผาสูง ชวนตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก

ท่องไปในดินแดนแห่งเปลวไฟกับทัวร์อาเซอร์ไบจาน

1.เมืองบากุ

เมืองหลวงแห่งอาเซอร์ไบจานซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลแคสเปียน เมืองแห่งนี้คงความเก่าและใหม่ของสถาปัตยกรรมไว้ได้อย่างลงตัว ฟากหนึ่งของเมืองคือตัวเมืองเก่าอีเซรี เซแฮร์ ซึ่งมีลักษณะเป็นป้อมปราการ และได้รับการลงทะเบียนขึ้นเป็นมรดกโลก โดยที่แห่งนี้มีอายุอยู่มานานตั้งแต่ในสมัยศตวรรษที่ 12 ส่วนอีกฟากนั้นก็เป็นตัวเมืองใหม่ เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องสมัยใหม่ และอาคารที่ได้รับการดีไซน์มาอย่างพิถีพิถันอยู่หลายแห่ง ซึ่งแสดงออกถึงความทันสมัยของพวกเขาได้เป็นอย่างดี ทำให้สำหรับคนที่มาทัวร์อาเซอร์ไบจานที่ต้องการมาชมกลิ่นอายของความเก่าแก่ ก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศไปเป็นทันสมัยได้อย่างไม่เบื่อหน่าย

โซนเมืองเก่า(อีเซรี เซแฮร์)  เมืองบากุ

โซนเมืองเก่า(อีเซรี เซแฮร์)  เมืองบากุ

2.เมืองโกบุสตาน

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในเมืองแห่งนี้คงหนีไม่พ้นอุทยานแห่งชาติโกบุสตาน ที่ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาไฟโคลนอันน่าแปลกตาที่มีมากถึง 700 แห่งในอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ ความพิเศษของพวกมันนั้นคือการที่ภูเขาไฟโคลนเหล่านี้ จะพ่นโคลนสีดำพุ่งขึ้นมาบนผิวดินตลอดเวลา บางครั้งก็เป็นรูปกรวย บางครั้งก็เป็นรูปโดม รวมถึงยังว่ากันว่าภูเขาไฟโคลนมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลกพบได้ที่ประเทศนี้อีกด้วยนะ และยังมีพิพิธภัณฑ์ภาพสลักหินโกบัสตาน ซึ่งเต็มไปด้วยภาพเขียนและภาพแกะสลักเก่าแก่อายุราว 5,000 – 20,000 ปีที่คาดว่าเป็นฝีมือของชนเผ่าในยุคนั้นอยู่เต็มไปหมดอีกด้วย

3.เมืองเชกิ

ที่แห่งนี้คือเมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดในเทือกเขาคอเคซัส ซึ่งมีอายุย้อนหลังไปกว่า 2,500 ปี และยังตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมของตัวเทือกเขา จึงทำให้ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องผ้าไหมและสิ่งทอต่างๆเป็นอย่างมาก ซึ่งหากใครมาเยี่ยมชมที่เมืองแห่งนี้แล้ว ก็ไม่แคล้วจะได้เจอกับงานปักและงานฝีมือท้องถิ่นอย่างแน่นอน แต่ที่นี่เองก็ยังปราสาทมัสยิด โรงอาบน้ำโบราณ และวังเก่าในสมัยศตวรรษที่ที่ 18 ให้คุณได้ไปเที่ยวชม โดยเฉพาะตัวพระราชวังซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ดอกเดียว น่าสนใจสุดๆไปเลยใช่ไหมล่ะ? 

สรุป

จะเห็นได้ว่าการไปเที่ยวเทือกเขาคอเคซัสนั้นน่าสนใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะทั้งธรรมชาติบนภูเขาสูงอันแสนจะน่าตื่นตาตื่นใจ หรือประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าและเก่าแก่ ที่แห่งนี้ก็พร้อมจะเติมเต็มประสบการณ์เหล่านั้นให้คุณได้ทั้งหมด

แต่แน่นอนว่าการวางแผนไปเที่ยวยังสถานที่ใหม่ๆที่ตัวเรานั้นไม่เคยไปมักจะเป็นสิ่งที่น่ากังวลอยู่เสมอ สำหรับใครที่ต้องการไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ณ สถานที่เหล่านี้ แต่ยังคงกังวลใจกับแผนท่องเที่ยวอยู่ TravelZeed สามารถพาพวกคุณไปเปิดประสบการณ์กับการเทือกเขาคอร์เคซัสได้ด้วยทัวร์ของทางเราที่จัดเตรียมแพลนทริปเที่ยวเอาไว้ให้อย่างดี หมดปัญหาการลองผิดลองถูกไปได้อย่างง่ายดาย หากสนใจทัวร์แล้วล่ะก็ คลิ๊กที่TravelZeedได้เลย

Facebook Comments
บอกต่อเพื่อนๆ :