ถ้าคุณกำลังมองหาเมืองท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ครบทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ วัฒนธรรม และออนเซนแบบดั้งเดิม เที่ยว Nikko คือหนึ่งเมืองที่คุณควรไป เพราะเป็นเมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของโตเกียวที่ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 2 ชั่วโมง แต่เต็มไปด้วยที่เที่ยวระดับมรดกโลก ธรรมชาติมากมายไม่ว่าจะเป็นภูเขา น้ำตก และใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยติดอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น
วันนี้ Travelzeed จะพาคุณ เที่ยว Nikko ครบทุกมุม ตั้งแต่จุดไฮไลต์ วิธีเดินทาง พร้อมทริคการเดินทางและช่วงเวลาที่สวยที่สุดตามฤดูกาล
ทำไมต้องไปเที่ยว Nikko?
- เมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม มีศาลเจ้าและวัดเก่าแก่ระดับประเทศ
- ธรรมชาติอลังการ ใบไม้เปลี่ยนสี–หิมะ–น้ำตก ครบในเมืองเดียว
- เดินทางสะดวกจากโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมง
- มีออนเซนชื่อดังและเรียวกังบรรยากาศแบบดั้งเดิม
Nikko ตั้งอยู่ในจังหวัดโทชิงิ ทางตอนเหนือของโตเกียว เป็นเมืองที่มีทั้งโซนประวัติศาสตร์ (World Heritage Area) และโซนธรรมชาติบนที่สูงอย่างทะเลสาบและน้ำตก จึงตอบโจทย์ทั้งสายถ่ายรูป สายวัฒนธรรม และสายพักผ่อน
แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก หัวใจของการเที่ยว Nikko
1. ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine)
แลนด์มาร์กระดับชาติของญี่ปุ่น สร้างขึ้นเพื่อสักการะโชกุนโทคุงาวะ อิเอยาสุ โดดเด่นด้วยงานแกะสลักไม้และสีสันหรูหรา แตกต่างจากศาลเจ้าญี่ปุ่นทั่วไป ไฮไลต์คือ “ลิงสามตัว ไม่ดู ไม่ฟัง ไม่พูดความชั่ว” และประตูโยเมมงที่วิจิตรตระการตา
2. สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge)
สะพานสีแดงสดที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง เหมาะกับการถ่ายภาพมากโดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีและหิมะ บรรยากาศโรแมนติกและขรึมขลังในเวลาเดียวกัน
3. วัดรินโนจิ (Rinno-ji Temple)
วัดพุทธเก่าแก่ที่เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่มรดกโลก มีพระพุทธรูปไม้แกะสลักขนาดใหญ่ 3 องค์ เป็นจุดที่สะท้อนการผสมผสานพุทธ–ชินโตในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสุดอลังการของ Nikko
1. น้ำตกเคงอน (Kegon Falls)
หนึ่งในสามน้ำตกที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น สูงราว 97 เมตร ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีและฤดูหนาวที่น้ำตกกลายเป็นน้ำแข็งคือภาพที่หลายคนตามหา
2. ทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji)
ทะเลสาบบนที่สูง เกิดจากภูเขาไฟในอดีต อากาศเย็นสบายกว่าตัวเมือง เหมาะกับการเดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือพักเรียวกังริมน้ำ
3. เส้นทางอิโรฮาซากะ (Irohazaka Winding Road)
ถนนภูเขาคดเคี้ยวชื่อดัง วิวใบไม้เปลี่ยนสีระดับพรีเมียม นักท่องเที่ยวมักมาช่วงตุลาคม–พฤศจิกายน
Nikko Onsen พักผ่อนท่ามกลางหุบเขา
1. คินุกาวะ ออนเซน (Kinugawa Onsen)
ย่านออนเซนยอดนิยม เข้าพักเรียวกังริมน้ำ ฟีลญี่ปุ่นคลาสสิก เหมาะกับคู่รักและครอบครัว
2. ยูนิชิกาวะ ออนเซน (Yunishikawa Onsen)
หมู่บ้านออนเซนกลางหุบเขาที่มีประวัติกว่า 800 ปี เชื่อมโยงตำนานซามูไรผู้ลี้ภัย ไฮไลต์ฤดูหนาวคือเทศกาลโคมไฟหิมะ (Kamakura Festival) บรรยากาศโรแมนติกมาก
การเดินทางจากโตเกียว
- รถไฟ Tobu Limited Express จาก Asakusa ~2 ชม.
- JR Shinkansen + ต่อรถไฟท้องถิ่น
- สามารถซื้อ Nikko Pass แบบเหมาจ่ายได้




