ดอกวิสเทอเรีย  (wisteria) หรือ ดอกฟูจิ (藤) ที่ใครเป็นแฟนอนิเมะอย่างเรื่องดาบพิฆาตอสูรคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยวิสเทอเรียจะมีดอกเป็นสีม่วง มีลักษณะเป็นช่อเถาวัลย์ห้อยลงมา  สามารถพบได้ในแถบอเมริกาตะวันออกเฉียงไต้ จีนและญี่ปุ่น 

ดอกวิสเทอเรีย

       ซึ่งดอกฟูจิถือเป็นดอกไม้ที่ชื่นชอบสำหรับชาวชนชั้นสูงญี่ปุ่นในสมัยก่อน จนถูกนำไปใช้ทอผ้าที่เรียกกันว่า ฟูจิฟุ (丹後藤布) และได้กลายเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นในปี 1991

ดอกวิสเทอเรีย มีความหมายถึงความโชคดี ความใจดี และชีวิตที่ยืนยาว

เรา ‘จับ’ ดอกวิสเทอเรียได้มั้ย? 

         แม้จะสวยงามขนาดไหน ดอกวิสเทอเรียก็มีพิษอันตรายต่อคนและสัตว์ ทั้งในส่วนลำต้น ราก ดอก  ใบ ยอดอ่อน ถ้าเผลอทานเข้าไปอาจจะทำให้มีอาการท้องเสีย อาเจียน เป็นไข้ ปวดหัว จนถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลได้ แต่พืชมีพิษ ถ้าใช้ในปริมาณที่พอเหมาะก็สามารถนำมาทำเป็นยาได้ โดยวงการแพทย์แผนจีนดั้งเดิม ได้นำเถาวัลย์ของดอกวิสเทอเรียถูกนำมาใช้รักษาอาการปวดหัว ผื่น และปัญหาทางเดินอาหาร

ดอกวิสเทอเรีย
และอีกเหตุผลสำคัญ คือการเคารพกฏการชมดอกไม้ ซึ่งสถานที่ชมดอกไม้ส่วนใหญ่จะมีกฏห้ามจับดอกไม้ กิ่ง หรือก้าน เพื่อเป็นการถนอมดอกไม้ให้คนอื่นได้ชมกันอย่างยาวนานนั่นเอง 

ดอกวิสเทอเรียบานช่วงไหน?

         ดอกวิสเทอเรีย เป็นอีกหนึ่งเทศกาลดอกไม้ที่จัดขึ้นในญี่ปุ่น โดยหลังจากที่ซากุระร่วงหมดแล้วจะเป็นสัญญาณของดอกไม้สายพันธ์อื่นให้ได้ออกมาโชว์สีสัน ซึ่งดอกวิสเทอเรียจะบานสะพรั่งมากที่สุดและสวยที่สุด ในช่วงกลางเดือนเมษายน-กลางเดือนพฤษภาคม 

แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยวชมดอกวิสเทอเรียที่ประเทศญี่ปุ่น

1.สวนเซระวิสทีเรีย (Sera Wisteria Garden)

       สวนเซระ ตั้งอยู่ในเมืองเซระ จังหวัดฮิโรชิม่า เปิดให้เข้าชมตั้งเเต่ปลายเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม เป็นสวนที่มีต้นวิสเทอเรียถึง 1,200 ต้น และดอกไม้อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งภายในงานยังมีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการ และตอนกลางคืนจะมีงานประดับไฟจัดขึ้นให้ได้ชมบรรยากาศในยามค่ำคืนอีกด้วย

2.สวนสาธารณะเทนโนกาวะ (Tennogawa Park)

       สวนสาธารณะเทนโนกาวะ ตั้งอยู่ในเมืองสึชิมะ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวชมดอกวิสเทอเรียที่โด่งดังเเละเป็นที่ชื่นชอบ จะจัดในช่วงปลายเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงโกเดนวีค เพราะมีฉากที่งดงามถึงแปดฉาก มีต้นวิสเทอเรียถึง 12 สายพันธ์ุ 115 ต้น รอบล้อมไปด้วยถนนสีเขียวของต้นไม้ และมีสระน้ำทรงรีที่ยังเหลืออยู่เป็นสาขาของแม่น้ำเซนยะที่เคยไหลผ่านเมืองสึชิมะ จนกลายเป็นอ่าว


ดอกวิสเทอเรีย

3.สวนดอกวิสทีเรียคาจิโมโตะ (Kajimoto Wisteria Garden)

       สวนดอกวิสเทอเรียคาจิโมโตะ ตั้งอยู่ในเมืองเซ็นนัน ภายในมีดอกไม้ชนิดต่าง ๆ ที่รวมถึงดอกวิสเทอเรียประมาณ 40,000 ดอก ซึ่งก่อนหน้านี้ที่นี่เคยเป็นโรงแรมมาก่อน ถึงจะไม่ได้เปิดให้ทำการเเล้ว แต่ยังเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมดอกวิสเทอเรียได้ โดยผู้ดูแลสวนแห่งนี้เป็นครอบครัวคาจิโมโตะเอง

4.เบียคุโกจิ (Byakugou-ji Temple)

       เบียคุโกจิ ตั้งอยู่ในเมืองเฮียวโงะ เป็นที่ตั้งของวัดพุทธเก่าแก่อายุตั้งเเต่ศตวรรษที่ 10  มีประวัติยาวนานมากถึง 1,000 กว่าปี เป็นสถานที่ชมดอกวิสเทอเรียที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งภายในวัดรายล้อมไปด้วยดอกไม้เเละต้นไม้หลายสายพันธุ์ โดยดอกวิสเทอเรียสีม่วงเเละสีขาวที่บานสลับกัน ถูกเรียกว่า ‘คุชาคุฟูจิ’ ที่หมายถึง ดอกฟูจิที่เป็นกระจุกยาว 120 ซม. นอกจากตอนกลางวันจะสวยเเล้ว ตอนกลางคืนทางวัดยังมีการเปิดให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาสัมผัสบรรยากาศในตอนเย็น ซึ่งจะมีการเปิดไฟประดับให้ชม

ดอกวิสเทอเรีย

5.วัดมันดาราจิ (Mandaraji Temple)

       วัดมันดาราจิตั้งอยู่ในเมืองโคนัน จังหวัดไอจิ วัดนี้ตั้งมาตั้งเเต่ศตวรรษที่ 14 เป็นสถานที่สักการะของผู้คน และนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเพราะภายในวัดมีดอกวิสเทอเรียถึง 60 ต้น 12 สายพันธ์ุ กับดอกโบตั๋นกว่า 300 ดอก และขบวนพาเหรดของขุนศึกเจ็ดคนในสมัยเซ็นโงกุ ซึ่งจัดในช่วงปลายเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม 

6.คาวาจิ ฟูจิ การ์เดน (Kawachi Fuji Garden) 

       คาวาจิ ฟูจิ การ์เดน ตั้งอยู่ในเมืองคิตะคิวชู จังหวัดฟุกุโอกะ โดยที่นี่จะเป็นอุโมงค์ให้เดินชมกันใต้ดอกวิสเทอเรีย ซึ่งมีมากกว่า 20 สายพันธ์ และต้นวิสเทอเรียที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ถือเป็นสถานทีท่องเที่ยวที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น

ดอกวิสเทอเรีย

7.เทศกาลดอกวิสทีเรีย (Nakayama O-fuji Festival)  

       เทศกาลดอกวิสเทอเรียอีกหนึ่งเทศกาลที่จัดในจังหวัดฟุกุโอกะ ซึ่งจะจัดเป็นประจำทุกปี ตั้งเเต่ช่วงกลางเดือนเมษายน-ปลายเดือนเมษายน ในบริเวณศาลเจ้า ถือเป็นเทศกาลชมดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิของยานากาว่า(Yanagawa) ซึ่งภายในงานจะมีการปิกนิกชมวิวในตอนกลางวัน และเปิดไฟตอนกลางคืน 

8.สวนอาชิคางะ (Ashikaga Flower Park)  

       สวนอาชิคางะอยู่ในเมืองอาชิคางะ จังหวัดโทชิงิ ซึ่งไกลจากโตเกียวเพียง 80 กิโลเมตร เป็นสวนที่มีความกว้างถึง 2,000 ตารางเมตร เปิดให้ชมช่วงกลางเดือนเมษายน-กลางเดือนพฤษภาคม ภายในสวนจะมีต้นวิสเทอเรียที่ใหญ่อายุมากกว่า 100 ปี และยังมีดอกไม้พันธ์อื่น ๆ กว่า 300 ต้น ให้ได้ชมและถ่ายรูปในตอนกลางวัน ส่วนในตอนกลางคืนจะมีเปิดไฟประดับเพิ่มบรรยากาศ นอกจากนั้นที่นี่ยังถูกจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเเนะนำของ CNN อีกด้วย

สวนอาชิคางะ

9.ศาลเจ้าคะเมโดะเท็นจิน (Kameido Tenjin Shrine)

       ศาลเจ้าคะเมโดะเท็นจิน เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นในศาลเจ้าคะเมโดะเท็นจิน จังหวัดโตเกียว เป็นศาลเจ้าที่มีเรื่องเล่าว่าโชกุนลำดับที่ 5 และลำดับที่ 8 เคยมาเดินชมดอกวิสเทอเรียที่นี่ เนื่องจากดอกวิสเทอเรียมีสีม่วง เมื่อเงาของดอกวิสเทอเรียสะท้อนน้ำทำให้เกิดภาพทิวทัศน์ที่งดงามราวกับภาพวาด ซึ่งถือเป็นสถานที่หายากท่ามกลางเมืองใหญ่

10.วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple) 

       วัดเบียวโดอินเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมงดงาม ในเมืองเล็ก ๆ ของยูจิ ทางใต้ของจังหวัดเกียวโตที่เคยเป็นเมืองหลวงเก่ามาก่อน เนื่องจากวัดมีสระน้ำและดอกวิสเทอเรียล้อมรอบ ทำให้เวลาถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิจะสวยงามเป็นพิเศษ ยิ่งเงาของดอกวิสเทอเรียกระทบกับน้ำแล้วยิ่งออกมาเป็นภาพที่ไม่มีวันลืมเลยค่ะ

วัดเบียวโดอิน

บทส่งท้าย

หากข้อมูลที่กล่าวไปข้างต้นทำให้คุณมีความสนใจในทัวร์ญี่ปุ่น หรือการไปท่องเที่ยวชมดอกวิสเทอเรียอย่าลืมนึกถึง Travelzeed เพราะเรายังมีโปรแกรมทัวร์อีกมากมายให้ท่านได้เลือกชมเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกโปรแกรมทัวร์ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ นอกจากดอกวิสเทอเรียยังมีดอกไม้ชนิดอื่นที่สวยงามไม่กัน ซึ่งท่านสามารถสอบถามได้ที่ Line ID : @travelzeed หรือ โทร 02-108-7900

Facebook Comments