× Business License
  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. ชวนไปเที่ยว
  4. เทียบชัดระหว่าง ต๋ากู่ปิงชวน vs หิมะมังกรหยก ไปที่ไหนดี? 2 ภูเขาหิมะสุดอลังการของจีน
ชวนไปเที่ยว

เทียบชัดระหว่าง ต๋ากู่ปิงชวน vs หิมะมังกรหยก ไปที่ไหนดี? 2 ภูเขาหิมะสุดอลังการของจีน

เทียบชัดระหว่าง ต๋ากู่ปิงชวน vs หิมะมังกรหยก ไปที่ไหนดี? 2 ภูเขาหิมะสุดอลังการของจีน
สารบัญ
  1. ทำไมต้องเปรียบเทียบ ต๋ากู่ปิงชวน vs หิมะมังกรหยก ?
  2. ภูเขาหิมะต๋ากู่ปิงชวน (Dagu Glacier National Park)
  3. ตำแหน่งที่ตั้งของ ต๋ากู่ปิงชวน
  4. ประวัติของ ต๋ากู่ปิงชวน
  5. จุดเด่นและสิ่งที่ไม่ควรพลาด เมื่อมาเที่ยวต๋ากู่ปิงชวน
  6. การเดินทางไปต๋ากู่ปิงชวน
  7. ช่วงเวลาที่เหมาะสมของต๋ากู่ปิงชวน
  8. ภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain)
  9. ตำแหน่งที่ตั้งของ ภูเขาหิมะมังกรหยก
  10. ประวัติและข้อมูลทั่วไปที่น่าสนใจของ ภูเขาหิมะมังกรหยก
  11. จุดเด่นและประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด
  12. การเดินทางไปภูเขาหิมะมังกรหยก
  13. ช่วงเวลาที่เหมาะสมของภูเขาหิมะมังกรหยก
  14. ต๋ากู่ปิงชวน vs หิมะมังกรหยก เปรียบเทียบแบบหมัดต่อหมัด
  15. คำแนะนำและข้อควรระวังสำหรับทั้งสองภูเขาหิมะ
  16. การเตรียมตัวสำหรับพื้นที่สูง
  17. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทำไมต้องเปรียบเทียบ ต๋ากู่ปิงชวน vs หิมะมังกรหยก ?

หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปสัมผัสความงดงามของภูเขาหิมะในประเทศจีน เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงได้ยินชื่อของ “ต๋ากู่ปิงชวน” (Dagu Glacier National Park) และ “ภูเขาหิมะมังกรหยก” (Jade Dragon Snow Mountain) กันมาบ้างแล้ว ใช่ไหมคะ!!! จะะบอกว่าภูเขาหิมะทั้งสองแห่งนี้ต่างก็เป็นจุดหมายปลายทางที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงามทางธรรมชาติมาก ๆ เลยคิดว่าน่าจะทำให้หลายคนลังเลใจว่าควรเลือกไปที่ไหนดี? บทความนี้มีคำตอบค่ะ นอกจากนี้แล้ว Travelzeed ก็มียัง ทัวร์ต๋ากู่ปิงชวน และ ทัวร์ภูเขาหิมะมังกรหยก แนะนำอีกด้วยน๊าาาาา ภ้าพร้อมแล้วไปทำความรู้จักกัยภูเขากิมะสองลูกนี้กันเลยค่าาาา

ภูเขาหิมะต๋ากู่ปิงชวน (Dagu Glacier National Park)

ภูเขาหิมะต๋ากู่ปิงชวน

ตำแหน่งที่ตั้งของ ต๋ากู่ปิงชวน

ต๋ากู่ปิงชวน (Dagu Glacier National Park) ตั้งอยู่ใน อำเภอเฮียลอง (Heishui County) มณฑลเสฉวน (Sichuan Province) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน มีระดับความสูงกว่า 3,000 – 5,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล

พื้นที่ของต๋ากู่ปิงชวนเป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาหิมะภายในที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต ทำให้มีภูมิประเทศมีความหลากหลายและสวยมาก ๆ มีธารน้ำแข็งขนาดใหญ่อายุหลายล้านปี ป่าสน และทะเลสาบ โดยภูเขาส่วนใหญ่จะมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ว๊าววว!!! มีใครนึกถึงความหนาวเหมือนกันไหมคะ 555+ เพราะแบบนี้แหละ ที่นี่จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมวิวภูเขาหิมะ และน่ามาสัมผัสอากาศหนาวในช่วงฤดูร้อนมาก ๆ

ประวัติของ ต๋ากู่ปิงชวน

ต๋ากู่ปิงชวน หรือที่รู้จักในชื่อ Dagu Glacier ถูกค้นพบผ่านดาวเทียมเมื่อปี ค.ศ. 1992 โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ปัจจุบันถูกจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 4A และถือเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุดในจีน และยังเป็นธารน้ำแข็งที่สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปสัมผัสได้ถึงระดับความสูงกว่า 4,860 เมตรจากระดับน้ำทะเล

ต๋ากู่ปิงชวน

จุดเด่นคือการใช้ กระเช้าไฟฟ้าที่สูงที่สุดในเอเชีย กระเช้านี้จะพานักท่องเที่ยวขึ้นสู่ยอดเขาเพื่อชมวิวธารน้ำแข็งจากมุมสูงอย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย อีกทั้งยังสามารถเห็นวิวหิมะที่ตัดกับสีของท้องฟ้าได้ตลอดทั้งปีได้แบบเต็มอิ่ม โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วงและต้นฤดูหนาว จะเป็นช่วงที่สวยที่สุด

จุดเด่นและสิ่งที่ไม่ควรพลาด เมื่อมาเที่ยวต๋ากู่ปิงชวน

1. ธารน้ำแข็ง

ธารน้ำแข็งที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปสัมผัสธารน้ำแข็งได้อย่างใกล้ชิด ไม่ต้องมีประสบการณ์การปีนเขาระดับมืออาชีพก็มาเที่ยวได้ การที่เราได้เห็นธารน้ำแข็งที่มีอายุหลายพันปีด้วยตาตนเอง นับว่าเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากมาก ๆ

2. กระเช้าที่สูงที่สุดในเอเชีย

กระเช้าไฟฟ้า ต๋ากู่ปิงชวน

กระเช้าของต๋ากู่ปิงชวนถือว่าเป็นกระเช้าที่สูงที่สุดในเอเชีย กระเช้านี้จะพานักท่องเที่ยวไปยังระดับความสูง 4,860 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ซึ่งระหว่างทางก็จะมีทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามระดับความสูง

3. ทะเลสาบน้ำแข็ง

ทะเลสาบที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง มีสีฟ้าใส เนื่องจากการสะท้อนของแสงและคุณสมบัติของน้ำแข็งที่บริสุทธิ์ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในจุดที่ใครมาก็ต้องร้องว๊าวทั้งนั้น

การเดินทางไปต๋ากู่ปิงชวน

การเดินทางจากเฉิงตูไปต๋ากู่ปิงชวนมีหลายวิธี โดยวิธีที่มีความนิยมที่สุด คือการใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า ใช้เวลาประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่ไม่ขับรถเอง สามารถใช้บริการรถบัสท่องเที่ยวที่ออกจากเฉิงตูทุกวัน แต่ขอแนะนำเป็นจองทัวร์จะดีกว่าค่ะ เพราะนอกจากจะเดินทางง่ายแล้ว ก็ยังมีหัวหน้าทัวร์ดูแลด้วย อีกทางเลือกหนึ่งคือการบินไปยังสนามบินจิ่วจ้าย (Jiuzhai Huanglong Airport) ซึ่งอยู่ใกล้กับต๋ากู่ปิงชวนมากกว่า จากนั้นต่อรถประมาณ 2 ชั่วโมง วิธีนี้จะประหยัดเวลาได้มาก แต่ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่า

ช่วงเวลาที่เหมาะสมของต๋ากู่ปิงชวน

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมต๋ากู่ปิงชวนคือ เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน และเดือนเมษายน-มิถุนายน ในช่วงนี้สภาพอากาศจะเหมาะสมมาก ไม่หนาวเกินไป และมีโอกาสเห็นฟ้าใสมากกว่า

ภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain)

ภูเขาหิมะมังกรหยก

ตำแหน่งที่ตั้งของ ภูเขาหิมะมังกรหยก

ภูเขาหิมะมังกรหยกตั้งอยู่ในมณฑลยูนนาน ห่างจากเมืองลี่เจียงเพียง 15 กิโลเมตร ภูเขาหิมะลูกนี้เป็นส่วนหนึ่งของดทือกเขาหิมาลัยตอนใต้ มีความสูงถึง 5,596 เมตรจากระดับน้ำทะเล และประกอบด้วยยอดเขา 13 ยอดที่เรียงตัวเป็นแนวยาว ถ้ามองจากระยะไกลจะคล้ายกับมังกร จึงได้ชื่อว่า “ภูเขาหิมะมังกรหยก”

ประวัติและข้อมูลทั่วไปที่น่าสนใจของ ภูเขาหิมะมังกรหยก

ภูเขาหิมะมังกรหยก หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า อวี้หลงเสวี่ยซาน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองลี่เจียง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ภูเขาหิมะที่มียอดความสูงที่สุด คือ ยอดเขาซานจื่อโต้ว (Shanzidou) สูงถึง 5,596 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดเด่นของภูเขาแห่งนี้คือการที่หิมะปกคลุมยอดเขาตลอดทั้งปี ทั้งที่ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้ได้รับฉายาว่า “เทือกเขาหิมะใกล้เส้นศูนย์สูตรที่สุดในโลก”

ยอดเขาซานจื่อโต้ว

ภูเขาหิมะมังกรหยก เต็มไปด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรมของชนเผ่าหน่าซี (Naxi) ชนพื้นเมืองที่นับถือภูเขาแห่งนี้ว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เชื่อกันว่าที่นี่เป็นที่สถิตของเทพเจ้าผู้พิทักษ์และบรรพบุรุษ นอกจากนี้ยังมีการแสดงกลางแจ้งอย่าง Impression Lijiang ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะสุดยิ่งใหญ่ ซึ่งกำกับโดยผู้กำกับชื่อดัง “จางอี้โหมว” ถ่ายทอดความเชื่อและวิถีชีวิตของชาวหน่าซีได้อย่างลึกซึ้งมาก ๆ

จุดเด่นและประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด

1. ความยิ่งใหญ่ของยอดเขาซานจื่อโต้ว

ภูเขาหิมะมังกรหยกมียอดเขา 13 ยอดที่เรียงตัวเป็นแนวยาว แต่ยอดเขาที่มีความสุงที่สุดคือ ยอดเขาซานจื่อโต้ Shanzidou ซึ่งมีความสูง 5,596 เมตร เป็นยอดเขาที่ไม่เคยมีใครปีนขึ้นไปถึงสำเร็จ ด้วยความสูงชันและสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นกระเช้าลิฟต์ไปได้ถึงระดับ 4,680 เมตรเท่านั้นนะ ซึ่งถือเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถเข้าถึงได้สูงที่สุด จะว่าไปก็สูงอยู่นะ

2. ความหลากหลายของโซนท่องเที่ยว

ภูเขาหิมะมังกรหยกแบ่งออกเป็นหลายโซน โดยโซนหลักๆ ได้แก่ หุบเขาบลูมูน (Blue Moon Valley) เป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยทะเลสาบที่มีสีฟ้าที่เกิดจากแร่ธาตุที่ละลายจากธารน้ำแข็ง และมีน้ำตกขนาดเล็กหลายแห่งที่ไหลผ่าน และทุ่งหญ้าหยุนซานผิง (Spruce Meadow) ที่เป็นทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ล้อมรอมด้วยป่าต้นสน แต่ละโซนมีความสวยงามและกิจกรรมที่แตกต่างกัน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลายได้

3. โชว์ Impression Lijiang

Impression Lijiang

หนึ่งใน highlight ที่ไม่ควรพลาดคือการแสดง “Impression Lijiang” ที่จัดแสดงกลางแจ้งบนพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยมีภูเขาหิมะมังกรหยกเป็นฉากหลัง การแสดงนี้กำกับโดย Zhang Yimou ผู้กำกับชื่อดังของจีน และนำเสนอวัฒนธรรมและตำนานของชาวนาซีผ่านการแสดงที่ยิ่งใหญ่ มีนักแสดงมากกว่า 500 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวพื้นเมือง

การเดินทางไปภูเขาหิมะมังกรหยก

การเดินทางจะเริ่มจากลี่เจียง ไปภูเขาหิมะมังกรหยกสะดวกมาก มีรถสาธารณะออกทุกวันจากจุดต่าง ๆ ในเมือง ใช้เวลาประมาณ 30 – 45 นาที สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย สามารถใช้บริการแท็กซี่หรือรถเช่าได้ และอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยม คือ การซื้อทัวร์ลี่เจี่ยง สำหรับใครที่สนใจทักหา Travelzeed ได้เลยนะคะ

ช่วงเวลาที่เหมาะสมของภูเขาหิมะมังกรหยก

ภูเขาหิมะมังกรหยกสามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงที่ดีที่สุดคือ เดือนตุลาคม-เมษายน เพราะท้องฟ้าจะใสและมองเห็นยอดเขาได้ชัดเจน ในช่วงนี้อุณหภูมิในตัวเมืองลี่เจียงจะอยู่ที่ 10-20 องศาเซลเซียส ส่วนบนยอดเขาจะหนาวกว่ามาก

ต๋ากู่ปิงชวน vs หิมะมังกรหยก เปรียบเทียบแบบหมัดต่อหมัด

ต๋ากู่ปิงชวน

หิมะมังกรหยก

ตำแหน่งที่ตั้ง

มณฑลเสฉวน (ห่างจากเฉิงตู 280 กม.)

มณฑลยูนนาน (ห่างจากลี่เจียง 15 กม.)

ความสูง

3,800-5,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

ยอดสูงสุด 5,596 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล (จุดที่เที่ยวได้ 4,680 เมตร)

จุดเด่น

ธารน้ำแข็งใกล้เส้นศูนย์สูตรที่สุด, กระเช้าสูงสุดในเอเชีย

ความหลากหลายของกิจกรรม, การแสดงระดับโลก

ความยากง่ายในการเดินทาง

ยาก (เดินทาง 4-5 ชม. จากเฉิงตู)

ง่าย (เดินทาง 30 นาทีจากลี่เจียง)

ความหลากหลายของกิจกรรม

จำกัด (เน้นธรรมชาติ)

หลากหลาย (เน้นธรรมชาติ + วัฒนธรรม)

ความแออัดของนักท่องเที่ยว

น้อยกว่า

มากกว่า (โดยเฉพาะช่วงเทศกาล)

ประสบการณ์โดยรวม

ผจญภัย, ธรรมชาติ, ความท้าทาย

สะดวกสบาย, ครบครัน, เข้าถึงง่าย

คำแนะนำและข้อควรระวังสำหรับทั้งสองภูเขาหิมะ

การเตรียมตัวสำหรับพื้นที่สูง

  1. การเตรียมร่างกาย ก่อนเดินทางควรออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนเดินทาง
  2. การเตรียมยา ควรเตรียมยาแพ้ความสูง (Altitude Sickness) แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ นอกจากนี้ควรเตรียมยาแก้ปวดหัว ยาแก้คลื่นไส้ และยาประจำตัวที่ใช้เป็นประจำ
  3. เสื้อผ้า ต้องเตรียมเสื้อผ้าหลายชั้น เพราะอุณหภูมิจะแตกต่างกันมากระหว่างเชิงเขาและยอดเขา ควรมีแจ็กเก็ตกันหนาว หมวกไหมพรม ถุงมือ และรองเท้าที่เหมาะสำหรับการเดิน เพื่อความคล่องตัว
  4. ออกซิเจน ทั้งสองแห่งจะมีขายถังออกซิเจนขนาดเล็กสำหรับผู้ที่มีอาการหายใจลำบาก ราคาประมาณ 30 – 50 หยวนต่อถัง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

อ่านแล้วอยากออกเดินทาง?

เลือกโปรแกรมทัวร์ต่างประเทศจากทุกจุดหมาย พร้อมทีมงานดูแลตลอดทริป

ดูโปรแกรมทัวร์ทั้งหมด
ดูบทความทั้งหมด
arrow_upward

TRAVELZEED SALES TEAM

ติดต่อทีมงาน

ชื่อ

Turk (เติร์ก)

ชื่อจริง: ปฏิภัสสร์ คงสวัสดิ์

ชื่อ

NINI (นินิ)

ชื่อจริง: นิรมล นิพขันธ์

ชื่อ

Russia (รัสเซีย)

ชื่อจริง: อภิญญา อิ่มเพชร

ชื่อ

Toey (ใบเตย)

ชื่อจริง: จิราภา วงศ์ษา

ชื่อ

Lucky (ลัคกี้)

ชื่อจริง: สุภาวดี อมรวรวิทย์

ชื่อ

FAHSAI (ฟ้าใส)

ชื่อจริง: ศศิประภา แพเหล่า

ชื่อ

wiwwee (วิววี่)

ชื่อจริง: ฉัตรวีรา ผาจวง

ชื่อ

GOY (ก้อย)

ชื่อจริง: ณัฐพร กลิ่นสมเชื้อ

ชื่อ

Jorin (โจริญ)

ชื่อจริง: ณัฐวรรณ โนมะวงศ์

ชื่อ

KAB (เก็บ)

ชื่อจริง: สรัญทิพย์ ชุมแสงเยาวรัตน์

ชื่อ

Floke (โฟล์ค)

ชื่อจริง: รณพีธ์ วิทิตปัญญา

ชื่อ

Mameaw (มะเหมี่ยว)

ชื่อจริง: ขวัญฤดี พานทอง

ชื่อ

OU (อุ๊)

ชื่อจริง: กนกกร ลิมปรัชตกล