ทัวร์หุบเขาเทวดา โปรรูดมัดจำฟรี
- ราคาน้อย - มาก
- ราคามาก - น้อย
- ทัวร์ยอดนิยม
- ใกล้วันเดินทาง
• หรือคุณสามารถใช้กล่องค้นหาทางซ้ายมือเพื่อเลือกค้นหาทัวร์ที่ต้องการ
• ยังไม่เจอทัวร์ที่ใช่? ทีมงานของเราพร้อมช่วยหาให้ ทัก LINE หรือ FACEBOOK ได้เลย ยินดีช่วยเสมอครับ 😊
ทัวร์จีน หุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู่ 2569 หมู่บ้านริมผาสุดอลังการ
หุบเขาเทวดา (Wangxian Valley) หรือ วั้งเซียนกู่ เป็นหมู่บ้านริมหน้าผาที่มีความเป็นมามากกว่า 2,000 ปี โดยจะมีลักษณะเป็นหุบเขาที่ทอดยาวไปตามแนวสลับกับภูเขาหินปูน ซึ่งแต่เดิมแล้วที่นี่ไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก แต่หลังจากปี พ.ศ. 2554 ทางรัฐบาลได้เข้ามาปรับปรุงและฟื้นฟูที่นี่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เช่น ถนน ร้านค้า และร้านอาหาร ทำให้ที่นี่กลายเป็นที่เที่ยวระดับ 4A ของมณฑลเจียงซี ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามและเงียบสงบ
หุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู่ อยู่ที่ไหน?
หุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู่ ตั้งอยู่ในอำเภออันหยาง ที่เมืองซ่างเหรา (Shangrao) ในเขตปกครองตนเองชนชาติจ้วงหูหนาน ห่างจากตัวเมืองซ่างเหราไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 100 กิโลเมตร มณฑลเจียงซี ประเทศจีน
อุณหภูมิของหุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู่
มีอุณหภูมิแตกต่างกันไปตามฤดูกาล ดังนี้
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) อุณหภูมิประมาณ 10 - 20 องศาเซลเซียส
- ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) อุณหภูมิประมาณ 20 - 30 องศาเซลเซียส
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) อุณหภูมิ ประมาณ 10 - 20 องศาเซลเซียส
- ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อุณหภูมิประมาณ 0 - 10 องศาเซลเซียส
หุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู่ เที่ยวช่วงไหนดี?
ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ในระหว่างเดือนมีนาคม - พฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15 องศาเซลเซียส ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยวที่วั้งเซียนกู่ เนื่องจากอากาศเย็นสบาย ดอกไม้บานสะพรั่ง และใบไม้ต่างพากันเปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วงในช่วง กันยายน - พฤศจิกายน อีกทั้งสภาพอากาศในช่วงนี้จะไม่ค่อยแปรปรวน จึงทำให้เหมาะแก่การไปเที่ยวกลางแจ้งมาก
หุบเขาเทวดา วั้งเซียนกู่ 2569
ความพิเศษที่เขาวั้งเซียนกู่ คือ หมู่บ้านห้อยโบราณริมหน้าผา ที่สร้างเลียนแบบบ้านเหมือนกันกับเหล่านักพรตในอดีต บอกเลยว่าของจริง Unseen สุด ๆ ลักษณะจะเป็นบ้านหรือที่พักอาศัยที่แขวนติดอยู่กับเชิงผา นอกจากนี้ ยังเป็นที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มดั้งเดิมและมีการสร้างที่พักแบบโฮมสเตย์ทั้งในหมู่บ้านและแบบห้อยแขวนริมผาอีกด้วย ในตอนกลางคืนจะมีการเปิดไฟแสงสีรอบหมู่บ้าน จึงทำให้มีความสวยงามตระการตา ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดยอดนิยมในการมาถ่ายรูป และเหมาะสำหรับคนที่อยากมาสัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวบ้านแบบดั้งเดิมนั่นเอง
1. ชมหมู่บ้านห้อยผา

หุบเขาเทวดา เป็นจุดหนึ่งที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือ ในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ ปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือ เนื่องจากท้องฟ้ามืดสนิทและมีโอกาสเห็นแสงเหนือได้ชัดเจน นอกจากจะได้ชมแสงเหนือแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจเช่น ขับรถสโนว์โมบิล, ชมฟาร์มสุนัขฮัสกี้, และนั่งรถลากเลื่อนโดยกวางเรนเดียร์
2. วิวธรรมชาติ

อีกหนึ่งจุดเด่นของหุบเขาเทวดา คือ ที่แห่งนี้ถูกลายร้อมไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งต้นไม้เขียวชอุ่มและหน้าผาที่เหมือนอยู่ในเทพนิยาย แม่น้ำที่ไหลผ่านหุบเขา หรือน้ำตกหลงเฟิงที่สูงกว่า 100 เมตร อีกทั้งยังมีบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะแก่การมาพักผ่อนเพื่อหนีจากความวุ่นวาย ซึ่งในแต่ละฤดูก็จะมีบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป หากใครชอบธรรมชาติที่สวยงามและสงบ บอกเลยว่าที่นี่ถูกใจสายท่องเที่ยวธรรมชาติสุด ๆ
3. จุดถ่ายรูป

ที่เขาวั้งเซียนกู่ มีจุดให้แวะถ่ายรูปสวย ๆ มากมาย นอกจากวิวทิวทัศน์ของหมู่บ้านริมหน้าผาแล้ว ตกเย็นจะมีการเปิดไฟแสงสีทั่วทั้งหมู่บ้าน ทำให้ดูสวยมากไปอีกแบบต่างจากตอนกลางวัน จุดถ่ายรูปที่คนนิยมไปมากที่สุด คือ สะพานโค้งที่มีแม่น้ำไหลผ่านตรงกลาง เป็นจุดที่คนนิยมถ่ายรูปเพื่อนำไปลงโซเชียล บอกเลยว่าวิวทิวทัศน์ช่วงเย็นจนถึงกลางคืน สวยงามอลังการคุ้มค่าแก่การถ่ายรูปเก็บไว้เป็นความทรงจำจริง ๆ ใครที่กลัวว่ามาแล้วจะไม่ได้รูปสวย ๆ ที่นี่มีร้านเช่าชุดให้และยังมีช่างภาพให้ด้วย ใครที่ไม่ได้มาถ่ายรูปที่นี่ ถือว่ามาไม่ถึงนะ!
4. กิจกรรมช่วงกลางคืน

หากใครหิว ที่เขาวั้งเซียนกู่มีครบทั้ง ร้านอาหาร สตรีทฟู๊ด หรือจะเป็นผับ บาร์ ให้ทุกคนได้เลือกสรร แต่ถ้าไม่รู้จะไปไหน ขอแนะนำ Highlight ช่วงกลางคืนของที่นี่ เราสามารถไปที่จุดรวมพลของเขาวั้งเซียนกู่ได้ เพราะนอกจากจะมีการเปิดไฟเล่นแสงสีแล้ว ณ จุดรวมพล จะมีโชว์การแสดง การเต้น และมีการเชิญชวนจับมือกันไปเต้นรอบกองไฟ เริ่มตั้งแต่ประมาณ 2 – 3 ทุ่ม ซึ่งจะให้บรรยากาศที่สนุกสนามไปอีกแบบ รับรองว่าสิ่งนี้จะสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวแบบไม่มีวันลืมแน่นอน
การเดินทางไปยังวั้งเซียนกู่
วิธีการเดินทางไปยังหุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู่ ดังนี้
- เครื่องบิน - หากเดินทางมาลงที่สนามบิน Shangrao Sanqingshan Airport สามารถเดินทางต่อโดยรถบัสจากสนามบินไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารซ่างเหรา จากนั้นใช้บริการรถบัสหรือแท็กซี่ต่อไปยังหุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู่ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการเดินทางทั้งหมด
- รถไฟ - นั่งรถไฟความเร็วสูงไปลงสถานี Shangrao จากนั้นต่อรถบัสหรือรถแท็กซี่อีกประมาณ 1 ชั่วโมง
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) อุณหภูมิ ประมาณ 10 - 20 องศาเซลเซียส
- ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อุณหภูมิประมาณ 0 - 10 องศาเซลเซียส
ค่าเข้าชม
- ผู้ใหญ่: (จันทร์-ศุกร์) 100 หยวน / (วันหยุดสุดสัปดาห์) 120 หยวน
- เด็ก และ ผู้สูงอายุ: 60 หยวน
บทส่งท้าย
การเดินทางไปยังหุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู่ ไม่เพียงแค่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสกับความงดงามของหมู่บ้านริมผาสุดอลังการ แน่นอนว่าที่นี่จะกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและเติมเต็มความสุขให้กับการเดินทางของคุณอย่างแน่นอน หากใครสนใจไปเที่ยว ทาง Travelzeed มีโปรแกรมทัวร์หุบเขาเทวดา ทัวร์จีน ราคาดี คุ้มค่า พร้อมมอบประสบการณ์ดี ๆ ให้ทุกคนอยู่นะคะ