ทัวร์จิ่วจ้ายโกว
- ราคาน้อย - มาก
- ราคามาก - น้อย
- ทัวร์ยอดนิยม
- ใกล้วันเดินทาง
รวมข้อมูลอุทยานจิ่วจ้ายโกว 2569 สวรรค์แห่งธรรมชาติเมืองจีน
หุบเขาจิ่วจ้ายโกว (jiuzhaigou) เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเสฉวน ประเทศจีน มีจุดเด่นคือ ทิวทัศน์ที่งดงาม ทั้งป่าไม้หลากสี ทะเลสาบที่เงียบสงบ และนํ้าตกที่งดงาม จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี 1992 โดยคําว่า “จิ่วจ้ายโกว” ในภาษาจีนหมายถึง ธารน้ำเก้าหมู่บ้าน เนื่องจากในอดีตมีหมู่บ้านของชาวทิเบตอยู่ 9 แห่ง ด้วยความพิเศษหลาย ๆ อย่าง ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องไปเยี่ยมชมสำหรับนักท่องเที่ยวมากมายที่รักธรรมชาติและต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่น่าทึ่งที่สุดแห่งหนึ่งของจีน
เที่ยวจิ่วจ้ายโกวช่วงไหนดี
หากใครยังไม่รู้ว่าจะเที่ยวจิ่วจ้ายโกว ควรไปเดือนไหนดี มีหิมะตกเดือนไหน และใบไม้เปลี่ยนสีช่วงไหน ที่นี่มีคําตอบ โดยที่นี่จะมี 4 ฤดูกาลดังนี้ค่ะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) โดยจะมีอุณอุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4 - 24°C ในช่วงนี้มีอากาศเย็นสบาย ดอกไม้บาน พืชพรรณสีเขียวสดใส ทะเลสาบสีฟ้าครามงดงาม เหมาะกับกการล่องเรือ ตกปลา และพักผ่อนเป็นอย่างมากค่ะ
- ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) โดยจะมีอุณอุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15 - 29°C ในช่วงนี้เป็นช่วงที่จะได้พบกับพืชพรรณเขียวชอุ่ม ดอกไม้บานสะพรั่ง และสภาพอากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับการสำรวจกลางแจ้ง สัมผัสกับความงามตามธรรมชาติ
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) โดยจะมีอุณอุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9 - 23°C ในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดเนื่องจากเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี เหมาะกับการชมวิวทิวทัศน์ของใบไม้หลากสีที่ตัดกับสีทะเลสาบได้อย่างลงตัว โดยในช่วงเดือนตุลาคมถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวจิ่วจ้ายโกว เนื่องจากมีสีสันที่สวยเป็นพิเศษ
- ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) โดยจะมีอุณอุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ -2 - 14°C ในช่วงนี้มีอากาศค่อนข้างหนาว มีนักท่องเที่ยวไม่มาก จึงเหมาะแก่สายท่องเที่ยวที่ชอบความสงบ ชมความงามตามธรรมชาติของต้นไม้ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะจนกลายเป็นสีขาวโพลน แถมยังสามารถเข้าไปเล่นสกีได้ด้วยนะ
จุดท่องเที่ยวไฮไลท์ในจิ่วจ้ายโกว 2569
1. ทะเลสาบดอกไม้ห้าสี - อู๋ฮวาไห่ (Five Flower Lake - Wuhua Hai)

ทะเลสาบดอกไม้ห้าสี - อู๋ฮวาไห่ (Five Flower Lake - Wuhua Hai) เป็นทะเลสาบมีชื่อเสียงในเรื่องของน้ำทะเลที่ใสดุจคริสตัล จากสาหร่ายหลากสีสัน และแหล่งแร่ธรรมชาติที่ทำให้เกิดสีสันที่แตกต่างกันถึงห้าสี กลายเป็นภาพสะท้อนสะท้อนกับป่าไม้ที่สวยงาม โดยในช่วงฤดูหนาวที่ต้นไม้ต่างปกคลุมไปด้วยหิมะ จะยิ่งสวยเป็นพิเศษเลยค่ะ ในวัฒนธรรมทิเบตเชื่อว่านี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ที่เหล่าเทพธิดามาอาบน้ำ ซึ่งเป็นการเพิ่มมิติทางจิตวิญญาณให้กับความงามอันน่าหลงใหลได้อย่างอัศจรรย์
2. นํ้าตกโนริรัง (Nuorilang Waterfall)

น้ําตกโนริรัง (Nuorilang Waterfall) เป็นหนึ่งในน้ำตกที่ใหญ่และกว้างที่สุดในจิ่วจ้ายโกว โดยน้ำตกแห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม และภูเขาสูงตระหง่าน จึงทําให้เป็นที่นิยมสําหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่างภาพที่เข้ามาถ่ายภาพบรรยากาศความงดงามของสถานที่แห่งนี้
3. ทะเลสาบยาว (Long Lake - Chang Hai)

ทะเลสาบยาว (Long Lake - Chang Hai) เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในจิ่วจ้ายโกว โดยมีความยาวประมาณ 7.5 กิโลเมตร และขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสีฟ้าเข้มและยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนจะสะท้อนถึงความเขียวขจีของต้นไม้และดอกไม้ที่เบ่งบาน ในขณะที่ในฤดูใบไม้ร่วงทะเลสาบจะถูกรายล้อมไปด้วยใบไม้สีทอง ในส่วนฤดูหนาวทะเลสาบจะเปลี่ยนเป็นพื้นน้ำแข็ง
4. น้ำตกธารไข่มุก (Pearl Shoal Waterfall)

น้ำตกธารไข่มุก (Pearl Shoal Waterfall) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าทึ่งแห่งหนึ่งภายในหุบเขาจิ่วจ้ายโกว โดยเป็นน้ำตกที่มีขนาดกว้าง ขึ้นชื่อในเรื่องน้ำตกที่ลดหลั่นเป็นชั้น มาพร้อมกับสายน้ำที่ไหลเชี่ยวไปตามแนวหิน ทำให้เกิดบรรยากาศที่ตระกาลตา มีหมอกจาง ๆ และสภาพอากาศที่นั้นก็ยังร่มรื่นมากอีกด้วย
5. หุบเขาไรซ์ (Rize Valley)

หุบเขาไรซ์ (Rize Valley) เป็นหุบเขาที่มีชายหาด แม่นํ้า และยังมีนํ้าตกอยู่ในบริเวณใกล้เคียง มีชื่อเสียงในด้านป่าไม้หลากสีสันและพืชพรรณนานาชนิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก เนื่องจากใบไม้ที่เปลี่ยนสี ร่วงและลอยไปตามแม่นํ้า สร้างบรรยากาศชวนหลงใหล
6. หุบเขาซูเจิง (Shuzheng Valley)

หุบเขาซูเจิง (Shuzheng Valley) เป็นหุบเขาที่มีลำธาร บ่อน้ำ และป่าไม้ที่งดงามราวภาพวาด เนื่องจากเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ จึงเต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด เป็นหนึ่งในพื้นที่อันน่าหลงใหลภายในหุบเขาจิ่วไจ้โกว เหมาะกับกิจกรรมเดินป่า ชมความงามตามธรรมชาติมาก ๆ ค่ะ อีกทั้งยังมี หมู่บ้านซูเจิง หนึ่งใน 9 หมู่บ้านแห่งจิ่วจ้ายโกว ที่เก่าแก่ของชาวทิเบตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
7. หุบเขาจารู (Zharu Valley)

หุบเขาจารู (Zharu Valley) เป็นหนึ่งในหุบเขาที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก มีนักท่องเที่ยวน้อย จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่าที่อื่น ๆ โดยจุดเด่นของที่นี่คือ คุณอาจจะได้พบกับสัตว์หายาก อย่างเช่น ลิงสีทอง นกนานาพันธุ์ และแม้แต่หมีแพนด้า โดยการเข้าไปยังสถานที่นี้คุณอาจจะต้องมีไกด์นําทาง หรือไปกับคนท้องถิ่นเพื่อความปลอดภัยนั่นเองค่ะ
8. หวงหลง (Huanglong Scenic)

หวงหลง (Huanglong Scenic) เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงจากสระน้ำหินปูนและขั้นบันไดหินปูนที่มีลักษณะคล้ายมังกรทอง ซึ่งก่อตัวขึ้นมานานกว่าพันปีจากการสะสมของแคลเซียมคาร์บอเนตจากน้ำพุร้อน โดยที่ด้านบนสุดของพื้นที่นี้ยังมีวัด Huanglong ซึ่งเป็นวัดพุทธแบบทิเบตที่มีอายุย้อนไปถึงสมัยราชวงศ์หมิง เหมาะแก่การมาชมวัดโบราณที่เงียบสงบมาก ๆ ค่ะ
9. ทะเลสาบนกยูง (Peacock Lake)

ทะเลสาบนกยูง (Peacock Lake) เนื่องจากเป็นทะเลสาบที่มีรูปร่างคล้ายกับนกยูง จึงเป็นที่มาของชื่อทะเลสาบนี้ จุดเด่นของที่นี่ก็คือ ทะเลสาบแห่งนี้มีสีนํ้าที่ใสมากราวกับคริสตัล แล้วก็ไล่สีไปยังสีฟ้าเข้มและอ่อนโดยขึ้นอยู่กับระดับความลึกของน้ำ จึงเป็นความพิเศษอย่างหนึ่งที่ทําให้ที่นี่เป็นที่สนใจ
10. ทะเลสาบแรด (Rhino Lake)

ทะเลสาบแรด (Rhino Lake) เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองในอุทยานจิ่วจ้ายโกว มีน้ำในทะเลสาบที่ใสจนสะท้อนให้เห็นวิวธรรมชาติโดยรอบ เนื่องจากมีบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล จึงเป็นสถานที่นิยมสําหรับนักท่องเที่ยว แนะนําให้มาช่วงเช้านะคะ จะได้ภาพบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นสะท้อนกับเเม่นํ้า สวยงามมากค่ะ
สิ่งควรรู้ก่อนไปจิ่วจ้ายโกว
- การเข้าไปยังอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว จําเป็นจะต้องซื้อตั๋วด้วย โดยราคาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับฤดูกาล ซึ่งสามารถซื้อได้ที่ทางเข้าสวนสาธารณะหรือจองผ่านทางออนไลน์
- เวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมจิ่วไจ้โกวคือฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศอบอุ่นสบาย และมีทิวทัศน์ที่งดงาม จึงควรวางเเผนล่วงหน้า เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ
- เนื่องจากมีอากาศที่หลากหลาย จึงแนะนําว่าควรเตรียมเป็นอย่างดี ทั้งเสื้อกันหนาว เสื้อแจ็คเก็ตกันน้ำ รองเท้าที่แข็งแรงสำหรับการเดิน ครีมกันแดด หรือหมวกสำหรับป้องกันแสงแดดในฤดูร้อน
- อุทยานจิ่วจ้ายโกวตั้งอยู่ที่ระดับความสูงตั้งแต่ 2,000 ถึง 4,500 เมตร จึงอาจะทําให้รู้สึกปวดศีรษะหรือหายใจไม่สะดวกสําหรับคนที่ขึ้นไปพื้นที่สูง ๆ อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะคะ