
ทัวร์นอร์เวย์ 2569ดินแดนแห่งฟยอร์ด แสงเหนือ และธรรมชาติสุดอลังการ
คุณกำลังมองหาจุดหมายที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์และน่าตื่นตาตื่นใจอยู่หรือป่าว? ถ้าใช่ วันนี้ Travelzeed ขอแนะนำ ทัวร์นอร์เวย์ เป็นตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม ประเทศนอร์เวย์นั้นขึ้นชื่อเรื่องภูมิประเทศมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น ฟยอร์ด ภูเขาหิมะ แสงเหนือ และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน การเที่ยวนอร์เวย์จึงไม่ใช่แค่การเดินทางไปเยือนประเทศหนึ่งในยุโรปเหนือ แต่คือการสัมผัสประสบการณ์แห่งความสวยงาม และความอลังการของธรรมชาติอย่างแท้จริง
ทำความรู้จัก นอร์เวย์ กัน

นอร์เวย์ หรือ ราชอาณาจักรนอร์เวย์ (Kingdom of Norway) เป็นประเทศในแถบยุโรปเหนือ มีพรมแดนติดกับสวีเดน ฟินแลนด์ และรัสเซีย
เมืองหลวงคือ ออสโล (Oslo) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการเมือง วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ
สกุลเงินที่ใช้ คือ โครนนอร์เวย์ (NOK)
ภาษาราชการคือ ภาษานอร์เวย์ แต่คนส่วนใหญ่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี
ประเทศนี้มีระบบสวัสดิการที่ดีเยี่ยม ประชากรประมาณ 5.5 ล้านคน และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกเลยนะ
วัฒนธรรมเด่น
นอร์เวย์มีวัฒนธรรมที่เน้นความเรียบง่ายและความกลมกลืนกับธรรมชาติ วิถีชีวิตแบบ ฟรี-ลูฟท์-ลิฟ (Friluftsliv) เป็นคำจากภาษาสแกนดิเนเวีย (นอร์เวย์, สวีเดน) ที่แปลว่า การใช้ชีวิตกลางแจ้ง เป็นปรัชญาที่เน้นการใช้ชีวิตและทำกิจกรรมในธรรมชาติ เช่น เดินป่า ตกปลา เล่นสกี แม้จะเป็นฤดูหนาวที่หนาวจัดก็ตาม
ความเท่าเทียมทางเพศและเสรีภาพส่วนบุคคลก็เป็นสิ่งที่สังคมนอร์เวย์ให้ความสำคัญ และมักสะท้อนผ่านระบบการศึกษาและกฎหมายต่าง ๆ
เรื่องน่ารู้ก่อนเดินทางไปนอร์เวย์
- คนไทยต้องขอ วีซ่าเชงเก้น ก่อนเดินทาง
- ค่าครองชีพค่อนข้างสูง ควรวางแผนงบประมาณให้ดี
- ร้านค้าเกือบทั้งหมดรับบัตรเครดิต ไม่ต้องพกเงินสดมาก
- แอปแนะนำ: Vy (จองรถไฟ), Entur (ขนส่งสาธารณะ), Norway Lights (พยากรณ์แสงเหนือ)
- ห้องน้ำบางแห่งมีค่าบริการ ควรพกเหรียญเผื่อไว้
- ถ้าจะขอคืนภาษี (Tax Free) ต้องซื้อสินค้าเกิน 315 NOK และแสดงพาสปอร์ตเพื่อขอแบบฟอร์มที่ร้านค้า
ช่วงเวลาที่เหมาะไปเที่ยวนอร์เวย์
นอร์เวย์เป็นประเทศที่มีความงดงามในทุกฤดู ไม่ว่าคุณจะเป็นสายธรรมชาติ ชอบแสงเหนือ หรืออยากสัมผัสบรรยากาศสแกนดิเนเวียแบบแท้จริง การเลือกช่วงเวลาเดินทางไป เที่ยวนอร์เวย์ ให้เหมาะกับสไตล์การเที่ยวของคุณจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก
-
ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม)
ช่วงเวลานี้เป็นฤดูที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุด เพราะอากาศอบอุ่นและมีแสงแดดยาวนาน โดยเฉพาะทางตอนเหนือที่พระอาทิตย์แทบไม่ตกดิน หรือที่หลายคนเรียกกันว่า พระอาทิตย์เที่ยงคืน (Midnight Sun) ทำให้สามารถออกไปเดินเล่น ปีนเขา หรือถ่ายรูปกลางแจ้งได้ถึงเที่ยงคืน อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 15 - 25°C บางวันอาจแตะ 28°C ในเมืองทางใต้ ฟยอร์ดและหมู่เกาะ Lofoten เต็มไปด้วยสีเขียวสดและน้ำทะเลสีฟ้าใส เหมาะสำหรับการล่องเรือและเดินป่าแบบสบาย ๆ
-
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – มีนาคม)
สำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันจะเห็น แสงเหนือ (Aurora Borealis) ฤดูหนาวคือตัวเลือกที่ดีที่สุด โดยเฉพาะในเมือง Tromsø, Alta หรือ Svalbard ที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือได้บ่อย อากาศในช่วงนี้หนาวจัด โดยเฉพาะในภาคเหนือ อุณหภูมิเฉลี่ย -5°C ถึง -20°C (ขึ้นอยู่กับภูมิภาค) เหมาะกับการเล่นสกี ลากเลื่อนสุนัข พักผ่อนในกระท่อมไม้กลางหิมะ หรือแช่น้ำอุ่นกลางธรรมชาติแบบนอร์ดิก เหมาะกับสายโรแมนติกและคนรักอากาศหนาว
-
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม)
แม้จะเป็นช่วง shoulder season ที่นักท่องเที่ยวไม่มาก แต่นี่คือฤดูที่ธรรมชาติของนอร์เวย์สวยงามที่สุดอีกช่วงหนึ่ง ใบไม้เปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีเหลือง แดง ส้มทั่วทั้งหุบเขาและภูเขา อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 5–15°C อากาศเย็นกำลังดี ไม่หนาวเกินไป เหมาะกับการเดินป่าชมวิว ถ่ายรูป และขับรถชมเส้นทางฟยอร์ดในบรรยากาศที่สงบและโรแมนติกมาก ๆ
-
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม)
เมื่อหิมะเริ่มละลายและธรรมชาติกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ฤดูใบไม้ผลิในนอร์เวย์ก็เปรียบเสมือนการเริ่มต้นใหม่ ภูเขาเริ่มเผยให้เห็นยอดหิมะสีขาวสลับกับทุ่งหญ้าเขียวขจี ดอกไม้ป่าหลากสีเริ่มผลิบาน อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 5–15°C (อากาศอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ จากปลายมีนาคมถึงพฤษภาคม) เหมาะสำหรับการเดินป่า ปั่นจักรยาน และชมความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอย่างน่าประทับใจ
อาหารขึ้นชื่อของนอร์เวย์
อาหารนอร์เวย์ขึ้นชื่อเรื่องความเรียบง่ายแต่ใช้วัตถุดิบสดใหม่และคุณภาพสูง โดยเฉพาะวัตถุดิบจากทะเลและภูเขา มีรสชาติเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร และบางเมนูมีประวัติความเป็นมายาวนาน:
- แซลมอนหมัก (Gravlaks) – ปลาแซลมอนสดหมักกับเกลือ น้ำตาล และผักชีลาว รสชาติออกเค็มอมเปรี้ยว หอมสมุนไพร มักเสิร์ฟกับซอสมัสตาร์ดหรือขนมปัง
- ลูกชิ้นเนื้อนอร์เวย์ (Kjøttkaker) – เมนูพื้นบ้านคล้ายมีตบอลขนาดใหญ่ ทำจากเนื้อบดปรุงรส เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบด ซอสเกรวี่ และผักต้ม
- ชีสน้ำตาล (Brunost) – ชีสสีน้ำตาลทำจากนมแพะหรือนมวัวเคี่ยวจนคาราเมลขึ้น รสหวานมัน เนื้อเหนียว เป็นของว่างยอดนิยม มักทานกับขนมปังหรือแครกเกอร์
- ปลาแห้งลอฟโฟเทน (Dried fish / Tørrfisk) – ปลาคอดตากแห้งตามธรรมชาติจากหมู่เกาะ Lofoten เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ส่งออกที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ มีรสเค็ม เนื้อแน่น เคี้ยวมัน
- ปลาหมักดอง (Rakfisk) – ปลาเทราต์หมักเกลือและหมักในถังไม้หลายเดือน กลิ่นแรงมากแต่เป็นอาหารดั้งเดิมของชาวนอร์เวย์ มักกินแบบไม่ปรุงผ่านความร้อน
กิจกรรมยอดนิยมที่ต้องทำเมื่อไปนอร์เวย์
นอร์เวย์เป็นประเทศที่มีกิจกรรมกลางแจ้งหลากหลายและน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเที่ยวฤดูไหนก็มีสิ่งพิเศษรอคุณอยู่:
- ล่าแสงเหนือ (Aurora Hunting) : กิจกรรมยอดนิยมในฤดูหนาว โดยเฉพาะที่เมือง ทรอมโซ (Tromsø) และ อัลตา (Alta) ซึ่งเป็นจุดชมแสงเหนือที่มีโอกาสเห็นสูงและท้องฟ้าเปิดบ่อย
- ล่องเรือชมฟยอร์ด (Fjord Cruise) : การล่องเรือผ่านฟยอร์ดที่งดงาม เช่น ซองเนอฟยอร์ด (Sognefjord) และ ไกแรงเกอร์ฟยอร์ด (Geirangerfjord) เพื่อชมภูเขา น้ำตก และหมู่บ้านริมผาน้ำแบบใกล้ชิด
- ปีนเขาชมวิว (Hiking at Trolltunga or Preikestolen) : เส้นทางเดินขึ้นภูเขา ทรอลทุงกา (Trolltunga) และ พรีเกสโตเลน (Preikestolen) เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เหมาะกับผู้ที่ชอบความท้าทาย
- ขับรถชมวิวเส้นทางมหาสมุทรแอตแลนติก (Atlantic Ocean Road Drive) : ถนนริมทะเลที่เชื่อมเกาะเล็ก ๆ ด้วยสะพานโค้งสวยงาม ติดอันดับหนึ่งในเส้นทางขับรถที่สวยที่สุดในโลก
- เล่นสกี (Skiing at Trysil or Hemsedal) : สนุกกับกิจกรรมฤดูหนาวในรีสอร์ตยอดฮิตอย่าง ทริซิล (Trysil) และ เฮมเซดาล (Hemsedal) ที่มีลานสกีเหมาะกับทั้งมือใหม่และมืออาชีพ
- พักกระท่อมไม้กลางป่า (Cabin Stay in the Forest) : สัมผัสชีวิตแบบชาวนอร์เวย์แท้ ๆ ด้วยการพักใน คาบิน (Cabin) กลางธรรมชาติ ฟังเสียงลม น้ำตก และจิบกาแฟเงียบ ๆ ท่ามกลางบรรยากาศสุดสงบ
10 สถานที่ท่องเที่ยวในนอร์เวย์ ห้ามพลาด!!
1. ไกแรงเกอร์ฟยอร์ด (Geirangerfjord)
ไกแรงเกอร์ฟยอร์ด (Geirangerfjord) คือหนึ่งในฟยอร์ดที่มีชื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกจาก UNESCO ด้วยทัศนียภาพอันงดงามราวภาพวาด ฟยอร์ดแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ ใกล้กับเมืองเล็ก ๆ ที่ชื่อว่าไกแรงเกอร์ (Geiranger) จุดเด่นของที่นี่คือ หน้าผาสูงชันที่โอบล้อมผืนน้ำสีฟ้าใส และมีน้ำตกไหลลงมาจากยอดเขาอย่างยิ่งใหญ่ เช่น น้ำตกเซเว่นซิสเตอร์ส (Seven Sisters) และ น้ำตกสุภาพบุรุษ (The Suitor) ที่ไหลลงมาประจันหน้ากันอย่างงดงาม
2. ทรอลทุงกา (Trolltunga)
ทรอลทุงกา (Trolltunga) หรือแปลตรงตัวว่า “ลิ้นของโทรลล์” เป็นหน้าผาหินที่ยื่นออกมาจากภูเขาเหนือหุบเขา ริงเกอดัลสวัตเนต (Ringedalsvatnet) ในเขตเมือง ออดดา (Odda) ทางตะวันตกของประเทศนอร์เวย์ จุดนี้ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,100 เมตร และยื่นออกมาจากหน้าผาสูงถึง 700 เมตร ทำให้เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ท้าทายและสวยงามที่สุดในโลก
การเดินขึ้นไปยัง ทรอลทุงกา (Trolltunga) เป็นเส้นทางเดินป่าระยะไกลที่ต้องใช้เวลาไป-กลับประมาณ 10–12 ชั่วโมง (ประมาณ 27 กิโลเมตร) เหมาะสำหรับผู้ที่มีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและอุปกรณ์ โดยควรไปในช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน–กันยายน) ซึ่งเป็นช่วงที่ปลอดภัยที่สุด เนื่องจากเส้นทางไม่ปกคลุมด้วยหิมะ เมื่อขึ้นไปถึงยอด นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปยืนหรือนั่งบน “ลิ้นหิน” ที่ยื่นออกมาจากหน้าผา พร้อมชมวิวเบื้องล่างของทะเลสาบและภูเขาโดยรอบที่งดงามตระการตา ถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตของสายธรรมชาติและนักปีนเขาทั่วโลก
📌 หมายเหตุ: ควรเริ่มออกเดินทางตั้งแต่เช้า พกอาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์กันฝนให้พร้อม รวมถึงตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
3. เกาะลอฟโฟเทน (Lofoten Islands)
ลอฟโฟเทน (Lofoten Islands) คือหมู่เกาะอันเงียบสงบและสวยงามที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ ภายในเขตจังหวัดนูร์ลัน (Nordland) หมู่เกาะแห่งนี้มีลักษณะภูมิประเทศโดดเด่นด้วยภูเขาหินแหลม ทะเลสีฟ้าเข้ม และหมู่บ้านชาวประมงที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์แบบดั้งเดิมเอาไว้ แม้จะตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล แต่ลอฟโฟเทนมีอุณหภูมิอบอุ่นกว่าที่คาด เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี โดยช่วง ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) จะเป็นฤดูกาลชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน (Midnight Sun) ส่วนฤดูหนาว (พฤศจิกายน–มีนาคม) เป็นเวลาทองในการชมแสงเหนือ (Aurora Borealis)
4. เบอร์เกน (Bergen)
เบอร์เกน (Bergen) เป็นเมืองท่าที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศนอร์เวย์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ รายล้อมด้วยภูเขาสูงและฟยอร์ดที่งดงาม เมืองนี้ได้รับฉายาว่า "ประตูสู่ฟยอร์ด" (Gateway to the Fjords) เพราะเป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยมในการเดินทางไปชม ซองเนอฟยอร์ด (Sognefjord) และ ไกแรงเกอร์ฟยอร์ด (Geirangerfjord) หนึ่งในไฮไลต์ของเบอร์เกนคือย่าน บริกเกน (Bryggen) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารไม้หลากสีริมท่าเรือ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO สะท้อนประวัติศาสตร์ยุคการค้าแบบฮันเซียติก (Hanseatic League) ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังสามารถนั่งรถราง ฟลอเยนบาเนน (Fløibanen) ขึ้นไปยังยอดเขา ฟลอเยน (Mount Fløyen) เพื่อชมวิวพาโนรามาของเมืองแบบเต็มตา หรือเลือกเดินเล่นในตลาดปลา ท่าเรือ และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของชีวิตชาวนอร์เวย์
5. ออสโล (Oslo)
ออสโล (Oslo) คือเมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ และเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของนอร์เวย์ ติดชายฝั่งทะเล มีทั้งบรรยากาศเมืองใหญ่ที่ทันสมัย และความเงียบสงบของธรรมชาติรายรอบ
หนึ่งในสถานที่สำคัญคือ โอเปร่าเฮาส์ออสโล (Oslo Opera House) อาคารสีขาวที่ดีไซน์ทันสมัยริมอ่าวที่คุณสามารถเดินขึ้นไปบนหลังคาเพื่อชมวิวเมืองได้ นอกจากนี้ยังมี พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง (Viking Ship Museum) ที่จัดแสดงซากเรือไวกิ้งจริงอายุกว่าพันปี และ สวนประติมากรรมวีเกอลันด์ (Vigeland Park) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีรูปปั้นกว่า 200 ชิ้น แสดงอารมณ์มนุษย์อย่างลึกซึ้ง
6. พรีเกสโตเลน (Preikestolen)
พรีเกสโตเลน (Preikestolen) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “แท่นเทศน์ของนักบวช” (The Pulpit Rock) เป็นหน้าผาหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเป็นแผ่นราบยื่นออกไปเหนือฟยอร์ด ไลเซฟยอร์ด (Lysefjord) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนอร์เวย์ เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่โด่งดังที่สุดของประเทศ หน้าผานี้มีความสูงประมาณ 604 เมตร จากระดับน้ำทะเล และเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไป เที่ยวนอร์เวย์ เพราะวิวเบื้องล่างที่มองเห็นฟยอร์ดสีฟ้าเข้ม ท่ามกลางขุนเขาสลับซับซ้อนนั้นงดงามจนแทบหยุดหายใจ การเดินขึ้น พรีเกสโตเลน (Preikestolen) ใช้เวลาประมาณ 4–5 ชั่วโมง (ไป-กลับ) ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เหมาะกับนักเดินป่าระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง เส้นทางมีทั้งทางชันและพื้นหิน แต่จัดการได้ไม่ยากสำหรับคนทั่วไป
7. เส้นทางแอตแลนติกโอเชียน (Atlantic Ocean Road)
เส้นทางแอตแลนติกโอเชียน (Atlantic Ocean Road) หรือที่เรียกในภาษานอร์เวย์ว่า แอตลันเทอร์ฮาฟเวียน (Atlanterhavsveien) คือถนนสายเลียบทะเลที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในถนนที่สวยที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในภูมิภาค เมอเรอ็อกรูมสดาล (Møre og Romsdal) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศนอร์เวย์ (Norway) ถนนสายนี้มีความยาวประมาณ 8.3 กิโลเมตร เชื่อมเกาะเล็ก ๆ หลายแห่งเข้าด้วยกันด้วยสะพานโค้ง 8 แห่ง โดยจุดที่โดดเด่นที่สุดคือ สะพานสตอร์เซซุนเด็ต (Storseisundet Bridge) ซึ่งมีรูปร่างโค้งแปลกตาเหมือนคลื่นทะเล ก่อให้เกิดมุมมองสุดน่าทึ่ง โดยเฉพาะในวันที่ทะเลมีคลื่นแรงหรือแสงแดดส่องกระทบพื้นผิวสะพาน
8. ทรอมโซ (Tromsø)
ทรอมโซ (Tromsø) เป็นเมืองหลักในเขตอาร์กติกของประเทศนอร์เวย์ (Norway) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการชม แสงเหนือ (Aurora Borealis) ด้วยตำแหน่งที่อยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล (Arctic Circle) ทำให้ทรอมโซกลายเป็น "เมืองหลวงแห่งแสงเหนือ" ของยุโรปเหนือ ในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน–มีนาคม) เมืองนี้จะมีโอกาสเห็นแสงเหนือบ่อยโดยมี ทัวร์ล่าแสงเหนือ ทั้งแบบขับรถ สโนว์โมบิล หรือแม้แต่ลากเลื่อนสุนัข (Dog Sledding) ให้เลือกมากมาย และในช่วงกลางฤดูร้อน (พฤษภาคม–กรกฎาคม) ยังสามารถชม พระอาทิตย์เที่ยงคืน (Midnight Sun) ได้อีกด้วย สถานที่น่าสนใจในทรอมโซ ได้แก่ มหาวิหารอาร์กติก (Arctic Cathedral), กระเช้าลอยฟยอร์ดสเตน (Fjellheisen Cable Car), พิพิธภัณฑ์โพลาร์ (Polar Museum), และท่าเรือและย่านเมืองเก่า
9. ซองเนอฟยอร์ด (Sognefjord)

ซองเนอฟยอร์ด (Sognefjord) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ราชาแห่งฟยอร์ด” (King of the Fjords) เป็นฟยอร์ดที่ยาวและลึกที่สุดในประเทศนอร์เวย์ (Norway) และยังเป็นหนึ่งในฟยอร์ดที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย ตั้งอยู่ในภูมิภาค เวสต์แลนด์ (Vestland) ทางตะวันตกของประเทศ มีความยาวกว่า 204 กิโลเมตร และลึกถึง 1,300 เมตร ในบางจุด โดยมีแนวภูเขาสูงชัน น้ำตก และหมู่บ้านน่ารักอยู่เรียงรายตามสองฝั่ง เช่น หมู่บ้านแฟลม (Flåm) และ กูดวังเกน (Gudvangen) ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นของการล่องเรือชมฟยอร์ดยอดนิยม หนึ่งในประสบการณ์ไฮไลต์คือการล่องเรือชมวิวผ่านช่วงแคบของ นาร์โรยฟยอร์ด (Nærøyfjord) ซึ่งเป็นสาขาของซองเนอฟยอร์ด และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถนั่ง รถไฟสายแฟลม (Flåmsbana) หนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดในโลก ที่พาคุณวิ่งผ่านภูเขา น้ำตก และหมู่บ้านท่ามกลางหุบเขาอันงดงาม
10. หมู่บ้านเรอิเน (Reine)

หมู่บ้านเรอิเน (Reine) คือหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในหมู่เกาะโลโฟเทน (Lofoten Islands) ทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ (Norway) ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่มีวิวสวยที่สุดในนอร์เวย์ และเป็นโลเคชันในฝันของนักถ่ายภาพจากทั่วโลก จุดเด่นของ เรอิเน คือทัศนียภาพที่สวยงามราวภาพวาด ด้วยบ้านไม้สีแดงสดแบบนอร์เวย์ที่เรียกว่า “รอร์บุ (Rorbu)” ตั้งอยู่ริมชายฝั่งตัดกับพื้นหลังเป็นภูเขาสูงตระหง่านและฟยอร์ดน้ำใสสีฟ้าอมเขียว ในฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลุมเพิ่มความโรแมนติก ส่วนฤดูร้อนก็จะเต็มไปด้วยแสงแดดและความเขียวชอุ่ม
บทส่งท้าย
นอร์เวย์ไม่ใช่แค่ประเทศธรรมดา แต่เป็นดินแดนแห่งแรงบันดาลใจที่ทุกคนควรไปเยือนสักครั้งในชีวิต ทัวร์นอร์เวย์ จึงเป็นคำตอบของนักเดินทางที่หลงรักธรรมชาติ วัฒนธรรม และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ เที่ยวนอร์เวย์ครั้งเดียว…อาจทำให้คุณตกหลุมรักตลอดไป
ทัวร์กัมพูชา
ทัวร์กาตาร์
ทัวร์คาซัคสถาน
ทัวร์คีร์กีซสถาน
ทัวร์จอร์แดน
ทัวร์จีน
ทัวร์ญี่ปุ่น
ทัวร์ทาจิกิสถาน
ทัวร์ทิเบต
ทัวร์บังกลาเทศ
ทัวร์ปากีสถาน
ทัวร์พม่า
ทัวร์ฟิลิปปินส์
ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์มองโกเลีย
ทัวร์มัลดีฟส์
ทัวร์มาเก๊า
ทัวร์มาเลเซีย
ทัวร์ลาว
ทัวร์ศรีลังกา
ทัวร์สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ทัวร์สิงคโปร์
ทัวร์อินเดีย
ทัวร์อินโดนีเซีย
ทัวร์อิหร่าน
ทัวร์อุซเบกิสถาน
ทัวร์ฮ่องกง
ทัวร์เกาหลีใต้
ทัวร์เนปาล
ทัวร์เวียดนาม
ทัวร์ไต้หวัน
ทัวร์ไทย
ทัวร์กรีซ
ทัวร์จอร์เจีย
ทัวร์ตุรกี
ทัวร์นอร์เวย์
ทัวร์บัลแกเรีย
ทัวร์ฝรั่งเศส
ทัวร์ฟินแลนด์
ทัวร์รัสเซีย
ทัวร์สกอตแลนด์
ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์
ทัวร์สวีเดน
ทัวร์สาธารณรัฐเช็ก
ทัวร์สเปน
ทัวร์ออสเตรีย
ทัวร์อังกฤษ
ทัวร์อาร์เมเนีย
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์ฮังการี
ทัวร์เซอร์เบีย
ทัวร์เดนมาร์ก
ทัวร์เนเธอร์แลนด์
ทัวร์เบลารุส
ทัวร์เยอรมนี
ทัวร์โครเอเชีย
ทัวร์โปรตุเกส
ทัวร์โปแลนด์
ทัวร์โรมาเนีย
ทัวร์ไอซ์แลนด์
ทัวร์ไอร์แลนด์
ทัวร์กรีนแลนด์
ทัวร์นิวซีแลนด์
ทัวร์บราซิล
ทัวร์ยูกันดา
ทัวร์ลิเบีย
ทัวร์สหรัฐอเมริกา
ทัวร์ออสเตรเลีย
ทัวร์อาร์เจนตินา
ทัวร์อียิปต์
ทัวร์เปรู
ทัวร์แคนาดา
ทัวร์แอฟริกาใต้
ทัวร์โมรอคโค









