× Business License
search ค้นหาทัวร์
ค้นหาทัวร์
close
globe_location_pin
location_on
calendar_month
flight_takeoff
flight_land
travel_luggage_and_bags
flight
sunny
calendar_today




Our Service

ทัวร์ตุรกี การบินไทย

(แสดงผล 1 รายการ)
เรียงตาม keyboard_arrow_down
  • ราคาน้อย - มาก
  • ราคามาก - น้อย
  • ทัวร์ยอดนิยม
  • ใกล้วันเดินทาง
hotel_class โรงแรม 5 ดาว
restaurant อาหาร 25 มื้อ
icon
ไฮไลท์: ปราสาทปุยฝ้ายอันตัลยา ปามุคคาเล่ ล่องเรืออันตัลยา
icon
เที่ยว: อิสตันบลู – ชานัคคาเล – ทรอย – ชมม้าไม้เมืองทรอย – ไอยวาริค - ไอยวาริค – เอเฟซุส – เมืองโบราณเอเฟซุส – บ้านพระแม่มาเรียหมู่บ้านซิรินเช่(หมู่บ้านกรีก)UNSEEN – โรงงานเครื่องหนัง – คูซาดาซึ - คูซาดาซึ – ปามุคคาเล่ – นครโบราณเฮียราโพลิส – ปราสาทปุยฝ้ายอันตัลยา - อันตัลยา – หอคอยฮิดิร์ลิค – ล่องเรืออันตัลยา – คอนยาเข้าชมพิพิธภัณฑ์เมฟลานา - คอนยา – คาราวานสไลน์ – คัปปาโดเกีย – นครใต้ดิน – ระบำหน้าท้อง - คัปปาโดเกีย – (Optional Tour ชมวิวเมืองคัปปาโดเกียโดยบอลลูน)พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ – อุชิซาร์ – พาซาแบค - ภัตตาคาร “ซอลส์เบย์” – ฮิปโปโดรม – เข้าชมสุเหร่าสีน้ำเงินสุเหร่าเซนต์โซเฟีย(สิ่งมหัศจรรย์ของโลก) – ที่เก็บน้ำใต้ดินเยราบาตัน - เข้าชมพระราชวังทอปคาปึ – รวมค่าเข้าฮาเร็ม(Harem) ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส – ช้อปปิ้งแกรนด์บาซาร์ - เข้าชมพระราชวังโดลมาบาเชห์
calendar_month ช่วงเวลาเดินทาง เม.ย. 69 - ม.ค. 70
พ.ค. 69
sunny
30-09
มิ.ย. 69
26-06
ก.ค. 69
sunny
24-03
ส.ค. 69
sunny
11-21
ก.ย. 69
11-21
28-08
ต.ค. 69
sunny
09-19
sunny
19-29
พ.ย. 69
20-30
ธ.ค. 69
sunny
02-12
sunny
24-03
sunny วันหยุดพิเศษ
local_fire_department โปรไฟไหม้
confirmation_number ที่เหลือน้อย

ทัวร์ตุรกี 2569 ดินแดนสองทวีป สัมผัสประวัติศาสตร์และธรรมชาติสุดมหัศจรรย์

คุณกำลังมองหาประเทศที่ผสมผสานระหว่างความเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์กับความสวยงามของธรรมชาติอยู่หรือป่าว ถ้าใช่ Travelzeed จะบอกว่า ทัวร์ตุรกี คืออีกหนึ่งประเทศที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะไปหนึ่งได้ถึงสอง เนื่องจากเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ระหว่างเอเชียและยุโรป เต็มไปด้วยสถานที่เที่ยวน่าสนใจมาก ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังยุคออตโตมัน เมืองโบราณยุคกรีก หรือภูมิประเทศที่มีหินรูปร่างแปลกตา พร้อมกิจกรรมหลากหลายให้คุณได้สัมผัสกับประสบการณ์แบบคุ้มค่า หากคุณกำลังจะ เที่ยวตุรกี ครั้งแรก ไปทำความรู้จักตุรกีกันเลยยยย!!!

ทำความรู้จัก ประเทศตุรกี กัน

ประเทศตุรกี (Turkey) เป็นหนึ่งในประเทศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และเป็นประเทศที่คร่อมสองทวีป ระหว่างเอเชียกับยุโรป ทำให้ตุรกีมีวัฒนธรรมที่หลากหลาย วิวทิวทัศน์น่าตื่นตาตื่นใจ และประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นปลายทางที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของโลกตะวันออกและตะวันตกในทริปเดียว

Ankara

ตุรกีมี เมืองหลวงคือ อังการา (Ankara) และเมืองที่ใหญ่ที่สุดคืออิสตันบูล (Istanbul) ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิไบแซนไทน์และออตโตมัน ประชากรกว่า 85 ล้านคนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และภาษาราชการคือภาษาตุรกี ตุรกีใช้เงินสกุลลีราตุรกี (TRY) และมีภูมิประเทศที่หลากหลายตั้งแต่ภูเขาหิมะจนถึงชายฝั่งทะเล

วัฒนธรรมตุรกี การผสมผสานของตะวันออกและตะวันตก

วัฒนธรรมตุรกีผสานระหว่างอารยธรรมกรีก โรมัน เปอร์เซีย และอิสลามได้อย่างกลมกลืน คุณจะพบทั้งมัสยิดที่สวยงามและยิ่งใหญ่ คาเฟ่สไตล์ยุโรป ตลาดเก่าแก่ และการต้อนรับอันอบอุ่นของคนท้องถิ่น ความเป็นมิตรและความเคารพในครอบครัวคือหัวใจของวิถีชีวิตตุรกี

ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวตุรกี

- คนไทยต้องขอวีซ่าหรือไม่?

คนไทยสามารถเดินทางเข้าตุรกีโดยไม่ต้องขอวีซ่า หากพำนักไม่เกิน 30 วัน แต่พาสปอร์ตต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนนับจากวันเดินทาง

- ไฟฟ้า/ปลั๊ก/เงิน/อินเทอร์เน็ตในตุรกี 

ตุรกีใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ ปลั๊กแบบสองขากลมยุโรป ควรแลกเงินเป็นลีราตุรกีเมื่อมาถึง และควรซื้อซิมท้องถิ่น เช่น Turkcell หรือ Vodafone เพื่อใช้เน็ตสะดวกขึ้น

ไปเที่ยวตุรกีเดือนไหนดี? สรุปช่วงเวลาที่เหมาะที่สุด

หากคุณกำลังวางแผนไปตุรกีและอยากได้ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ดังนี้:

  • มี.ค.–พ.ค. (ฤดูใบไม้ผลิ): อากาศเย็นสบาย ดอกไม้ผลิบาน ท้องฟ้าใส เหมาะกับการเที่ยวเมืองต่าง ๆ และถ่ายรูปวิวธรรมชาติ
  • ก.ย.–พ.ย. (ฤดูใบไม้ร่วง): ใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศโรแมนติก อากาศดี และนักท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วงพีค
  • มิ.ย.–ส.ค. (ฤดูร้อน): เหมาะกับการเที่ยวทะเลอย่างอันตาเลียหรือโบดรุม แต่จะมีอากาศร้อนและคนเยอะ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่
  • ธ.ค.–ก.พ. (ฤดูหนาว): หนาวจัดในบางพื้นที่ โดยเฉพาะแถบภูเขา คัปปาโดเกียอาจมีหิมะ เหมาะกับสายชอบอากาศเย็นและบรรยากาศเงียบสงบ

หากคุณชอบอากาศเย็นสบายและธรรมชาติสวย ช่วง มีนาคม–พฤษภาคม และ กันยายน–พฤศจิกายน คือช่วงที่ดีที่สุดในการเที่ยวตุรกี

อาหารตุรกีขึ้นชื่อที่ห้ามพลาด

อาหารตุรกีเป็นการผสมผสานรสชาติแบบตะวันออกกลางและเมดิเตอร์เรเนียนอย่างลงตัว กลมกล่อม หอมเครื่องเทศ และใช้วัตถุดิบสดใหม่หลากหลาย เมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาด ได้แก่:

  • เคบับ (Kebab): เนื้อย่างหมักเครื่องเทศ หอม นุ่ม มีหลายแบบทั้งแบบเสียบไม้และแบบเสิร์ฟกับข้าว
  • โดนเนอร์ (Döner): แซนด์วิชเนื้อหมุนยอดนิยม เสิร์ฟในแป้งบาง พร้อมผักและซอส

Baklava

  • บักลาวา (Baklava): ขนมหวานชั้นพับราดไซรัป หอมมันด้วยถั่วพิสตาชิโอ
  • กาแฟตุรกี (Turkish Coffee): เข้มข้น เสิร์ฟในถ้วยเล็กแบบดั้งเดิม มักดื่มคู่กับของหวาน
  • ชาตุรกี (Çay): ชาดำเสิร์ฟในแก้วทรงทิวลิป เป็นวัฒนธรรมประจำบ้านและร้านค้า

รสชาติและวิธีเสิร์ฟของอาหารตุรกีไม่เพียงอร่อย แต่ยังสะท้อนอัธยาศัยไมตรีของชาวตุรกีอีกด้วย

กิจกรรมสุดฮิตเมื่อไปทัวร์ตุรกี

  • นั่งบอลลูนชมพระอาทิตย์ขึ้นที่คัปปาโดเกีย (Cappadocia) – สัมผัสวิวหุบเขาหินรูปทรงแปลกตา พร้อมภาพบอลลูนหลากสีลอยเต็มฟ้า
  • ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) – ชมวิวสองฝั่งเอเชีย-ยุโรปของอิสตันบูลแบบโรแมนติก
  • แช่น้ำแร่ธรรมชาติที่ปามุคคาเล (Pamukkale) – เดินเล่นบนแอ่งน้ำหินปูนสีขาวราวสวรรค์ พร้อมแช่น้ำอุ่นเพื่อสุขภาพ
  • เที่ยวชมสุเหร่าสีน้ำเงินและฮาเกียโซเฟีย (Blue Mosque & Hagia Sophia) – ศิลปะอิสลามและไบแซนไทน์อันทรงพลังกลางอิสตันบูล
  • เดินเล่นตลาดแกรนด์บาซาร์ (Grand Bazaar) – สวรรค์นักช้อปของฝาก ผ้า พรม เครื่องเทศ และเครื่องประดับ
  • ถ่ายรูปคู่หินทรงเห็ดและเมืองใต้ดินในคัปปาโดเกีย – มหัศจรรย์ธรรมชาติและประวัติศาสตร์ใต้ดินยุคโบราณ
  • ชิมเคบับ-บักลาวา-กาแฟตุรกี – สัมผัสวัฒนธรรมผ่านอาหารจานเด็ด
  • เข้าร่วมโชว์ระบำหน้าท้องและ Whirling Dervishes – ชมศิลปะการแสดงที่ผสมศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง

10 ที่เที่ยวตุรกี ยอดนิยมที่คุณไม่ควรพลาด

1. มัสยิดฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia)

มัสยิดฮาเกียโซเฟีย

ฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia) คือหนึ่งในสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดของเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 537 สมัยจักรวรรดิไบแซนไทน์ โดยจักรพรรจ์จัสติเนียนที่ 1 เพื่อใช้เป็นโบสถ์คริสต์ออร์โธดอกซ์ ต่อมาเปลี่ยนเป็นสุเหร่าในยุคออตโตมัน และกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1935 ก่อนจะกลับมาเป็นมัสยิดอีกครั้งในปี 2020 จุดเด่นของฮาเกียโซเฟียคือ โดมขนาดใหญ่ที่ถือเป็นความมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมของยุคกลาง ภายในมีงานโมเสกแบบไบแซนไทน์และศิลปะอิสลามผสมผสานอย่างลงตัว เป็นสถานที่ที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันของวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกได้อย่างงดงาม

2. สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque)

สุเหร่าสีน้ำเงิน

บลูมอสก์ (Blue Mosque) หรือชื่อทางการว่า มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmed Mosque) คือหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดดเด่นด้วยโดมขนาดใหญ่และหออะซานหกต้น (minarets) ที่สง่างาม ตัวอาคารตกแต่งด้วยกระเบื้องเซรามิกสีน้ำเงินจากอิซนิก (Iznik tiles) กว่า 20,000 แผ่น จนได้รับฉายาว่า “บลูมอสก์” ด้านในมีการตกแต่งอย่างประณีตด้วยแสงไฟจากโคมระย้า และลวดลายอิสลามวิจิตร เป็นสถานที่ที่เปิดให้เข้าชมทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธา แต่ต้องแต่งกายสุภาพและถอดรองเท้าก่อนเข้าด้านใน โดยเฉพาะช่วงเวลาละหมาดจะปิดให้นักท่องเที่ยวชั่วคราวเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา

3. พระราชวังโทพคาปี (Topkapi Palace)

พระราชวังโทพคาปี

พระราชวังโทพคาปี (Topkapi Palace) เป็นพระราชวังหลวงในกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมันมายาวนานถึง 400 ปี ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ภายในพระราชวังประกอบด้วยห้องโถงใหญ่ ฮาเร็ม ห้องสมบัติ และสวนสวยงาม พร้อมวิวอันงดงามของช่องแคบบอสฟอรัส ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสมบัติล้ำค่า เช่น ดาบทองคำ เพชรคาสิก้า และของศักดิ์สิทธิ์จากโลกอิสลาม นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้สัมผัสกลิ่นอายประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิออตโตมันท่ามกลางสถาปัตยกรรมอันวิจิตรตระการตา

4. ตลาดแกรนด์บาซาร์ (Grand Bazaar)

ตลาดแกรนด์บาซาร์

ตลาดแกรนด์บาซาร์ (Grand Bazaar) ตลาดแกรนด์บาซาร์ในอิสตันบูล ประเทศตุรกี เป็นหนึ่งในตลาดที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก มีอายุมากกว่า 500 ปี และมีร้านค้ามากกว่า 4,000 ร้านที่เรียงรายอยู่ตามตรอกซอกซอยกว่า 60 สาย ภายในเต็มไปด้วยสินค้าหลากหลาย เช่น พรมตุรกี งานฝีมือ เครื่องประดับ ทอง เครื่องเทศ และของที่ระลึก บรรยากาศที่คึกคักและกลิ่นอายวัฒนธรรมอันเข้มข้นทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์ของนักช้อปและนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสเสน่ห์แบบตะวันออกแท้ ๆ

5. คัปปาโดเกีย (Cappadocia)

คัปปาโดเกีย

คัปปาโดเกีย (Cappadocia) คือดินแดนมหัศจรรย์ในประเทศตุรกี ที่ขึ้นชื่อเรื่องภูมิประเทศแปลกตาราวกับหลุดมาจากนิยาย ด้วยภูเขาหินรูปร่างแปลกตา "ปล่องไฟนางฟ้า" (Fairy Chimneys) ถ้ำโบราณ เมืองใต้ดิน และบ้านเรือนที่สกัดจากหินภูเขาไฟ ไฮไลต์สำคัญคือการขึ้นบอลลูนลมร้อนชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือภูมิประเทศสุดอลังการ ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ทั้งเพื่อการถ่ายภาพ ชมวิว และสัมผัสเสน่ห์แบบดั้งเดิมของวัฒนธรรมอนาโตเลียที่ยังคงรักษาไว้จนถึงปัจจุบัน.

6. ปามุคคาเล (Pamukkale)

ปามุคคาเล

ปามุคคาเล (Pamukkale) คือหนึ่งในมรดกโลกอันน่าทึ่งของตุรกี ตั้งอยู่ในจังหวัดเดนิซลี (Denizli) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ มีชื่อเสียงจาก “ปราสาทปุยฝ้าย” ซึ่งเป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ไหลผ่านชั้นหินปูนสีขาวบริสุทธิ์ จนเกิดเป็นแอ่งน้ำรูปทรงขั้นบันไดอันงดงาม ที่นี่นอกจากจะเป็นจุดชมวิวสุดอลังการแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพมาตั้งแต่ยุคโรมัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าเปล่าบนหินปูนและแช่น้ำแร่ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ พร้อมเยี่ยมชมซากเมืองโบราณเฮียราโพลิส (Hierapolis) ซึ่งตั้งอยู่ด้านบนของเนินเขาอีกด้วย เป็นจุดที่ทั้งสวยงามและเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวตุรกี

7. อันตาเลีย (Antalya)

อันตาเลีย

อันตาเลีย (Antalya) เป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของประเทศตุรกี ขึ้นชื่อเรื่องชายหาดสวย น้ำทะเลสีฟ้าใส และเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ประวัติศาสตร์ จุดเด่นของอันตาเลียคือ เมืองเก่าคาเลอิชี Kaleiçi ที่มีตรอกซอกซอยปูหิน บ้านเรือนสไตล์ออตโตมัน และประตูเมืองเฮเดรียน (Hadrian’s Gate) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคโรมัน นักท่องเที่ยวยังนิยมเดินเล่นริมท่าเรือโบราณที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่ พร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก นอกจากนี้ยังมีธรรมชาติที่สวยงามาก ๆ เช่น น้ำตกดูเดน (Düden Waterfalls) และ ชายหาดลาร่า (Lara Beach) ก็เป็นไฮไลต์สำคัญ ขณะที่รีสอร์ทระดับโลกและกิจกรรมล่องเรือก็ทำให้ที่นี่เหมาะสำหรับทั้งการพักผ่อนและการผจญภัย

8. เมืองเอเฟซุส (Ephesus)

หอสมุดเซลซุส

เอเฟซัส (Ephesus) คือเมืองโบราณที่ตั้งอยู่ในประเทศตุรกี ปัจจุบันอยู่ใกล้เมืองเซลจุก (Selçuk) ในแคว้นอีเจียน เป็นหนึ่งในแหล่งอารยธรรมกรีก-โรมันที่สำคัญที่สุดของโลก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก ไฮไลต์ของเอเฟซัสคือ หอสมุดเซลซุส (Library of Celsus), โรงละครใหญ่จุคนได้กว่า 25,000 คน, ถนนหินอ่อน, วิหารอาร์เทมิส (หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ) และบ้านของพระแม่มารี (House of Virgin Mary) ที่เชื่อว่าเป็นสถานที่สุดท้ายที่พระนางมารีอาศัยอยู่ เอเฟซัสจึงดึงดูดทั้งนักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ต้องการย้อนเวลาไปยังยุคคลาสสิกแห่งเมดิเตอร์เรเนียน

9. เมืองเฟติเย่ (Fethiye)

เมืองเฟติเย่

เฟติเย่ (Fethiye) เป็นเมืองชายฝั่งที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีชื่อเสียงในด้านธรรมชาติที่งดงาม ชายหาดน้ำใส และภูเขาที่โอบล้อม เมืองนี้ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่มองหาความสงบ วิวสวย และกิจกรรมทางทะเล เช่น ดำน้ำ พาราไกลดิ้งจากภูเขาบาบาดา (Babadağ) และล่องเรือไปยังเกาะหรือหาดลับต่างๆ เช่น หาดเออลูเดนิซ (Ölüdeniz) ซึ่งเป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดในตุรกี นอกจากนี้ยังมีโบราณสถาน เช่น สุสานหินลิเชียน (Lycian) และเมืองโบราณเทลเมสซอส (Telmessos) ที่แสดงถึงประวัติศาสตร์ยุคกรีก-โรมัน เฟติเย่จึงเป็นจุดหมายที่ผสมผสานทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมไว้อย่างลงตัว

10. คอนยา (Konya)

สุสานของเมฟลานา

คอนยา (Konya) เป็นเมืองโบราณทางตอนกลางของประเทศตุรกี มีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมอิสลามอันลึกซึ้ง และเป็นศูนย์กลางของลัทธิ สุฟี (Sufism) โดยเฉพาะการหมุนรำแบบ Whirling Dervishes ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก หนึ่งในจุดเด่นของคอนยาคือ สุสานของเมฟลานา (Mevlana Museum) หรือ รูมี (Rumi) นักปราชญ์และกวีชาวเปอร์เซียผู้ก่อตั้งนิกายเมฟลานา ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญจำนวนมาก นอกจากนี้ คอนยายังมีบรรยากาศเมืองเก่า ผสมผสานสถาปัตยกรรมอิสลามแบบเซลจูค เช่น มัสยิดอลาอัดดิน (Alaaddin Mosque) และ พระราชวังโบราณของสุลต่าน เมืองนี้ยังคงความสงบเรียบง่าย และเป็นหนึ่งในเมืองที่อนุรักษ์วิถีชีวิตแบบอนุรักษ์นิยมของตุรกีไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

บทส่งท้าย

เที่ยวตุรกีสักครั้ง...แล้วคุณจะหลงรักประเทศที่เต็มไปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติสุดอลังการ ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือในอิสตันบูล นั่งบอลลูนที่คัปปาโดเกีย หรือจิบชาร้อน ๆ ท่ามกลางวิวปามุคคาเล ทุกช่วงเวลาในตุรกีมีเสน่ห์เฉพาะตัวมาก ๆ  หากคุณกำลังมองหาทริปที่ได้ทั้งผจญภัย อิ่มท้อง และอิ่มใจ ทัวร์ตุรกีนี่แหละ...ใช่เลย!


arrow_upward