× Business License
search ค้นหาทัวร์
close
รีเซ็ต

ตัวกรอง
769
5
19
1
1
12
4
5
10
16
45
9
38
14
39
31
115
23
16
46
13
12
4
3
1
58
28
11
11
53
77
3
36
36
5
1
4
3
1
39
65
3
5
25
89
31
2
4
2
31
10
10
3
3
6
37
4
5
5
12
1
14
1
1
9
1
2
4
5
9
1
6
1
8
36
13
1
1
12
58
33
72
3
13
1
11
143
14
95
5
6
16
14
16
3
3
23
26
1
8
4
20
27
11
14
15
17
3
3
3
1
1

5
27
6
1

2
5
4
3
7
6
10
2

36
3
ค้นหาทัวร์
close
globe_location_pin
location_on
calendar_month
flight_takeoff
flight_land
travel_luggage_and_bags
flight
sunny
calendar_today



Our Service

ทัวร์จิ่วจ้ายโกว

(แสดงผล 41 รายการ)
เรียงตาม keyboard_arrow_down
  • ราคาน้อย - มาก
  • ราคามาก - น้อย
  • ทัวร์ยอดนิยม
  • ใกล้วันเดินทาง
hotel_class โรงแรม 5 ดาว
restaurant อาหาร 18 มื้อ + บนเครื่อง
icon
ไฮไลท์: ชมโชว์อลังการ นั่งรถไฟความเร็วสูง บุฟเฟ่ต์พรีเมียม สุกี้หม่าล่า รวมค่าเข้ารถ
icon
เที่ยว: เฉิงตู - ตูเจียงเยี่ยน - อุทยานภูเขาสี่ดรุณี - อุทยานปี้เผิงโกว - เม่าเสี้ยน - อุทยานสวรรค์ภูผาหิมะการ์เซียต่ำกู้ปิงชวน - ชวนจู่ชื่อ - อุทยานแห่งชาติจิ๋วจ้ายโกว - โชว์ Jiuzhai Eternal Romance - ซงพาน - ถนนคนเดินจิ้นหลี่ - ตึก IFS - ถนนคนเดินชุนซีลู่ - ถนนซอยกว้างซอยแคบ
calendar_month ช่วงเวลาเดินทาง พ.ค. 69 - มิ.ย. 69
พ.ค. 69
sunny
10-16
sunny
30-05
sunny วันหยุดพิเศษ
local_fire_department โปรไฟไหม้
confirmation_number ที่เหลือน้อย
จิ่วจ้ายโกว 2568

รวมข้อมูลอุทยานจิ่วจ้ายโกว 2569 สวรรค์แห่งธรรมชาติเมืองจีน

หุบเขาจิ่วจ้ายโกว (jiuzhaigou) เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเสฉวน ประเทศจีน มีจุดเด่นคือ ทิวทัศน์ที่งดงาม ทั้งป่าไม้หลากสี ทะเลสาบที่เงียบสงบ และนํ้าตกที่งดงาม จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี 1992 โดยคําว่า “จิ่วจ้ายโกว” ในภาษาจีนหมายถึง ธารน้ำเก้าหมู่บ้าน เนื่องจากในอดีตมีหมู่บ้านของชาวทิเบตอยู่ 9 แห่ง ด้วยความพิเศษหลาย ๆ อย่าง ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องไปเยี่ยมชมสำหรับนักท่องเที่ยวมากมายที่รักธรรมชาติและต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่น่าทึ่งที่สุดแห่งหนึ่งของจีน

เที่ยวจิ่วจ้ายโกวช่วงไหนดี

หากใครยังไม่รู้ว่าจะเที่ยวจิ่วจ้ายโกว ควรไปเดือนไหนดี มีหิมะตกเดือนไหน และใบไม้เปลี่ยนสีช่วงไหน ที่นี่มีคําตอบ โดยที่นี่จะมี 4 ฤดูกาลดังนี้ค่ะ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) โดยจะมีอุณอุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4 - 24°C ในช่วงนี้มีอากาศเย็นสบาย ดอกไม้บาน พืชพรรณสีเขียวสดใส ทะเลสาบสีฟ้าครามงดงาม เหมาะกับกการล่องเรือ ตกปลา และพักผ่อนเป็นอย่างมากค่ะ
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) โดยจะมีอุณอุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15 - 29°C ในช่วงนี้เป็นช่วงที่จะได้พบกับพืชพรรณเขียวชอุ่ม ดอกไม้บานสะพรั่ง และสภาพอากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับการสำรวจกลางแจ้ง สัมผัสกับความงามตามธรรมชาติ
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) โดยจะมีอุณอุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9 - 23°C ในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดเนื่องจากเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี เหมาะกับการชมวิวทิวทัศน์ของใบไม้หลากสีที่ตัดกับสีทะเลสาบได้อย่างลงตัว โดยในช่วงเดือนตุลาคมถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวจิ่วจ้ายโกว เนื่องจากมีสีสันที่สวยเป็นพิเศษ
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) โดยจะมีอุณอุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ -2 - 14°C ในช่วงนี้มีอากาศค่อนข้างหนาว มีนักท่องเที่ยวไม่มาก จึงเหมาะแก่สายท่องเที่ยวที่ชอบความสงบ ชมความงามตามธรรมชาติของต้นไม้ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะจนกลายเป็นสีขาวโพลน แถมยังสามารถเข้าไปเล่นสกีได้ด้วยนะ

จุดท่องเที่ยวไฮไลท์ในจิ่วจ้ายโกว 2569

1. ทะเลสาบดอกไม้ห้าสี - อู๋ฮวาไห่ (Five Flower Lake - Wuhua Hai)

ทะเลสาบดอกไม้ห้าสี

ทะเลสาบดอกไม้ห้าสี - อู๋ฮวาไห่ (Five Flower Lake - Wuhua Hai) เป็นทะเลสาบมีชื่อเสียงในเรื่องของน้ำทะเลที่ใสดุจคริสตัล จากสาหร่ายหลากสีสัน และแหล่งแร่ธรรมชาติที่ทำให้เกิดสีสันที่แตกต่างกันถึงห้าสี กลายเป็นภาพสะท้อนสะท้อนกับป่าไม้ที่สวยงาม โดยในช่วงฤดูหนาวที่ต้นไม้ต่างปกคลุมไปด้วยหิมะ จะยิ่งสวยเป็นพิเศษเลยค่ะ ในวัฒนธรรมทิเบตเชื่อว่านี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ที่เหล่าเทพธิดามาอาบน้ำ ซึ่งเป็นการเพิ่มมิติทางจิตวิญญาณให้กับความงามอันน่าหลงใหลได้อย่างอัศจรรย์

2. นํ้าตกโนริรัง (Nuorilang Waterfall)

นํ้าตกโนริรัง

น้ําตกโนริรัง (Nuorilang Waterfall) เป็นหนึ่งในน้ำตกที่ใหญ่และกว้างที่สุดในจิ่วจ้ายโกว โดยน้ำตกแห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม และภูเขาสูงตระหง่าน จึงทําให้เป็นที่นิยมสําหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่างภาพที่เข้ามาถ่ายภาพบรรยากาศความงดงามของสถานที่แห่งนี้

3. ทะเลสาบยาว (Long Lake - Chang Hai)

ทะเลสาบยาว

ทะเลสาบยาว (Long Lake - Chang Hai) เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในจิ่วจ้ายโกว โดยมีความยาวประมาณ 7.5 กิโลเมตร และขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสีฟ้าเข้มและยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนจะสะท้อนถึงความเขียวขจีของต้นไม้และดอกไม้ที่เบ่งบาน ในขณะที่ในฤดูใบไม้ร่วงทะเลสาบจะถูกรายล้อมไปด้วยใบไม้สีทอง ในส่วนฤดูหนาวทะเลสาบจะเปลี่ยนเป็นพื้นน้ำแข็ง

4. น้ำตกธารไข่มุก (Pearl Shoal Waterfall)

น้ำตกธารไข่มุก

น้ำตกธารไข่มุก (Pearl Shoal Waterfall) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าทึ่งแห่งหนึ่งภายในหุบเขาจิ่วจ้ายโกว โดยเป็นน้ำตกที่มีขนาดกว้าง ขึ้นชื่อในเรื่องน้ำตกที่ลดหลั่นเป็นชั้น มาพร้อมกับสายน้ำที่ไหลเชี่ยวไปตามแนวหิน ทำให้เกิดบรรยากาศที่ตระกาลตา มีหมอกจาง ๆ และสภาพอากาศที่นั้นก็ยังร่มรื่นมากอีกด้วย

5. หุบเขาไรซ์ (Rize Valley)

หุบเขาไรซ์

หุบเขาไรซ์ (Rize Valley) เป็นหุบเขาที่มีชายหาด แม่นํ้า และยังมีนํ้าตกอยู่ในบริเวณใกล้เคียง มีชื่อเสียงในด้านป่าไม้หลากสีสันและพืชพรรณนานาชนิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก เนื่องจากใบไม้ที่เปลี่ยนสี ร่วงและลอยไปตามแม่นํ้า สร้างบรรยากาศชวนหลงใหล

6. หุบเขาซูเจิง (Shuzheng Valley)

หุบเขาซูเจิง

หุบเขาซูเจิง (Shuzheng Valley) เป็นหุบเขาที่มีลำธาร บ่อน้ำ และป่าไม้ที่งดงามราวภาพวาด เนื่องจากเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ จึงเต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด เป็นหนึ่งในพื้นที่อันน่าหลงใหลภายในหุบเขาจิ่วไจ้โกว เหมาะกับกิจกรรมเดินป่า ชมความงามตามธรรมชาติมาก ๆ ค่ะ อีกทั้งยังมี หมู่บ้านซูเจิง หนึ่งใน 9 หมู่บ้านแห่งจิ่วจ้ายโกว ที่เก่าแก่ของชาวทิเบตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

7. หุบเขาจารู (Zharu Valley)

หุบเขาจารู

หุบเขาจารู (Zharu Valley) เป็นหนึ่งในหุบเขาที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก มีนักท่องเที่ยวน้อย จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่าที่อื่น ๆ โดยจุดเด่นของที่นี่คือ คุณอาจจะได้พบกับสัตว์หายาก อย่างเช่น ลิงสีทอง นกนานาพันธุ์ และแม้แต่หมีแพนด้า โดยการเข้าไปยังสถานที่นี้คุณอาจจะต้องมีไกด์นําทาง หรือไปกับคนท้องถิ่นเพื่อความปลอดภัยนั่นเองค่ะ

8. หวงหลง (Huanglong Scenic)

หวงหลง

หวงหลง (Huanglong Scenic) เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงจากสระน้ำหินปูนและขั้นบันไดหินปูนที่มีลักษณะคล้ายมังกรทอง ซึ่งก่อตัวขึ้นมานานกว่าพันปีจากการสะสมของแคลเซียมคาร์บอเนตจากน้ำพุร้อน โดยที่ด้านบนสุดของพื้นที่นี้ยังมีวัด Huanglong ซึ่งเป็นวัดพุทธแบบทิเบตที่มีอายุย้อนไปถึงสมัยราชวงศ์หมิง เหมาะแก่การมาชมวัดโบราณที่เงียบสงบมาก ๆ ค่ะ

9. ทะเลสาบนกยูง (Peacock Lake)

ทะเลสาบนกยูง

ทะเลสาบนกยูง (Peacock Lake) เนื่องจากเป็นทะเลสาบที่มีรูปร่างคล้ายกับนกยูง จึงเป็นที่มาของชื่อทะเลสาบนี้ จุดเด่นของที่นี่ก็คือ ทะเลสาบแห่งนี้มีสีนํ้าที่ใสมากราวกับคริสตัล แล้วก็ไล่สีไปยังสีฟ้าเข้มและอ่อนโดยขึ้นอยู่กับระดับความลึกของน้ำ จึงเป็นความพิเศษอย่างหนึ่งที่ทําให้ที่นี่เป็นที่สนใจ

10. ทะเลสาบแรด (Rhino Lake)

ทะเลสาบแรด

ทะเลสาบแรด (Rhino Lake) เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองในอุทยานจิ่วจ้ายโกว มีน้ำในทะเลสาบที่ใสจนสะท้อนให้เห็นวิวธรรมชาติโดยรอบ เนื่องจากมีบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล จึงเป็นสถานที่นิยมสําหรับนักท่องเที่ยว แนะนําให้มาช่วงเช้านะคะ จะได้ภาพบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นสะท้อนกับเเม่นํ้า สวยงามมากค่ะ

สิ่งควรรู้ก่อนไปจิ่วจ้ายโกว

  • การเข้าไปยังอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว จําเป็นจะต้องซื้อตั๋วด้วย โดยราคาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับฤดูกาล ซึ่งสามารถซื้อได้ที่ทางเข้าสวนสาธารณะหรือจองผ่านทางออนไลน์
  • เวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมจิ่วไจ้โกวคือฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศอบอุ่นสบาย และมีทิวทัศน์ที่งดงาม จึงควรวางเเผนล่วงหน้า เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ
  • เนื่องจากมีอากาศที่หลากหลาย จึงแนะนําว่าควรเตรียมเป็นอย่างดี ทั้งเสื้อกันหนาว เสื้อแจ็คเก็ตกันน้ำ รองเท้าที่แข็งแรงสำหรับการเดิน ครีมกันแดด หรือหมวกสำหรับป้องกันแสงแดดในฤดูร้อน
  • อุทยานจิ่วจ้ายโกวตั้งอยู่ที่ระดับความสูงตั้งแต่ 2,000 ถึง 4,500 เมตร จึงอาจะทําให้รู้สึกปวดศีรษะหรือหายใจไม่สะดวกสําหรับคนที่ขึ้นไปพื้นที่สูง ๆ อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะคะ

บทส่งท้าย

การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว ประเทศจีน ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่จะพลาดไม่ได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะมาคนเดียวด้วยตัวเอง กับเพื่อนฝูง หรือครอบครัว ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ ทั้งธรรมชาติ ป่าไม้ หุบเขา ทะเลสาบ และนํ้าตก ต่างก็มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์อย่างมากค่ะ หากสนใจทัวร์จิ่วจ้ายโกว ทัวร์จีน Travelzeed ก็มีโปรแกรมดี ๆ สำหรับพาทุกคนไปท่องเที่ยว และพักผ่อน แล้วคุณจะหลงเสน่ห์ความงดงามของประเทศจีนอย่างแน่นอนค่ะ


arrow_upward